“ดาวโจนส์” ทะลุ 49,000 จุด ครั้งแรก “ออลไทม์ไฮ” รับแรงซื้อหุ้นชิป–AI หนุน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดการซื้อขายเมื่อวันอังคาร (6 ม.ค.69) ดัชนีหลักปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยนักลงทุนยังให้น้ำหนักกับหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและนวัตกรรมขั้นสูง ท่ามกลางความคาดหวังต่อการเติบโตของอุตสาหกรรม AI และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลในระยะถัดไป
ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ (.DJI) ปิดที่ 49,462.08 จุด เพิ่มขึ้น 484.90 จุด หรือ +0.99%, ดัชนี S&P 500 (.SPX) ปิดที่ 6,944.82 จุด เพิ่มขึ้น 42.77 จุด หรือ +0.62% และ ดัชนี Nasdaq Composite (.IXIC) ปิดที่ 23,547.17 จุด เพิ่มขึ้น 151.35 จุด หรือ +0.65%
หุ้นในกลุ่มบริษัทเทคโนโลยีหน่วยความจำและเทคโนโลยีการจัดเก็บข้อมูลปรับตัวขึ้นอย่างโดดเด่น หลังนายเจนเซน หวง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Nvidia กล่าวบนเวที CES 2026 ที่เมืองลาสเวกัสว่า ชิปตระกูล “Rubin” ซึ่งเป็นชิปประมวลผลสำหรับศูนย์ข้อมูล ได้เข้าสู่กระบวนการผลิตแล้ว พร้อมเปิดเผยแนวคิดเทคโนโลยีการจัดเก็บข้อมูลรูปแบบใหม่ “Context Memory Storage” เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการประมวลผลของระบบ AI
ทั้งนี้ หุ้น SanDisk ทะยานขึ้น 27.56% หุ้นWestern Digital พุ่งขึ้น 17% หุ้น Seagate Technology เพิ่มขึ้น 14% และหุ้น Micron Technology ปรับตัวขึ้น 10% โดยราคาหุ้นทั้ง 4 บริษัทปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ สะท้อนแรงเก็งกำไรในธีม AI และศูนย์ข้อมูล
ในทางตรงกันข้าม หุ้นกลุ่มพลังงานอ่อนแรงลง หลังจากพุ่งขึ้นอย่างแข็งแกร่งในวันก่อนหน้า จากข่าวความเคลื่อนไหวของสหรัฐฯ ที่เกี่ยวข้องกับเวเนซุเอลา ส่งผลให้นักลงทุนขายทำกำไรในหุ้นพลังงานรายใหญ่ โดยหุ้น Exxon Mobil ร่วงลง 3.4% หุ้น Chevron ลดลง 4.5% หุ้น ConocoPhillips ปรับตัวลง 2.1% และหุ้น Marathon Petroleum ร่วงลง 2.58%
ทั้งนี้ การปิดที่ระดับ 49,462.08 จุด ถือเป็นการทำสถิติสูงสุดใหม่ของดัชนีดาวโจนส์ แซงระดับก่อนหน้าที่ 48,977.18 จุด ซึ่งทำไว้เมื่อวันที่ 5 มกราคม 2569