โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

วิกฤตรุมเร้า

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 13 ม.ค. เวลา 11.36 น. • เผยแพร่ 14 ม.ค. เวลา 00.00 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

“โมนิก้า” ยังไม่ขอเป็นคนมองโลกสวยต่อ ตลาดหุ้นไทยในระยะสั้น เพราะหากไล่ดูข้อมูลล่าสุดจาก Bloomberg Economicsจะเห็นชัดว่าเศรษฐกิจไทยในปีนี้กำลังเผชิญกับ บททดสอบครั้งสำคัญจากสัญญาณอันตรายที่รุมเร้ารอบด้าน ทั้งแรงกดดันจากภูมิรัฐศาสตร์โลก และความเปราะบางเชิงโครงสร้างภายในประเทศ ซึ่งมีความเสี่ยงสูงที่จะฉุดให้เศรษฐกิจไทย หดตัวลงถึง 0.50% เพคะ

ขณะที่สัญญาณอันตรายที่ยังรออยู่ข้างหน้า ก็ไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ ไม่ว่าจะเป็น แรงกดดันจากกำแพงภาษีและการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก, กับดักการเมืองและนโยบายประชานิยม, รวมถึง วิกฤตเชิงโครงสร้างอย่างสังคมสูงวัย และการที่ไทยเริ่มสูญเสียสถานะ “แชมป์เศรษฐกิจ” ในอาเซียนไปอย่างช้า ๆ ยังไม่รวมปัจจัยซ้ำเติมระยะสั้นที่บั่นทอนความเชื่อมั่น เช่น ความตึงเครียดบริเวณชายแดนกัมพูชาซึ่งกระทบต่อการค้าและการท่องเที่ยว ตลอดจน ความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติที่ยากจะประเมินผลกระทบล่วงหน้าได้ครบถ้วนเจ้าค่ะ

ทั้งนี้ “โมนิก้า” มองว่าปัจจัยลบถาโถมเข้ามาเป็นตัวเร่งให้นักลงทุน เทขายหุ้นลดความเสี่ยงส่งผลให้วานนี้ SET ปิดที่ระดับ 1,235.30 จุด ลบไป 6.90 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 3.74 หมื่นล้านบาท ตลาดยังเต็มไปด้วย ความระมัดระวังสูงเม็ดเงินใหม่ไม่ไหลเข้า แรงซื้อก็อ่อนกำลังพูดตรง ๆ ภาวะเช่นนี้เป็น สัญญาณเตือนชัดเจนว่าตลาดระยะสั้นยังต้อง ตั้งรับมากกว่ารุกซึ่งเป็นเรื่อง หลีกเลี่ยงไม่ได้เจ้าค่ะ

การตั้งรับของยังคงอิงตามมุมมองนักวิเคราะห์ทุกสถาบัน คือเน้นลงทุน หุ้น SET50เป็นหลัก เพราะฟื้นตัวเร็ว และนักลงทุนยังเล่นกันเป็นรอบเช่น KTBซึ่งเป็นแบงก์ที่มีกำไรแกร่ง รายได้ค่าธรรมเนียมเติบโตแข็งแรง ทั้งจากธุรกิจบริหารความมั่นคงและต่างประเทศ ทำให้ ROEมีแนวโน้มสูงขึ้นในปีนี้ พร้อมจ่ายปันผลสม่ำเสมอและสูง ดังนั้น จากราคาหุ้นปิดที่ 29 บาท บวกไป 0.25 บาท หรือขึ้นไป 0.87% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 616 ล้านบาท “โมนิก้า” มองว่า นี่อาจเป็นจังหวะดีในการเข้าสะสม ค่ะ

ตามด้วยในรายของKKPอิงมุมมองเชิงบวกของกูรูต่อ เสถียรภาพการเติบโตของกำไรและการบริหารเงินกองทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งช่วยผลักดันให้ ROE ปรับสูงขึ้นต่อเนื่องที่ 8.7%-9% ในปี 2569-2570 พร้อมคาด ผลตอบแทนเงินปันผลสูง 6.70-7.40% ส่วนราคาหุ้นปิดที่ 65.50 บาท ลบไป 0.75 บาท หรือ 1.13% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 150 ล้านบาท “โมนิก้า” มองว่า หากไม่หลุด แนวรับสำคัญ 65 บาท จะช่วยเพิ่มความอุ่นใจให้กับนักลงทุนที่ถือหุ้นอยู่ค่ะ

เช่นเดียวกับรายของPTTEPยังน่าลงทุน เป็นบริษัทที่สามารถสร้างกระแสเงินสดได้ดี โดยปริมาณการขายเติบโตต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังมี Strategic Partner ในการเสาะหาแหล่งใหม่ ๆ ประเด็นที่ยังเห็นว่าน่าลงทุน คือ อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลราว 6-7% “โมนิก้า” มองว่าจากราคาหุ้นมาปิดที่ระดับ 112.50 บาท บวกไป 1 บาท หรือขึ้นไป 0.90% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.33 พันล้านบาท ลุ้นเป้าแนวต้านบริเวณ 115 บาทยังเป็นเป้าหมายถัดไปที่อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมเจ้าค่ะ

ปิดท้ายด้วยรายของ TRUEฝากกูรูมองราคาหุ้นมีปัจจัยหนุนจากโมเมนตัมกำไรที่เติบโตแข็งแกร่ง โดยไตรมาส 4/2568 คาดกำไรปกติจะเพิ่มขึ้น 33.40%เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และ 2.70% จากไตรมาสก่อน ปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญมาจากการฟื้นตัวของธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ และการรับรู้ประโยชน์เต็มไตรมาสจากต้นทุนคลื่นความถี่ที่ลดลง งานนี้ “โมนิก้า” มองว่าจากราคาปิดที่ระดับ 11.60 บาท บวกไป 0.40 บาท หรือขึ้นไป 3.57%ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.29 พันล้านบาท ดูแล้วใครยากเก็งกำไรก็ต้องคิดพิจารณาแล้วกันนะจ๊ะ

โมนิก้าและทีมงาน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...