โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ใช้ ‘Thank you’ ก็ธรรมดาเกิน ใช้ ‘Best regards’ ก็ทางการไปหน่อย 5 คำลงท้ายอีเมลที่จะทำให้คุณดูโปรขึ้น 100%

Future Trends

อัพเดต 14 ก.พ. 2566 เวลา 14.18 น. • เผยแพร่ 09 มิ.ย. 2565 เวลา 10.02 น.

ถึงแม้ว่า ‘อีเมล’ จะเป็นช่องทางการสื่อสารที่มีมานานหลายสิบปีแล้ว แต่สำหรับวัยทำงานหรือชาวออฟฟิศทุกคน อีเมลคงเป็นช่องทางหลักในการสื่อสารเกี่ยวกับเรื่องงานโดยเฉพาะ และต่อให้ในปัจจุบัน จะมีช่องทางการสื่อสารอื่นๆ ที่ได้รับการพัฒนาให้ใช้งานได้อย่างสะดวกขึ้นมามากมาย แต่ด้วยฟังก์ชันของอีเมลที่เหนือกว่าในด้านของการทำงาน ทำให้ช่องทางการสื่อสารอื่นๆ ยังไม่สามารถเข้ามาทดแทนอีเมลได้อยู่ดี
ในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโควิด-19 ไลฟ์สไตล์การทำงานของทุกคนเปลี่ยนไป จากที่เคยทำงานกันในออฟฟิศ ต้องมาทำงานที่บ้านแทน และทุกอย่างถูกทำให้อยู่ในรูปแบบออนไลน์หมด สิ่งนี้ ยิ่งตอกย้ำถึงความสำคัญของอีเมลมากขึ้นกว่าเดิม
จากสถิติของ NexaLearning สถาบันสอนและพัฒนาทักษะการทำงานในสหรัฐฯ ระบุว่า ในปี 2021 ประชากรโลกมีการรับ-ส่งอีเมล โดยเฉลี่ยถึง 2.8 หมื่นล้านฉบับต่อวัน ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีการคาดการณ์ว่า ในปี 2023 จะมีการรับ-ส่งอีเมลเพิ่มขึ้นถึง 3.5 หมื่นล้านฉบับต่อวัน นี่แสดงให้เห็นว่า ในอนาคต อีเมลก็ยังคงเป็นหนึ่งในหัวใจสำคัญของการทำงานอยู่ดี และจะกลายเป็นสิ่งที่คนทำงานทุกคนต้องเรียนรู้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
นอกจากที่การเขียนอีเมลจะเป็นช่องทางการสื่อสารหลักเกี่ยวกับเรื่องงานแล้ว มันยังถูกใช้เป็นตัวชี้วัด ‘ความใส่ใจ’ และ ‘ความเป็นมืออาชีพ’ ของผู้เขียนอีกด้วย ถึงแม้ว่า การเขียนอีเมลจะดูเป็นสิ่งที่ทำได้ง่าย ใครๆ ก็ทำได้ เพียงแค่เปิดโปรแกรมขึ้นมา และพิมพ์ไปเรื่อยๆ จนจบ แต่จริงๆ แล้ว การเขียนอีเมลที่ดีนั้น มีรายละเอียดที่ต้องคำนึงถึงอยู่มาก โดยเฉพาะ ‘การลงท้ายอีเมล’
การลงท้ายอีเมล เป็นเหมือนมารยาทในการเขียนอีเมลที่ไม่ต่างอะไรกับการไปลามาไหว้เวลาเจอหน้ากัน ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญมาก แต่ก็เป็นสิ่งที่หลายคนมองข้ามไปเช่นกัน ด้วยความที่การเขียนอีเมลในภาษาไทย คำลงท้ายที่ใช้กันทั่วไป คงหนีไม่พ้น ‘ขอบคุณค่ะ/ครับ’ หรือ ‘ขอแสดงความนับถือ’ เพราะแค่สองคำนี้ ก็ครอบคลุมทุกสถานการณ์แล้ว
เช่นเดียวกับการเขียนอีเมลในภาษาอังกฤษที่มีการใช้คำลงท้ายอย่าง ’Thank you’ หรือ ‘Best regards’ ในสถานการณ์ทั่วไปอยู่แล้ว แต่ในบางสถานการณ์ที่ผู้เขียนต้องการแฝงวัตถุประสงค์ เพื่อการทวงถามหรือตามงานแบบสุภาพลงไปในคำลงท้าย กลับไม่รู้ว่า ควรจะใช้ประโยคอย่างไร? หรือหากเป็นประโยคที่เขียนขึ้นมาเอง ก็ไม่แน่ใจว่า ถูกต้องตามหลักไวยากรณ์หรือเปล่า?
หากคุณกำลังประสบปัญหาเช่นนี้ ไม่ต้องกังวลไป เพราะเราได้รวบรวม 5 คำลงท้ายอีเมลภาษาอังกฤษที่จะช่วยแฝงวัตถุประสงค์การทำงานได้อย่างแนบเนียน โดยที่ไม่กระทบต่อความสัมพันธ์เลยแม้แต่น้อย

1. Thank you for your attention. I’m looking forward to your reply.

ความหมายของประโยคนี้ คือ “ขอบคุณสำหรับการพิจารณา ฉันกำลังรอการตอบกลับจากคุณ”
ส่วนใหญ่คนที่ใช้ประโยคนี้ จะอยู่ในกลุ่มของผู้บริหารหรือหัวหน้าทีมที่ต้องการมอบหมายงานให้กับลูกทีม มากกว่าที่พนักงานทั่วไปจะใช้ด้วยกันเอง เพราะเป็นประโยคที่ดูตรงไปตรงมา แต่ก็ยังมีความสุภาพอยู่ แถมแฝงด้วยความกดดันเล็กๆ ที่ไม่ได้บีบบังคับจนเกินไป และหากพนักงานทั่วไปใช้ประโยคนี้ ในการลงท้ายอีเมลเพื่อติดต่อกันเอง อาจจะดูเป็นการวางอำนาจใส่กัน จนทำให้ความสัมพันธ์ในการทำงานไม่ราบรื่นเท่าที่ควร

2. Thank you for considering my request.

ความหมายของประโยคนี้ คือ “ขอบคุณสำหรับการพิจารณาคำร้องของฉัน”
ใช้ในสถานการณ์ที่คล้ายคลึงกับข้อที่หนึ่ง คือใช้เพื่อมอบหมายงาน หรือขอความช่วยเหลือระหว่างเพื่อนร่วมงานด้วยกันได้ เพราะประโยคนี้ จะลดความตรงไปตรงมา แต่ยังคงความสุภาพไว้ และไม่ได้กดดันผู้รับจนเกินไป เป็นเหมือนตัวกระตุ้นให้ผู้รับตัดสินใจทำงานด้วยตัวเองมากกว่าที่จะเป็นการบีบบังคับ

3. Thanks again

ความหมายของประโยคนี้ คือ “ขอบคุณอีกครั้ง”
ใช้ลงท้ายการเขียนอีเมลในสถานการณ์ทั่วไปได้ โดยที่ไม่จำเป็นต้องแฝงวัตถุประสงค์การทำงานลงไป แต่การใช้ประโยคนี้ จะให้ความหมายที่ลึกซึ้งกว่าการใช้คำว่า ‘Thank you’ ปกติ เพราะแสดงถึงความสัมพันธ์ของผู้เขียนและผู้รับอีเมลที่ทำงานร่วมกันมานาน

4. I appreciate your help with…

ความหมายของประโยคนี้ คือ “ฉันขอขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือของคุณที่…”
ใช้ในการขอบคุณ เมื่อได้รับความช่วยเหลือจากผู้อื่น จนงานที่ได้รับมอบหมายสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี ซึ่งเป็นการขอบคุณด้วยความหมายที่ลึกซึ้ง เพราะผู้รับอีเมลจะรู้สึกว่า คุณจดจำรายละเอียดการช่วยเหลือของเขาได้ ทำให้เกิดความประทับใจในตัวคุณมากกว่าเดิม อีกทั้งยังใช้เกริ่นนำในกรณีที่คุณต้องการช่วยเหลือเขา เพื่อตอบแทนน้ำใจจากการช่วยเหลือในครั้งก่อนก็ได้เช่นกัน

5. เทคนิค Call To Action (CTA)

หลายคนอาจจะเคยได้ยินว่า ‘Call To Action’ (CTA) คือเทคนิคสำหรับการทำคอนเทนต์ เพื่อเพิ่มการมีส่วนร่วม (Engagement) โดยใช้คำสั้นๆ ที่ตรงไปตรงมา เป็นตัวกระตุ้นการตัดสินใจให้คนกดเข้ามาดู
และสำหรับการลงท้ายอีเมล ก็สามารถเลือกคำที่สะดุดตามาสร้างเป็นประโยคตามเทคนิค CTA ได้เช่นกัน เหมาะอย่างยิ่งกับกรณีที่ต้องการแฝงวัตถุประสงค์การทำงานบางอย่างที่ผู้รับไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ กล่าวคือเห็นอีเมลแล้ว ต้องทำหรือตอบกลับมาทันที เช่น I clearly wasn’t planning ahead. Do you think you’d have time to prepare meeting papers? (ฉันไม่ได้วางแผนล่วงหน้าอย่างชัดเจน คุณพอมีเวลาจัดเตรียมเอกสารการประชุมไหม?) เป็นต้น
จริงๆ แล้ว ไม่มีกฎตายตัวเกี่ยวกับการใช้คำลงท้ายอีเมล เพียงแต่ต้องเลือกให้เหมาะสมกับบริบท เนื้อความ และวัตถุประสงค์ของผู้เขียนมากกว่า โดยเราหวังว่า คำหรือเทคนิคการลงท้ายอีเมลที่นำมาฝากกันในวันนี้ จะเป็นประโยชน์กับคนที่ต้องส่งอีเมลเพื่อติดต่อประสานงานอยู่บ่อยๆ และหากคุณนำคำหรือเทคนิคเหล่านี้ ไปปรับใช้อย่างต่อเนื่อง รับรองว่า หนทางสู่ความเป็นพนักงานมืออาชีพหรือผู้นำที่ไว้ใจได้ จะอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมอย่างแน่นอน

Sources: https://bit.ly/3H3Kduk
https://bit.ly/3ti1n1s
https://bit.ly/3zhO3hu

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...