โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

‘อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ’ จากโต๊ะเจรจาปี 53 ถึงเวทีรัฐศาสตร์ จุฬาฯ 2568 กล้าเผชิญหน้าด้วยสติและความนิ่ง พร้อมรับฟัง–พร้อมตอบ–พร้อมถูกตรวจ ทุกข้อครหา

THE STATES TIMES

อัพเดต 04 พ.ย. 2568 เวลา 11.18 น. • เผยแพร่ 04 พ.ย. 2568 เวลา 14.30 น. • Hard News Team

เด็กถามแรง–ผู้ใหญ่ตอบตรง: เวทีรัฐศาสตร์ จุฬาฯ
2 พ.ย. 2568 คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ เชิญ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” บรรยาย ก่อนเริ่มงานมีนิสิต 5–6 คนชูป้ายทวงถามคดีปี 2553 เจ้าตัวไม่หลบ–เดินเข้าหา อธิบายข้อเท็จจริงตามกระบวนการยุติธรรมต่อหน้า พร้อมตอบคำถามยาว ๆ แบบใจเย็น เหตุการณ์ถูกสื่อหลายสำนักรายงานต่อเนื่องและกลายเป็นไวรัลทางการเมืองในวันถัดมา

เสียงสะท้อนก็แรงทั้งสองขั้ว แต่สิ่งหนึ่งที่เห็นร่วมกันคือ “สติและความนิ่ง” ระหว่างเผชิญหน้า สะท้อนทักษะการสื่อสารและความมั่นใจในข้อเท็จจริงของตนเอง แม้ท่ามกลางบรรยากาศกดดันในรั้วมหาวิทยาลัยก็ตาม

ย้อนเฟรมประวัติศาสตร์: เจรจาสดกับแกนนำ นปช. ปี 2553
ก่อนหน้านี้กว่า 15 ปี ประเทศไทยเคยเห็น “ผู้นำรัฐบาล” นั่งโต๊ะดีเบตกับแกนนำผู้ชุมนุม ออกอากาศสดทั่วประเทศ 2 วันติด (28–29 มี.ค. 2553) ที่สถาบันพระปกเกล้า—ภาพจำสามฟ้าปะทะสามแดง โต้แย้งด้วยเหตุผลและเงื่อนไขยุบสภาแบบเปิดหน้า ไม่มีสคริปต์ ไม่มีตัดต่อ นี่คือมาตรฐาน “การเมืองในที่แจ้ง” ที่หาได้ยากในวิกฤตการเมืองไทยยุคนั้น

สาระสำคัญของโต๊ะเจรจาในวันนั้นคือการต่อรอง “เส้นตาย” ยุบสภา ซึ่งสุดท้ายไปต่อกันไม่ได้ แต่ชี้ให้เห็นชัดว่า “อภิสิทธิ์” เลือกสู้ด้วยข้อมูลและกระบวนการต่อหน้า ไม่ใช่หลังไมค์ เป็นภาพสะท้อนสไตล์การเมืองแบบรับผิดชอบต่อสาธารณะ มากกว่าการส่งตัวแทนหรือเลี่ยงเผชิญหน้ากับฝ่ายตรงข้าม

นิสัยการเมืองที่โผล่ชัดจาก 2 เหตุการณ์
• ฟังเป็น–ตอบเป็นระบบ: เหตุการณ์จุฬาฯ แสดง “สกิลอธิบาย” ยาว ๆ โดยไม่หลุดอารมณ์ ทั้งที่ถูกขึงคำถามย้ำ ๆ—ภาพนี้สอดคล้องกับยุคเป็นนายกฯ ที่มักขึ้นเวทีนโยบาย/ดีเบตด้วยโทนเยือกเย็น เนื้อหาแน่น

• ไม่หนีดีเบตในเรื่องยาก: ทั้งการขึ้นโต๊ะเจรจากับแกนนำเสื้อแดงแบบสด และการเผชิญหน้ากับนิสิตในรั้วจุฬาฯ คือการ “ยืนในแสง” ให้ตรวจสอบต่อหน้า มากกว่าหลบหลังโพเดียม

• เชื่อกระบวนการ–ยอมถูกตรวจ: เจ้าตัวย้ำว่าคดีปี 2553 ผ่านการตรวจสอบหลายชั้น และข้อกล่าวหาต่อเขาถูกยุติในปี 2558 ตามมติ ป.ป.ช. นี่อธิบายได้ว่าทำไมเขาจึงกล้าพูดเรื่องนี้ในที่สาธารณะซ้ำ ๆ

เสี้ยวคำบอกเล่าจากวงในยุคนั้นยังสะท้อน “แนวคิดลดการปะทะ” เช่น การผลักดันให้ “นั่งโต๊ะเจรจา อย่าเอาชีวิตคนมาเสี่ยง” ก่อนปมการเมืองจะบานปลายในเดือนต่อมา—นี่คือ mindset แบบผู้นำสายสถาบันนิยมที่มองหาทางออกด้วยกติกา มากกว่าทางลัด

ทำไมจึงเรียกว่า “คนจริง”
เพราะ “ความจริงใจทางการเมือง” ต้องวัดในสถานการณ์ยาก ไม่ใช่บนเวทีที่มีแต่เสียงเชียร์—การยอมดีเบตสดกับคู่ขัดแย้งในปี 2553 และยอมยืนตอบคำถามนิสิตในปี 2568 สะท้อน 3 คุณสมบัติหลัก: (1) กล้ารับผิดชอบต่อสาธารณะ, (2) มั่นใจในข้อเท็จจริง/กระบวนการ, และ (3) ให้เกียรติคนเห็นต่างด้วยเหตุผล ซึ่งทั้งหมดคือทุนทางศรัทธาที่นักการเมืองยุคใหม่ควรมี หากอยากยกระดับการเมืองไทยจากการป้ายสี สู่การโต้แย้งบนข้อมูล

เช็คพอยต์ข้อเท็จจริงที่ควรแนบทุกครั้งที่อ้างอิง
• เวทีรัฐศาสตร์ จุฬาฯ เกิดขึ้นเช้า 2 พ.ย. 2568 มีการชูป้าย–ตั้งคำถาม และเจ้าตัวเข้าไปชี้แจงเองต่อหน้า (มีคลิปและรายงานข่าวหลายสำนัก)
• โต๊ะเจรจารัฐบาล–นปช. ถ่ายทอดสด 28–29 มี.ค. 2553 ที่สถาบันพระปกเกล้า เป็นรูปแบบ “สามต่อสาม” บนจอทีวีทั้งประเทศ
• สถานะคดีปี 2553: ป.ป.ช.มีมติให้ข้อกล่าวหาต่อนายอภิสิทธิ์ตกไป เมื่อ 29 ธ.ค. 2558

สรุป
สองฉากในสองยุค—เจรจาสดกับแกนนำเสื้อแดง และเผชิญหน้าคำถามในรั้วจุฬาฯ—ชี้ไปทางเดียวกันว่า “อภิสิทธิ์” เล่นการเมืองแบบคนจริงในที่แจ้ง: พร้อมรับฟัง–พร้อมตอบ–พร้อมถูกตรวจ โดยถือธง เหตุผลและกติกาเป็นเครื่องมือหลัก ไม่ใช่เสียงโห่หรือกองเชียร์ มาตรฐาน “ยืนตอบต่อหน้า” แบบนี้ คือสิ่งที่การเมืองไทยควรรักษาและส่งต่อ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...