กลางศึกไทย–กัมพูชา จุดกระแสถามหา “ไอ้โม่ง” ตัวจริงที่อยู่เบื้องหลัง เมื่อ ‘แม่ทัพกุ้ง’ ปูดมี ‘ผู้ใหญ่’ สั่งให้หยุด สู่บททดสอบ “อธิปไตยกับการเมือง” อีกครั้ง
THE STATES TIMES
อัพเดต 10 พ.ย. 2568 เวลา 04.22 น. • เผยแพร่ 10 พ.ย. 2568 เวลา 05.45 น. • Hard News Teamการที่ พลโท บุญสิน พาดกลาง อดีตแม่ทัพภาคที่ 2 หรือที่ประชาชนเรียกขานด้วยความชื่นชมว่า "แม่ทัพกุ้ง" หรือ "แม่ทัพมนต์แคน" ออกมาเปิดเผยในวันที่ 8 พฤศจิกายน 2568 ว่า ในช่วง 6 ชั่วโมงแรกของการปะทะกับกองทัพกัมพูชาเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมา เขาได้รับคำสั่งจาก "ผู้ใหญ่" ให้หยุดยิง แต่เขาเลือกที่จะไม่หยุด และขู่ว่าหากถูกบังคับให้หยุด เขาจะเปิดเผยชื่อผู้ที่สั่ง ซึ่งมีโทษถึงประหาร นับเป็นการเปิดเผยที่สั่นสะเทือนวงการการเมืองและทหารไทยอย่างยิ่ง และสิ่งที่ตามมาคือสังคมต้องการรู้ว่าใครกันแน่ที่เป็น “ไอ้โม่ง” สั่งให้หยุดยิง
ย้อนที่มาของ คำสั่งหยุดยิงใน 6 ชั่วโมงแรก – ใครสั่งและทำไม ซึ่งเกิดขึ้นในงานบรรยาย "สานต่อความดี : รับมอบรางวัลเชิดชูเกียรติอันทรงเกียรติ พลังขับเคลื่อนการบรรยายพิเศษเพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่" ที่พุทธสถานปฐมอโศก จังหวัดนครปฐม เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2568 โดยพลโท บุญสิน ได้เปิดเผยว่า :
"วันแรกที่มีการปะทะกับกัมพูชา โดย 6 ชั่วโมงแรกได้มีคำสั่งให้หยุด แต่ผมขอไม่หยุด เพราะได้สตาร์ทแล้ว โดยผมได้ขอร้องผู้บังคับบัญชาว่าไม่หยุด และได้ต่อรองไปหลายวัน"
"ผมคิดว่าผิดแผนเขมรครับ ผมว่าเขมรเขาเคยทำแบบนี้แล้วเข้าทางเขาไงครับ เขาจะเอาเรื่องนี้ขึ้นศาลโลก ขึ้นศาลโลกเสร็จ ประเทศไทยบุกเขาใช่มั้ย ตายไป 3 คนแล้วนี่ งั้นเขาขอประท้วงเอาแผ่นดินคืน 3 ปราสาทกับ 1 พื้นที่ นี่สูตรของเขา"
พร้อมกับสำทับว่า "ถ้าหยุดผมจะเปิดเผยชื่อคนสั่งหยุด ซึ่งมีโทษถึงประหาร"
แม้ว่าพลโท บุญสิน จะไม่ระบุชื่อผู้ที่สั่งให้หยุดยิงอย่างชัดเจน แต่จากบริบทและสายการบังคับบัญชาของกองทัพไทย สามารถวิเคราะห์ได้ว่ามีผู้ที่อาจมีอำนาจในการสั่งการดังกล่าว ได้แก่:
ผู้บัญชาการทหารบก - เป็นผู้บังคับบัญชาโดยตรงของแม่ทัพภาคต่าง ๆ
ผู้บัญชาการทหารสูงสุด - มีอำนาจบัญชาการกองทัพทั้งหมด
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม - เป็นหัวหน้าฝ่ายพลเรือนที่ควบคุมกองทัพ
นายกรัฐมนตรี - เป็นหัวหน้ารัฐบาลและมีอำนาจสูงสุดในการกำหนดนโยบาย
สิ่งที่น่าสนใจคือ ในช่วงเวลานั้น นางสาวแพทองธาร ชินวัตร ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และมีข้อมูลภายหลังที่แสดงให้เห็นว่าเธอมีการติดต่อสื่อสารกับ สมเด็จ ฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา อย่างใกล้ชิด หลังปรากฏ คลิปเสียงการสนทนาระหว่างนางสาวแพทองธารกับสมเด็จ ฮุน เซน ถูกเผยแพร่สู่สาธารณะ ในวันที่ 18 มิถุนายน 2568 ซึ่งเป็นการสนทนาที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2568 ก่อนหน้าการปะทะครั้งใหญ่ในเดือนกรกฎาคม
ในคลิปเสียงดังกล่าว นางสาวแพทองธารได้กล่าวถึงกองทัพไทยในลักษณะที่ถูกตีความว่าเป็น "ฝ่ายตรงข้าม" ของรัฐบาล และยอมรับกับฮุน เซนว่ารัฐบาลของเธอมีปัญหากับกองทัพ รวมถึงกล่าวว่า "คนของฝ่ายตรงข้ามหมดเลย" ซึ่งถูกวิเคราะห์ว่าเป็นการพาดพิงถึงบุคคลสำคัญในกองทัพ โดยเฉพาะพลโท บุญสิน
แต่ก็อาจสันนิษฐานได้ว่า คำสั่งหยุดยิงในช่วง 6 ชั่วโมงแรกนั้น น่าจะมาจากความพยายามของฝ่ายการเมืองที่ต้องการหลีกเลี่ยงการปะทะที่รุนแรง โดยมีเป้าหมายอย่างน้อย 3 ประการ:
หลีกเลี่ยงความสูญเสียชีวิต - ไม่ต้องการให้มีการสูญเสียทั้งฝ่ายทหารและพลเรือน
รักษาความสัมพันธ์ทางการทูต - พยายามแก้ปัญหาผ่านการเจรจามากกว่าการใช้กำลัง
หลีกเลี่ยงการถูกกล่าวหาว่าเป็นฝ่ายรุก - กลัวว่ากัมพูชาจะนำเรื่องขึ้นศาลโลก อ้างว่าไทยเป็นฝ่ายรุกราน
อย่างไรก็ตาม ฝ่ายทหารโดยเฉพาะพลโท บุญสิน มองว่าการหยุดยิงในขณะนั้นจะเป็นการเสียเปรียบทางยุทธวิธี และอาจทำให้กัมพูชาได้โอกาสในการเสริมกำลังหรือใช้เป็นข้ออ้างในเวทีระหว่างประเทศก็ได้ จึงขอเดินหน้าต่อ
ซึ่งเรื่องนี้ ร้อนถึง ผศ.ดร.วันวิชิต บุญโปร่ง ที่ปรึกษา พลเอก ณัฐพล นาคพาณิชย์ หรือบิ๊กเล็ก รมว.กลาโหม ต้องออกมายืนยันว่า พลเอกณัฐพล ซึ่งในขณะนั้นดำรงตำแหน่ง รมช.กลาโหม ไม่ได้เป็นคนสั่งให้หยุดยิง โดยระบุว่า ตอนนี้กำลังมีขบวนการตัดต่อคลิป พยายามบ่งชี้ว่า “ใครสั่งแม่ทัพกุ้งหยุดยิง” แน่นอนมันเป็นการดิสเครดิตตัว ทำให้ดูเหมือนว่ารัฐมนตรีกลาโหมเกี่ยวข้อง
พร้อมได้นำคำพูดของ บิ๊กเล็ก ที่ได้สนทนากัน มายืนยันด้วยว่า “พี่ตอบอาจารย์จริง ๆ นะ พี่สาบาน พี่ไม่เคยโทรไป หรือสั่งการใดๆ กับกุ้ง หรือแม้แต่ ผบ.ทบ. เลย พี่เป็นทหารทำไมจะไม่รู้”
ส่วนใครจะเป็นคนสั่งนั้น บิ๊กเล็ก ย้ำว่า “ไม่ก้าวล่วง และเข้าไม่ถึง…ด้วย” นั่นทำให้ชื่อคนสั่งหยุดยิงยังเป็นปริศนาต่อไป
แต่ต่อมา นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ประธานพรรคไทยภักดี ก็ได้ออกโพสต์เฟซบุ๊ก พุ่งเป้าไปที่นายภูมิธรรม เวชยชัย อดีตรักษาการนายกรัฐมนตรี ให้ออกมาชี้แจง เรื่องที่มีการขอให้แม่ทัพกุ้งหยุดยิง ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่มาก เพราะไม่ใช่เป็นเรื่องเด็กต่อยกัน แล้วมีผู้ใหญ่มาขอให้หยุด ซึ่งการรบกับเขมรนั้น เป็นเรื่องของอธิปไตย เรื่องดินแดน เป็นเรื่องของชาติบ้านเมือง เป็นเรื่องที่สำคัญมากๆ จะปล่อยให้ใครเข้ามาแทรกแซงไม่ได้
อย่างน้อยท่านที่ปรึกษา ของพลเอกณัฐพล ซึ่งท่านเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ท่านก็ออกมาชี้แจงแล้วว่า ท่านไม่เกี่ยว ไม่เคยโทรไปหาแม่ทัพกุ้ง ดังนั้น ในฐานะที่เป็นผู้มีอำนาจ และสังคมกำลังเคลือบแคลง ก็ควรจะออกมาชี้แจงเพื่อความโปร่งใส
ซึ่งการออกมาตอกย้ำของ นพ.วรงค์ ต่อประเด็นที่พลโท บุญสิน ได้เปิดไว้ ทำให้สังคมต้องติดตามและจับตากันต่อไปว่า จะมีใครออกมาชี้แจงเรื่องนี้ให้ชัดเจนหรือไม่ และเชื่อว่า คำถามนี้จะย้อนกลับไปสู่ ‘แม่ทัพกุ้ง’ ซึ่งจะโดนจี้ให้ตอบคำถามให้กระจ่างอย่างแน่นอน เพราะเรื่องนี้ถือเป็นเรื่องสำคัญที่คนไทยส่วนใหญ่อยากได้คำตอบ