โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“น้ำตาลบุรีรัมย์” รุกแตกไลน์ ขาย “คาร์บอนเครดิต” สู่ตลาดโลก

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 29 มิ.ย. 2565 เวลา 08.25 น. • เผยแพร่ 29 มิ.ย. 2565 เวลา 08.25 น.

สัมภาษณ์

ปัจจุบันองค์กรชั้นนำระดับโลกต่างให้ความสำคัญกับการลงทุน เพื่อช่วยลดภาวะโลกร้อน ซึ่่งสามารถนำไปใช้เป็นกลยุทธ์ทางการตลาด นำไปสู่การสร้างความได้เปรียบทางธุรกิจและความยั่งยืนของธุรกิจในอนาคต

บริษัท น้ำตาลบุรีรัมย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BRR เป็นหนึ่งในบริษัทที่มุ่งไปสู่การลงทุน เพื่อช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและการจัดทำคาร์บอนฟุตพรินต์ขององค์กร โดยตั้งเป้าจะนำไปขายเป็นคาร์บอนเครดิต หรือทำการชดเชยคาร์บอนกับองค์กรอื่น ๆ ในอนาคต เพื่อมุ่งสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน “ประชาชาติธุรกิจ” สัมภาษณ์ “อนันต์ ตั้งตรงเวชกิจ” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.น้ำตาลบุรีรัมย์ หรือ BRR หนึ่งในผู้บุกเบิกอุตสาหกรรมน้ำตาลของภาคตะวันออกเฉียงเหนือมากว่า 50 ปี ถึงแผนธุรกิจปัจจุบัน และทิศทางการลงทุนในอนาคต

Q : ธุรกิจหลักที่ดำเนินการอยู่

ในอดีตอ้อยใช้ผลิตเป็นน้ำตาลทรายเพียงอย่างเดียว แต่ปัจจุบันนำไปต่อยอดเพื่อใช้ผลิตเป็นพืชพลังงาน ได้แก่ เอทานอล เพื่อทดแทนการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับรถยนต์ ผลพลอยได้จากกระบวนการผลิตน้ำตาลทรายยังนำไปต่อยอดเพื่อผลิตปุ๋ยอินทรีย์ กากอ้อยใช้ผลิตไฟฟ้าชีวมวลและผลิตภัณฑ์อื่น ๆ เพื่อเพิ่มมูลค่า ทั้งเป็นภาชนะย่อยสลายได้ และผลิตภัณฑ์ชีวภาพต่าง ๆ ทำให้ปัจจุบันบริษัทแบ่งธุรกิจหลักออกเป็น 4 กลุ่ม

1.กลุ่มน้ำตาลเป็นธุรกิจหลัก จาก 3 โรงงานผลิต ได้แก่ บจ.โรงงานน้ำตาลบุรีรัมย์ (BSF) บจ.โรงงานน้ำตาลชำนิ (CSF) และ บจ.น้ำตาลทุนบุรีรัมย์ (BSC) มีกำลังการหีบอ้อยรวม 23,000 ตัน/วัน โดยมีชาวไร่อ้อยที่ไปส่งเสริมไว้กว่า 2 แสนไร่ ซึ่งผลผลิตอ้อยของบริษัทมีค่าความหวานของอ้อย (CCS) อยู่ที่ 13.8 สูงกว่าค่าเฉลี่ยของทั่วประเทศ ทั้งนี้ น้ำตาลทรายดิบที่ผลิตได้ 70-80% ส่งออกที่เหลือขายตลาดภายในประเทศให้ลูกค้ากลุ่มโมเดิร์นเทรด ภายใต้แบรนด์ BRUM มีทั้งน้ำตาลทรายขาวบริสุทธิ์ น้ำตาลทรายขาวสีรำ

2.ธุรกิจปุ๋ย โดย บจ.ปุ๋ยตรากุญแจ (KBF) มีปุ๋ยเคมี กำลังการผลิต 20,000 ตันต่อปี ทั้งแบบเม็ดและแบบน้ำ ปุ๋ยอินทรีย์เคมี และปุ๋ยอินทรีย์ กำลังการผลิต 7 หมื่นตันต่อปี ขึ้นกับอ้อยที่เข้าหีบเริ่มก่อตั้งขึ้นมาเพื่อช่วยชาวไร่อ้อยในเครือข่าย ตอนนี้เริ่มขยายไปสู่ตลาดภายนอก และจะทำตลาดภายนอกเพิ่มขึ้น เช่น สวนเมล่อนต่าง ๆ ขณะเดียวกันอยู่ระหว่างการศึกษาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ เช่น สมุนไพรต่าง ๆ อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ได้รับผลกระทบจากแม่ปุ๋ยที่มีราคาสูงขึ้น

3.ธุรกิจโลจิสติกส์ ดำเนินการโดย บจ.บีอาร์อาร์ โลจิสติกส์ แมเนจเมนท์ (BRLM) ขนส่งน้ำตาลในกลุ่มบริษัท และมีการทำธุรกิจขนส่งภายนอกด้วย เช่น การขนส่งแร่ทรายแก้ว และธุรกิจต่าง ๆ

4.ธุรกิจโรงไฟฟ้า ปัจจุบันมีโรงไฟฟ้าชีวมวล 3 แห่ง ได้แก่ บจ.บุรีรัมย์พลังงาน (BEC) บจ.บุรีรัมย์เพาเวอร์ (BPC) บจ.บุรีรัมย์เพาเวอร์พลัส (BPP) มีกำลังการผลิตรวม 29.07 เมกะวัตต์ แต่ละแห่งมีกำลังผลิต 9.9 เมกะวัตต์ ใช้วัตถุดิบจากกากอ้อยเป็นหลัก แต่สามารถใช้วัตถุดิบอื่น ๆ ได้ ทั้งไม้สับและแกลบ มีสัญญาซื้อขายระยะยาวกับทางการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค

Q : นโยบายทิศทางการลงทุน

กลยุทธ์การเติบโตของ BRR มีแผนมุ่งสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน เนื่องจากสินค้าโภคภัณฑ์มีความผันผวนสูง เพื่อลดการพึ่งพารายได้จากธุรกิจน้ำตาลเพียงอย่างเดียว ต่อไปการพัฒนาการลงทุนของบริษัทจะให้ความสำคัญในเรื่องสิ่งแวดล้อม สังคม และนโยบายของรัฐบาล หรือที่เรียกสั้น ๆ ว่า ESG (Environment, Social, Governance) ตามทิศทางการพัฒนาของตลาดทุนทั้งในไทยและทั่วโลกให้ความสำคัญ ในปีนี้จะผลักดันเน้นเรื่องสิ่งแวดล้อมเป็นสำคัญ

ธุรกิจทุกเซ็กชั่นจะเน้นด้านความยั่งยืนอยู่แล้ว ตั้งแต่ปี 2559 ได้รับใบรับรองการทำคาร์บอนฟุตพรินต์ในการผลิตผลิตภัณฑ์น้ำตาล และจะเริ่มศึกษาการทำคาร์บอนฟุตพรินต์หรือการลดก๊าซเรือนกระจกระดับองค์กร ช่วยโลกลดภาวะโลกร้อน เพราะเรื่องคาร์บอนฟุตพรินต์ ภาวะโลกร้อนน่าจะเป็นเรื่องใหญ่ที่หลายธุรกิจจะต้องปรับตัว ดังจะเห็นตัวอย่างในประเทศจีนปรับตัวอย่างแรงในเรื่องนี้

เรามุ่งพัฒนานบายโปรดักต์จากอ้อยมาต่อยอดสู่ความยั่งยืน อย่างธุรกิจบรรจุภัณฑ์จากชานอ้อย และธุรกิจเชื้อเพลิงชีวมวลอัดแท่ง (wood pellet) เป็นการบริหารความเสี่ยงและต่อยอดผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย โดยในส่วนธุรกิจบรรจุภัณฑ์จากชานอ้อย สําหรับใส่อาหาร บรรจุภัณฑ์ทางการแพทย์ และบรรจุภัณฑ์สําหรับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ฯลฯ ภายใต้การดำเนินงานของ บจ.ชูการ์เคน อีโคแวร์ (SEW) บริษัทได้หาพันธมิตรที่มีศักยภาพมาร่วมลงทุน

ตอนนี้อยู่ระหว่างก่อสร้างโรงงานผลิตเยื่อชานอ้อย งบลงทุน 100 ล้านบาท สําหรับเป็นวัตถุดิบให้แก่โรงงานผลิตบรรจุภัณฑ์เป็นโนว์ฮาวของบริษัทเอง จะทำให้มีต้นทุนวัตถุดิบในราคาที่ตํ่าลงจากที่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ คาดว่าในปี 2565 จะกลับมามีกำไร จากการเดินเครื่องได้เต็มกำลังการผลิตสอดคล้องกับคำสั่งซื้อจากลูกค้าต่างประเทศซึ่งเป็นสัญญาจองซื้อระยะยาวเฟสแรกรวมจำนวนกว่า 15 ล้านชิ้นต่อเดือน และในประเทศประมาณ 3 ล้านชิ้นต่อเดือน โดยเตรียมขยายเฟส 2 ในช่วงครึ่งหลังของปี 2565 สำหรับลงทุนในเครื่องจักรเพิ่มอีก 14 เครื่อง

ในส่วนธุรกิจเชื้อเพลิงชีวมวลอัดแท่ง (wood pellet) ได้จัดตั้งบริษัท บีอาร์อาร์ กรีน โฮลดิ้ง จำกัด (BGH) ร่วมทุนกับบริษัท Kyuden Mirai Energy หรือ KME ตั้งโรงงานวู้ดพาเลตใน สปป.ลาวซึ่งพาร์ตเนอร์ KME มีศักยภาพเป็นทั้งผู้ร่วมลงทุนและให้เงินลงทุนดอกเบี้ยต่ำ พร้อมทำสัญญารับซื้อระยาว 15 ปี ตอนนี้อยู่ระหว่างเตรียมก่อสร้างโรงงาน คาดจะเริ่มก่อสร้างโรงงานภายในเดือน มิ.ย.-ก.ค.นี้ และจะเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ได้ตามแผนภายในไตรมาส 2 ปี 2566 มีขนาดกำลังผลิต 100,000 ตัน/ปี จะสร้างรายได้ประมาณ 500 ล้านบาทต่อปี

นอกจากนี้เมื่อช่วงต้นปี 2565 มีการปรับโครงสร้างของธุรกิจนี้ เพราะเห็นโอกาสการเติบโตของธุรกิจนี้ ได้จัดตั้งบริษัทที่ปรึกษาทางด้านวิศวกรรม เพื่อผลิตเครื่องจักรในการผลิตวู้ดพาเลตขายให้กับบริษัทต่าง ๆ เพราะในกลุ่มมีผู้เชี่ยวชาญด้านวู้ดพาเลต และจะดำเนินงานอย่างครบวงจร

Q : อนาคตทำวู้ดพาเลตขายคาร์บอนเครดิตได้

ถือเป็นผลพลอยได้ เพราะเรื่องคาร์บอนเครดิต คาร์บอนฟุตพรินต์ต่าง ๆเป็นเรื่องใหญ่ โรงงานวู้ดพาเลตที่เราทำอยู่ในอนาคตสามารถหารายได้เพิ่มการขายคาร์บอนเครดิต ถือเป็นผลพลอยได้ที่เป็นกอบเป็นกำขึ้นมาได้ เรามีโนว์ฮาวคนพร้อมมาลงทุนให้เรา เพื่อนำไปเคลมคาร์บอนเครดิต ทำให้เราไม่ต้องหาเงินกู้เหมือนบริษัทที่ลาว บริษัทญี่ปุ่นมาพร้อมเงินทุนดอกเบี้ยต่ำ พร้อมซื้อวู้ดพาเลต เพื่อนำไปเคลมคาร์บอนเครดิตเป็นหลัก

ตอนนี้แผนการลงทุนวู้ดพาเลตเฟสต่อไปใน สปป.ลาว จริง ๆ มีลูกค้าเข้ามาคุยกับเราแล้ว เป็นพาร์ตเนอร์รายใหม่ แต่ก็รอดูทิศทางอีกสักระยะหนึ่ง แต่น่าจะเร็ว ๆ นี้

เพราะในส่วนของวัตถุดิบมีรองรับไปอีก 4-5 ปี เพราะเราได้เข้าไปร่วมทุนกับบริษัท สีพันดอนบอลิเวนพัฒนา จำกัด เป็นบริษัทสัญชาติลาวร่วมทุน 3 ฝ่าย จดทะเบียนในประเทศลาว ซึ่งบริษัทของลาวที่เข้ามาร่วมทุนกัน ถือเป็นบริษัทที่มีศักยภาพในการลงทุน และมีความเชี่ยวชาญในด้านการลงทุนในประเทศลาว

เป็นบริษัทที่ค่อนข้างใหญ่ในระดับประเทศ เป็นพาร์ตเนอร์สำคัญ เรามีที่ดิน 40,000 ไร่ ในแขวงจำปาศักดิ์ สัมปทานระยะเวลา 50 ปี มีไม้ในพื้นที่สามารถนำมาเป็นเชื้อเพลิงในการผลิตอยู่ได้ 1.7 ล้านตัน เราวางแผนเคลียร์พื้นที่ป่าและปลูกไม้โตเร็วเพื่อสนับสนุนตัววัตถุดิบ เฟสแรกตอนนี้เพิ่งใช้พื้นที่เพียง 1-2 พันไร่ ในลาวมีที่ดินพร้อมกว่าในไทย

ต่อไปธุรกิจหลักยังเป็นน้ำตาล แต่ถ้าธุรกิจที่ขายพวกคาร์บอนเครดิตถ้าสดใส มีทิศทางเราคงมุ่งไป เพราะเรามีความเชี่ยวชาญ มีความพร้อมอยู่แล้ว และบริษัทใหญ่ ๆ ต่างชาติก็รู้โปรเจ็กต์ไหนมีความน่าจะเป็นมากที่สุด เขาก็รู้ตัวกันอยู่แล้วว่าควรจะคุยกับใคร

Q : แผนรายได้การเติบโตช่วง 5 ปี

บริษัทได้วางแผนการเติบโตในช่วง 5 ปี ภายในปี 2569 ได้ตั้งเป้าหมายรายได้อยู่ที่ 7,451 ล้านบาท โดยจะมีการปรับปรุงในทุกธุรกิจ แต่ธุรกิจน้ำตาลยังเป็นตัวหลัก และรายได้จาก 2 ธุรกิจใหม่ คือธุรกิจบรรจุภัณฑ์จากชานอ้อยและวู้ดพาเลต

โดยธุรกิจน้ำตาล คาดการณ์รายได้รวมปี 2565 ประมาณ 5,663 ล้านบาท ปี 2569 ตั้งเป้าหมายจะเพิ่มเป็น 6,813 ล้านบาท โดยธุรกิจน้ำตาลวางแผนการเติบโตในการเพิ่มวัตถุดิบ โดยนำเทคโนโลยีมาใช้ทั้ง GIS/ MIS เพื่อดูรายแปลงเลยว่า แปลงไหนถึงเวลาใส่ปุ๋ย ถึงเวลาตัดได้ และตัดช่วงไหนจะทำให้มีน้ำตาลสูงสุด เพื่อควบคุมคุณภาพ CCS รวมถึงการสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จัก (Brand Awareness) และเพิ่มช่องทางในการจำหน่ายมากขึ้น

ส่วนธุรกิจไฟฟ้า เป็นสัญญาระยะยาว ทำอย่างไรให้มีเชื้อเพลิงสม่ำเสมอ ต้องบำรุงรักษาเครื่องจักร พัฒนาคุณภาพเชื้อเพลิง ค่าใช้จ่ายในการบริหารเชื้อเพลิงต่าง ๆ เพื่อให้ได้ตามเป้าหมายที่วางไว้

ขณะเดียวกันได้มองธุรกิจใหม่ ๆ เช่น สถานีชาร์จแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า, โซลาร์ฟาร์มหรือโซลาร์อื่น ๆ อยู่ระหว่างศึกษา คาดการณ์ปี 2565 มีรายได้รวม 978 ล้านบาท ตั้งเป้าหมายปี 2569 เพิ่มเป็น 1,026 ล้านบาท

ส่วนธุรกิจปุ๋ยคาดว่าจะเติบโตได้ 100% ในปี 2565 ตอนนี้อยู่ระหว่างการศึกษา เราอาจจะหาโปรดักต์ใหม่ ๆ เกี่ยวกับสมุนไพรมาสร้างมูลค่าของตัวผลิตภัณฑ์ และขยายฐานลูกค้าออกไปสู่ตลาดภายนอกมากขึ้น คาดการณ์ปี 2565 มีรายได้รวม 198 ล้านบาท ตั้งเป้าหมายปี 2569 เพิ่มเป็น 636 ล้านบาท

ธุรกิจโลจิสติกส์ นอกจากขนส่งน้ำตาล จะหารายได้จากการขนส่งสินค้าภายนอก โดยคาดการณ์รายได้ปี 2565 ประมาณ 24 ล้านบาท และตั้งเป้าปี 2569 จะมีรายได้ประมาณ 41 ล้านบาท

ด้านธุรกิจบรรจุภัณฑ์ วางเป้าหมายรายได้จะเติบโตถึง 100% ในอีก 5 ปีข้างหน้า โดยปี 2565 คาดการณ์มีรายได้ประมาณ 224 ล้านบาท และตั้งเป้าปี 2569 มีรายได้ประมาณ 513 ล้านบาท

โดยแผนการขยายแต่ละเฟสจะยึดตัวสัญญาระยะยาวกับลูกค้าเป็นหลัก เน้นการส่งออก 90% เนื่องจากตลาดต่างประเทศค่อนข้างใหญ่ มูลค่าตลาดรวม 50,000-60,000 ล้านบาท

เพราะผู้บริโภคให้ความสำคัญในส่วนบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น มีอัตราการเติบโตปีละ 6-7% ผลิตภัณฑ์ของบริษัทเป็นส่วนหนึ่งของตลาดเท่านั้นเอง เรายังมีรูมที่จะขยายออกไปได้เรื่อย ๆ

ในส่วนธุรกิจวู้ดพาเลต ทางประเทศญี่ปุ่นและเกาหลีก็เริ่มลดการใช้พลังงานตัวเชื้อเพลิงถ่านหินมาเน้นเชื้อเพลิงชีวมวล เนื่องจากรัฐบาลออกนโยบายต่าง ๆ มากมาย ซึ่งในญี่ปุ่นมีความต้องการ คาดว่าจะเติบโตบวกถึง 58% ในปี 2568 อีกประมาณ 4 ปีข้างหน้าจะเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ

เนื่องจากทางรัฐบาลญี่ปุ่นมีนโยบายส่งเสริมการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนประเภทหนึ่ง หรือ Feed-in Tariff หรือ FiT ตรงนี้ตอบโจทย์ของเรา เรามีการทำสัญญากับลูกค้าญี่ปุ่นไว้แล้ว ซึ่งเป็นทั้งผู้ร่วมทุนและผู้รับซื้อ ซึ่งถือเป็นกุญแจความสำเร็จของเรา ขณะเดียวกันจึงตั้งเป้าหมายอัตราผลตอบแทน (IRR) ในอีก 5 ปีข้างหน้าจะมากกว่า 15%

Q : ราคาน้ำตาลดี รายได้อาจทะลุ 7 พันล้านบาทก่อน 5 ปี

แนวโน้มคงเป็นอย่างนั้น แต่ยังตอบไม่ได้ว่าภายในกี่ปี เพราะรายได้หลักจากน้ำตาลปรับขึ้นในอัตราส่วนที่มากพอสมควร ซึ่งอาจจะถึงเป้าหมาย 7 พันล้านบาทก่อนกำหนด ธุรกิจต่อเนื่องอาจจะขยับได้เร็วกว่าที่วางแผนไว้ ถ้ามีปริมาณและจำนวนลูกค้าที่ทำสัญญาระยะยาวเข้ามาเร็ว เราก็คงต้องขยับเร็ว ขึ้นกับดีมานด์เป็นหลัก แต่แนวโน้มไปในทิศทางที่เร็วขึ้น ทั้งบรรจุภัณฑ์และวู้ดพาเลต เราได้คุยโปรเจ็กต์ต่อเนื่องไปแล้ว เพียงแต่เราจะเร่งได้ขนาดไหนก็คงต้องรอดู

Q : โอกาสตั้งโรงงานวู้ดพาเลตในไทย

เรื่องการลงทุนในประเทศไทยมีการคุยกัน เนื่องจากเรามีบริษัทลูกที่รับผลิตเครื่องจักรวู้ดพาเลต มีการดูเรื่องการหาวัตถุดิบในประเทศ ซึ่งอาจจะต้องซื้อวัตถุดิบจากคนอื่นมาเติม เป็นความยากของธุรกิจ แต่ตอนนี้เรายังไม่มีความชัดเจน จึงยังไม่อยากพูดออกไป เครื่องผลิตไม้วู้ดพาเลตทำได้ทั้งไม้สับ ซังข้าวโพด อยู่ในเทรนด์คาร์บอนฟุตพรินต์พวกนี้จะเคลมได้หมด

Q : ขอใบอนุญาตตั้งโรงงานน้ำตาลเพิ่มกับกระทรวงอุตสาหกรรมหรือไม่

มี 2 ใบ ที่ จ.สุรินทร์และบุรีรัมย์ กำลังการผลิตแห่งละ 2 หมื่นตัน ตอนนี้ยังไม่มีแผนขยายโรงงานน้ำตาลใหม่

Q : อยากฝากอะไรภาครัฐ

รัฐควรต้องมาดูเป็นสินค้าเกษตร เป็นบายโปรดักต์ของสินค้าเกษตรที่ไปทำต่อเนื่องได้ เพราะฉะนั้นถ้ารัฐบาลจะสนับสนุนเกษตรกร เราสามารถเป็น zero waste และไปในทิศทางเรื่องคาร์บอนฟุตพรินต์ รัฐควรต้องหันมาเอาใจใส่ดูแลเรื่องนี้อย่างจริงจัง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...