เปิดโผ SET50 ปี 68 พบ 13 หุ้นบวกสวนตลาด KTB นำเด่นพุ่ง 35% ฟาก VGI ร่วงหนัก 73%
“ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์” ได้ทำการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับหุ้นในกลุ่ม SET50 ในรอบปี 2568 ที่ผ่านมา โดยเทียบกับราคาปิดเมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2567 และราคาปิดล่าสุดวันที่ 30 ธันวาคม 2568 เพื่อแสดงให้เห็นถึงการเคลื่อนไหวของราคาหุ้นตลอดทั้งปีนี้ ท่ามกลางความผันผวนของตลาดหุ้นทั้งในประเทศและต่างประเทศ
โดยหุ้นในกลุ่ม SET50 ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นในรอบปี 68 มีจำนวน 13 หลักทรัพย์ ประกอบด้วย KTB, KKP, TOP, KBANK, SCB, TCAP, DELTA, BBL, TISCO, TTB, SCC, ADVANC, PTT, KKP, KKP, KKP, BBL, TISCO, TTB, SCC, ADVANC และ PTT
ส่วนหุ้นที่ปรับตัวลดลงมีทั้งสิ้น 37 หลักทรัพย์ ได้แก่ TIDLOR, OR, TU, RATCH, EGCO, CPN, TRUE, CPF, PTTEP, GPSC, MINT, AOT, TLI, SCGP, PTTGC, PTTGC, BANPU, BDMS, BH, BDMS, CPALL, OSP, COM7, BEM, BEM, GULF, HMPRO, BCP, MTC, MTC, IVL, BJC, BJC, AWC, WHA, CBG, CRC, CRC, KTC, CCET, CCET, BTS, VGI, OSP, COM7, BEM, BEM, GULF, HMPRO, BCP, MTC, MTC, IVL, BJC, BJC, AWC, WHA, CBG, CRC, CRC, KTC, CCET, CCET, BTS และVGI ตามรายละเอียดในตารางด้านล่างนี้
ผลดังกล่าวทำให้ภาพรวมของดัชนี SET50 ช่วงตลอดทั้งปี 2568 ที่ผ่านมา ปรับตัวลดลง 70.56 จุด หรือลงไป 7.79% โดยคำนวณจาก ณ สิ้น 30 ธันวาคม 2567 ปิดที่ระดับ 906.23 จุด จนกระทั่งมาถึงวันที่ 30 ธันวาคม 2568 ปิดที่ระดับ 835.67 จุด ซึ่งอิงไปในทิศทางเดียวของรายตัวจากราคาหุ้นปรับตัวลดลงที่ปรับตัวลดลงเป็นส่วนใหญ่
ขณะที่ดัชนี SET Index ปรับตัวลดลง 140.54 จุด หรือลงไป 10.03% โดยคำนวณจาก ณ สิ้น 30ธันวาคม 2567 ดัชนีปิดที่ระดับ 1,400.21 จุด จนกระทั่งมาถึงวันที่ 30 ธันวาคม 2568 ดัชนีปิดที่ระดับ 1,259.67 จุด สะท้อนถึงภาวะการลงทุนที่เผชิญแรงกดดันจากหลายปัจจัยทั้งในและต่างประเทศ
โดยปัจจัยที่ส่งผลให้ตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลงในช่วงปี 2568 มาจากประเด็นตลาดหุ้นไทยเผชิญแรงกดดันรอบด้านจนปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจัยหลักเริ่มจากมรสุมต่างประเทศ ทั้งนโยบายกีดกันทางการค้าของสหรัฐอเมริกาที่เดินหน้าสร้างกำแพงภาษี ส่งผลให้ภาคการส่งออกของไทยถูกบีบมาร์จิ้นและสร้างความผันผวนต่อค่าเงินบาท
ขณะที่เศรษฐกิจจีนซึ่งเป็นคู่ค้าสำคัญชะลอตัวลง กำลังซื้อที่อ่อนแรงกระทบต่ออุตสาหกรรมปิโตรเคมีและภาคการท่องเที่ยวไทยที่พึ่งพานักท่องเที่ยวจีนในสัดส่วนที่สูง นอกจากนี้กระแสเงินทุนต่างชาติยังไหลออกจากตลาดไทย เพื่อกลับไปยังสินทรัพย์ในสหรัฐอเมริกาและตลาดเกิดใหม่ที่มีแรงขับเคลื่อนจากกลุ่มเทคโนโลยีมากกว่า
ขณะเดียวกันปัจจัยภายในประเทศได้ซ้ำเติมความเชื่อมั่นของนักลงทุน โดยปัญหาธรรมาภิบาลในบริษัทจดทะเบียนบางแห่งที่ถูกจับตามอง ทำให้ภาพมาตรฐานการกำกับดูแลตลาดทุนไทยถูกตั้งคำถาม ขณะที่โครงสร้างตลาดยังขาดหุ้นในกลุ่มเศรษฐกิจใหม่ (New Economy) และกระจุกตัวในกลุ่มพลังงานและธนาคารซึ่งเติบโตช้า จึงไม่ดึงดูดเม็ดเงินลงทุนใหม่
นอกจากนี้ระดับหนี้ครัวเรือนที่เร่งตัวสูงขึ้นยังบั่นทอนกำลังซื้อภายในประเทศ กระทบกำไรของภาคค้าปลีกและธุรกิจอสังหาริมทรัพย์อย่างมีนัยสำคัญ
ท้ายที่สุด ปัจจัยการเมืองและภูมิรัฐศาสตร์ในภูมิภาค โดยเฉพาะประเด็นพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลและความกังวลด้านความมั่นคงบริเวณแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ได้เพิ่มความระแวดระวังของนักลงทุนต่างชาติและกลายเป็นแรงฉุด Sentiment ของตลาดตลอดทั้งปี 2568
โดยสรุป ปี 2568 ถือเป็นปีที่ตลาดหุ้นไทยเผชิญความท้าทายรอบด้าน แม้ยังมีหุ้นบางตัวโดดเด่นสวนกระแส แต่ภาพรวมยังสะท้อนความเปราะบางของตลาดทุนไทยและความจำเป็นในการปรับโครงสร้างเพื่อดึงดูดความเชื่อมั่นนักลงทุนในระยะยาว