ทรัมป์ เตรียมประกาศมาตรการ “ภาษีตอบโต้” 2 เม.ย.68 เริ่มจากภาษีตามประเทศ ตามด้วยภาษีตามภาคอุตสาหกรรม
ทรัมป์ เตรียมประกาศมาตรการ "ภาษีตอบโต้" 2 เม.ย.68 เริ่มจากภาษีตามประเทศ ตามด้วยภาษีตามภาคอุตสาหกรรม ซึ่งประธานาธิบดีเป็นผู้ตัดสินใจว่าจะประกาศเมื่อใด
วันที่ 1 เมษายน 2568 เวลา 00.23 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า คาโรไลน์ ลีวิตต์ โฆษกทำเนียบขาว กล่าวเมื่อวันที่ 31 มี.ค.68 ว่า การประกาศดังกล่าวจะมีลักษณะเป็น“ภาษีตามประเทศ” (country-based tariffs) โดยกล่าวว่าประธานาธิบดีมุ่งมั่นที่จะดำเนินการในเรื่องภาษีตามภาคอุตสาหกรรมด้วย
แต่ระบุว่าเรื่องนั้นไม่ใช่จุดเน้นของงานวันที่ 2 เมษายน 2568 และให้ประธานาธิบดีเป็นผู้ตัดสินใจว่าจะประกาศเมื่อใด รัฐมนตรีในคณะรัฐมนตรีของทรัมป์จะเข้าร่วมงานแถลงข่าวครั้งนี้ด้วย
โฆษกทำเนียบขาว กล่าวกับผู้สื่อข่าวที่ทำเนียบขาวว่า “ประธานาธิบดีจะประกาศแผนภาษีที่มุ่งยุติการค้าที่ไม่เป็นธรรมที่เอาเปรียบประเทศของเรามานานหลายทศวรรษ …ถึงเวลาของความเท่าเทียมแล้ว และถึงเวลาที่ประธานาธิบดีจะลงมือเปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์เพื่อทำในสิ่งที่ถูกต้องสำหรับชาวอเมริกัน”
สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังของสหรัฐฯ กล่าวในรายการ Fox News เมื่อวันจันทร์ว่า การประกาศภาษีจะมีขึ้นในเวลา 15.00 น. ตามเวลาวอชิงตัน
โดยโฆษกทำเนียบขาวปฏิเสธที่จะให้รายละเอียดเมื่อถูกถามเกี่ยวกับอัตราภาษีตอบโต้และประเทศที่จะได้รับผลกระทบ เธอกล่าวว่า “ขณะนี้ยังไม่มีข้อยกเว้น” เมื่อถูกถามว่าจะมีการลดอัตราภาษีสำหรับสินค้าที่เกษตรกรอเมริกันใช้อยู่หรือไม่
ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวเมื่อวันอาทิตย์ว่า เขาวางแผนที่จะเก็บภาษีตอบโต้กับทุกประเทศ ซึ่งเป็นการตอบโต้กระแสข่าวลือว่าเขาอาจจำกัดขอบเขตการประกาศในครั้งแรกให้แคบลง
แต่เมื่อถูกถามอีกครั้งในวันจันทร์ว่า เขาวางแผนจะเก็บภาษีในลักษณะครอบคลุมทุกประเทศหรือเฉพาะบางประเทศ ทรัมป์ไม่ตอบตรง ๆ โดยกล่าวว่า “จะได้เห็นในอีกสองวัน ซึ่งอาจเป็นคืนวันพรุ่งนี้หรือวันพุธ”
พร้อมเสริมว่า “เป็นภาษีตอบโต้ เพราะฉะนั้นไม่ว่าเขาจะเก็บเรากี่เปอร์เซ็นต์ เราก็เก็บเขาเท่านั้น แต่เราจะใจดีมากกว่าพวกเขา …พวกเขาเอาเปรียบเรา และเรากำลังจะใจดีกว่าที่พวกเขาเคยเป็น ตัวเลขจะต่ำกว่าที่พวกเขาเคยเก็บเรา และในบางกรณีอาจจะต่ำกว่ามาก”
ขณะที่เมื่อช่วงเช้าวันจันทร์ โฆษกของทรัมป์ได้ยกตัวอย่างอัตราภาษีจากสหภาพยุโรป ญี่ปุ่น อินเดีย และแคนาดา ระหว่างให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าว ซึ่งแสดงให้เห็นว่า ประเทศเหล่านี้มีแนวโน้มที่จะเป็นเป้าหมายของภาษีชุดใหม่ของทรัมป์ โดยระบุว่า “สิ่งนี้ทำให้แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยสำหรับสินค้าสหรัฐที่จะเข้าสู่ตลาดของประเทศเหล่านี้ และมันได้ทำให้คนอเมริกันจำนวนมากต้องเลิกกิจการและตกงานในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา”
ทั้งนี้ทรัมป์ได้ประกาศว่า วันที่ 2 เมษายน จะเป็นจุดเริ่มต้นของการเก็บภาษีอย่างครอบคลุม ซึ่งเป็นหัวใจของแผนการปรับสมดุลการค้าโลกของเขา ผลักดันการผลิตในสหรัฐและนำรายได้จากภาษีนำเข้าไปใช้กับโครงการในประเทศ รวมถึงการลดภาษีครั้งใหญ่
ก่อนหน้านี้ประธานาธิบดีได้เริ่มเก็บภาษีนำเข้าจากแคนาดา เม็กซิโก และจีน ซึ่งเป็นสามประเทศคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของสหรัฐ รวมถึงสินค้าประเภทรถยนต์ เหล็ก และอะลูมิเนียม ภาษีนำเข้าทองแดงอาจตามมาในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า ทรัมป์ยังเคยขู่จะเก็บภาษีกับสินค้าประเภทเวชภัณฑ์ เซมิคอนดักเตอร์ และไม้แปรรูปด้วย
ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับแผนการของเขา ซึ่งมักจะมีการเปลี่ยนแปลงและมีข้อยกเว้นในนาทีสุดท้าย ทำให้เกิดความกังวลว่าอาจส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานและดันราคาสินค้าในประเทศให้สูงขึ้น ความวิตกนี้ได้กระตุ้นให้เกิดการเทขายหุ้นในวอลล์สตรีทต่อเนื่องหลายสัปดาห์ และยังคงดำเนินต่อเนื่องในวันจันทร์
อ้างอิง : bloomberg.com