ข้อควรระวังของผงชาเขียวที่คนชอบดื่มควรรู้
ปัจจุบันผงชาเขียวญี่ปุ่นเป็นที่นิยมอย่างมาก เพราะว่ามีสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายหลายชนิด ช่วยในหลายเรื่องทั้งด้านสุขภาพและความงาม แต่ใช่ว่าผงชาเขียวจะมีประโยชน์อย่างเดียว ยังมีข้อควรระวังหลายอย่างที่คนรักชาเขียวควรต้องรู้ เพราะหากดื่มมากเกินไปอาจเกิดผลเสียต่อร่างกายบ้าง แต่เราควรระวังเรื่องใดของผงชาเขียวบ้างและสามารถเลี่ยงได้อย่างไร ในบทความนี้จะมาไขข้อข้องใจให้ทราบกันค่ะ
5 ข้อเสียของผงชาเขียว
ผงชาเขียวเป็นรูปแบบของชาที่ผลิตมาเพื่อให้ชงได้ง่ายและสะดวก สามารถชงได้ในปริมาณที่พอเหมาะเพียงแค่ละลายในน้ำร้อนหรือน้ำเย็น แต่ผงชาเขียวก็ยังมีข้อเสียอยู่บ้างเช่นกัน
1. ผงชาเขียวอาจเกิดการออกซิเดชัน?
ข้อเสียของผงชาเขียวคือจะเกิดการออกซิไดซ์ได้เร็วกว่าใบชาทั่วไป เมื่อผงชาเขียวสัมผัสกับอากาศและออกซิไดซ์จะทำให้รสชาติและกลิ่นของผงชาเขียวเสื่อมลง การเก็บผงชาเขียวจึงควรเก็บไว้ในภาชนะสุญญากาศที่ปิดสนิท เช่น กล่องที่ใช้เก็บชาโดยเฉพาะ มักทำจากสเตนเลสหรือโลหะ ตรงฝาปิดอย่างแน่นหนา เพื่อทำให้ผงชาเขียวสัมผัสกับอากาศให้น้อยที่สุด อีกอย่างคือสารคาเทชินในผงชาเขียวจะจางลงเมื่อโดนแสง จึงควรเก็บผงชาเขียวไว้ในตู้เย็น
2. ผงชาเขียวอาจมีไรฝุ่นได้
หากเก็บผงชาเขียวไว้ในสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม ผงชาเขียวอาจจะมีไรฝุ่นปะปนได้ ตามสภาวะที่เอื้อต่อการเกิดไรฝุ่นคืออุณหภูมิ 20-30 องศาเซลเซียส และความชื้นที่ 60-80% อีกทั้งตัวไรฝุ่นจะกินพวกฝุ่น เศษอาหาร หรือแม้กระทั่งเศษรังแคที่ร่วงหล่นเป็นอาหาร จึงไม่ควรเก็บผงชาเขียวไว้ในสภาพแวดล้อมตามเงื่อนไขข้างต้น หรือตามใกล้โซฟา พรม หรือที่ที่อาจเกิดไรฝุ่นได้ ควรเก็บผงชาเขียวในถุงหรือกล่องและใส่ตู้เย็น เพื่อป้องกันการปัญหาจากไรฝุ่นหรือการออกซิไดซ์
3. การได้รับสารคาเทชินมากเกินไปทำให้เกิดอาการท้องผูกและโลหิตจาง
ข้อเสียอีกอย่างของผงชาเขียวคืออาจทำให้เกิดอาการท้องผูกและโลหิตจาง เนื่องจากผงชาเขียวมีสารคาเทชิน (แทนนิน) ที่ถึงจะมีประโยชน์ต่อร่างกาย แต่การบริโภคมากเกินไปก็ก่อให้เกิดผลเสียได้เช่นเดียวกัน เพราะคาเทชินเป็นสารที่จับกับธาตุเหล็กได้ง่าย เมื่อรับประทานเข้าไปจึงไปจับกับธาตุเหล็กที่อยู่ในอาหาร ทำให้ร่างกายดูดซึมธาตุเหล็กได้ยากขึ้น และคาเทชินยังทำให้อุจจาระแข็ง จึงอาจทำให้เกิดอาการท้องผูกและโลหิตจางได้ เราจึงควรบริโภคผงชาเขียวในปริมาณที่พอเหมาะ ไม่ควรบริโภคมากจนเกินไป
4. เสี่ยงต่อการเกิดนิ่วในทางเดินปัสสาวะ
ผงชาเขียวมีสารออกซาเลต การบริโภคผงชาเขียวในปริมาณมากเกินไปจะส่งผลให้มีความเสี่ยงต่อการเกิดนิ่วในทางเดินปัสสาวะเพิ่มขึ้น ผู้ที่เป็นนิ่วในทางเดินปัสสาวะมาก่อนจึงควรระมัดระวังในการบริโภคผงชาเขียว
5. คาเฟอีนในผงชาเขียวทำให้นอนไม่หลับ
การดื่มผงชาเขียวมากเกินไปอาจทำให้เกิดอาการนอนไม่หลับซึ่งเป็นผลข้างเคียงจากคาเฟอีน เพราะชาเขียวผง 10 กรัม มีคาเฟอีนถึง 230 กรัม มากกว่ากาแฟเสียอีก ! คนที่นอนยากอยู่แล้วหรือมีปัญหาเรื่องการนอนอยู่จึงควรระวัง ไม่ควรบริโภคผงชาเขียวมากเกินไป
แต่ผงชาเขียวแสนอร่อยที่หลายคนติดใจก็มีประโยชน์เช่นเดียวกัน มาดูกันว่าผงชาเขียวมีประโยชน์อะไรบ้าง
ประโยชน์ของผงชาเขียว
1. ผงชาเขียวอุดมไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย
ใบชาเขียวอุดมไปด้วยสารอาหารต่าง ๆ ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย เช่น คาเทชิน ธีอะนีน รวมถึงวิตามินและแร่ธาตุต่าง ๆ เมื่อละลายใบชาเขียวในกาน้ำร้อน พวกสารอาหารที่ละลายได้ในน้ำร้อนจะถูกดูดซึมออกไป แต่สารอาหารที่ไม่ละลายในน้ำร้อนจะยังคงเหลืออยู่ที่ใบชา ตัวอย่างเช่น หากชงใบชาในกาน้ำร้อน คาเทชินจะละลายในน้ำร้อนเพียง 30% ส่วนอีก 70% ที่เหลือจะยังคงอยู่หลงเหลือที่ใบชา ส่วนผงชาเขียวทำจากใบชาเต็มใบที่นำมาบดเป็นผงและสามารถละลายในน้ำร้อนเพื่อดื่มได้ ทำให้ได้รับสารอาหารจากชาเขียวอย่างครบถ้วน
2. ดื่มง่ายเพียงละลายในน้ำร้อน
ผงชาเขียวดื่มง่ายเพียงละลายในน้ำร้อนเท่านั้น ไม่ต้องใช้กาน้ำชา ตะแกรงกรองชา หรือว่าถุงชา ลดขั้นตอนในการทำความสะอาดภาชนะหลังชงและดื่มด้วย สะดวกและง่ายมาก
3. ผงชาเขียวนำมาใช้ทำอาหารได้
ประโยชน์ของผงชาเขียวอีกอย่างที่สำคัญคือนอกจากจะไว้ชงดื่มปกติแล้วยังสามารถนำมาทำเป็นวัตถุดิบในอาหารเมนูต่าง ๆ ได้ แถมยังเข้ากันดีกับอาหารหลายแบบ เช่น นำไปทำเป็นเกลือชาเขียวสำหรับเมนูเทมปุระ ไก่ทอดแป้งชาเขียว หรือของหวานอย่างแพนเค้กและคุกกี้ชาเขียว ฯลฯ เรียกว่าทำอาหารได้หลายเมนู เพียงแค่นำผงชาเขียวไปเป็นเครื่องปรุงรสหรือเป็นส่วนผสม
ผลจากสารต่าง ๆ ที่มีในผงชาเขียว
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับจากคาเทชิน
- อาจมีฤทธิ์เป็นสารหรือยาที่ใช้สำหรับยับยั้งหรือฆ่าเชื้อจุลินทรีย์
- ป้องกันหวัดและไข้หวัดใหญ่
- ยับยั้งกลิ่นปาก
- ป้องกันอาการอาหารเป็นพิษ
- ยับยั้งการก่อมะเร็งและป้องกันโรคมะเร็ง
- มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระและชะลอวัย
- ทำให้ผิวสวย ชะลอการแก่ก่อนวัย
- ป้องกันการแก่ก่อนวัยของหลอดเลือด
- ป้องกันพวกโรค NCDs เช่น ความดันโลหิตสูงและโรคหลอดเลือดสมอง
จะเห็นได้ว่าสารคาเทชินมีประโยชน์ต่อร่างกาย แต่ต้องบริโภคในปริมาณที่เหมาะสม
ผลจากคาเฟอีน
ถ้าพูดถึงคาเฟอีน คนมักจะนึกถึงผลของคาเฟอีนที่เห็นได้ชัดก่อนอื่นเลยว่าทำให้เกิดอาการนอนไม่หลับ แต่หากบริโภคคาเฟอีนในปริมาณที่พอเหมาะต่อร่างกายจะเห็นได้ว่าคาเฟอีนก็มีประโยชน์เช่นเดียวกัน เช่น ทำให้รู้สึกระตุ้นหรือตื่นตัวเมื่อง่วงนอน ลดความเหนื่อยล้า ป้องกันอาการเมาค้าง และเพิ่มสมาธิในการทำกิจกรรมต่าง ๆ แต่ทั้งนี้ขอย้ำว่าต้องบริโภคในปริมาณที่เหมาะสมเท่านั้น เพราะถ้ามากเกินไปก็จะให้เกิดผลข้างเคียงหรือเป็นโทษต่อร่างกายได้
ผลของธีอะนีน
ธีอะนีนอาจจะฟังดูเป็นสารชื่อแปลก ๆ ที่หลายคนยังไม่รู้จัก เป็นกรดอะมิโนชนิดหนึ่ง มีผลวิจัยว่าการรับประทานธีอะนีนจะช่วยลดความเครียด ทำให้ผ่อนคลาย และยังช่วยเพิ่มสมาธิในการทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้ หากต้องการบริโภคผงชาเขียวแต่ยังกังวลเรื่องผลกระทบจากคาเฟอีน ขอแนะนำให้เลือก “ผงชาเขียวแบบดีแคฟ” แทนทุกครั้งเท่าที่ทำได้ นอกจากจะไม่มีคาเฟอีนแล้วยังได้รับธีอะนีนแบบเต็ม ๆ ด้วย
ประโยชน์ของวิตามินซี
เชื่อกันว่าวิตามินซีในผงชาเขียวจะช่วยต้านอนุมูลอิสระซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดริ้วรอย ช่วยส่งเสริมการสร้างคอลลาเจนในผิว ทำให้ผิวสวยเนียนใส
ประโยชน์ของกาบา
มีงานวิจัยชี้ว่าชาเขียวมีสารกาบา (GABA) ซึ่งมีคุณสมบัติในการช่วยลดความเครียด ลดความเหนื่อยล้า เพิ่มความมั่นคงทางจิตใจ
สารอาหารอื่น ๆ ที่พบในผงชาเขียว
ผงชาเขียวยังมีสารอาหารที่มีประโยชน์อื่น ๆ อีกมากมาย เช่น วิตามินอีที่ละลายในไขมัน เบต้าแคโรทีน แมงกานีส ทองแดง และสังกะสี
แต่สิ่งที่ต้องย้ำตลอดคือ “การดื่มผงชาเขียวมากเกินไปอาจทำให้เกิดผลเสียต่อร่างกายได้ จึงควรบริโภคในปริมาณที่เหมาะสมเท่านั้น !”
ความแตกต่างระหว่างชาเขียวผง ชาผง ชาสำเร็จรูป และมัทฉะ
มีชาหลายชนิดที่เพียงแค่ละลายในน้ำร้อนก็สามารถดื่มได้ทันที ถ้าหลายคนยังแยกไม่ออก วันนี้เรามาทำความรู้จักความแตกต่างระหว่างผงชาเขียว ชาผง ชาสำเร็จรูป และมัทฉะกันดีกว่า
1. ผงชาเขียว (粉末緑茶)
ผงชาเขียวทำจากใบชาเซ็นฉะบดละเอียด ไม่เติมสารปรุงแต่งใด ๆ ซึ่งช่วยให้ผู้ดื่มได้รับสารอาหารต่าง ๆ ได้อย่างเต็มที่ แต่สีและกลิ่นของผงชาเขียวจะจางลงหลังจากเวลาผ่านไป เมื่อเปิดแล้วจึงควรชงดื่มทันที
2. ชาผง
ชาที่บดเป็นผงแต่ยังมีส่วนที่เห็นว่าเป็นใบชาอยู่มักเรียกว่า “ชาผง” (粉茶) ทำโดยการร่อนผ่านส่วนที่หยาบของใบชาเพื่อเก็บเฉพาะผงที่ละเอียดที่สุด จากนั้นกรองชาผ่านตะแกรงตาถี่หรือกาน้ำชา แต่ส่วนที่เห็นว่าเป็นใบชาก็ยังคงอยู่
3. ชาสำเร็จรูป (インスタント茶)
ชาสำเร็จรูปเป็นชาที่ชงแล้วทำให้อยู่ในรูปแบบผงหรือเป็นเม็ดหยาบ ๆ สามารถละลายได้ง่ายในน้ำเย็น คล้ายกับกาแฟสำเร็จรูป มีความต่างกับผงชาเขียวที่ผงชาเขียวจะละลายได้ในน้ำร้อน ส่วนชาสำเร็จรูปจะละลายในน้ำได้อย่างรวดเร็ว (น้ำร้อนหรือน้ำเย็นก็ได้) เป็นเครื่องดื่มที่ชงดื่มได้สะดวกมาก
4. มัทฉะ (抹茶)
มัทฉะทำจากใบชา (เท็นฉะ) ที่ปลูกในที่ร่ม จากนั้นนำไปนึ่ง ตากแห้งทีละใบโดยไม่รีด แล้วบดเป็นผงในโม่หิน เป็นชาคุณภาพสูง แตกต่างจากผงชาเขียวในทุกด้าน ตั้งแต่วิธีการทำ ส่วนผสม คุณภาพ ใบชา และราคา
ความแตกต่างระหว่างมัทฉะและผงชาเขียว
สิ่งที่แตกต่างระหว่างมัทฉะและผงชาเขียวที่เห็นได้ชัดคือเรื่อง “ส่วนผสม” มัทฉะทำจากใบชาเท็นฉะ ปลูกในที่ร่ม ทำให้มีสีเขียวเข้มขึ้น และมีธีอะนีนเพิ่มขึ้น ส่วนคาเทชินจะลดลง ทำให้มีรสชาติกลมกล่อม มีความฝาดน้อย แต่ต้องใช้เวลาผลิตนานและทุกขั้นตอนมีราคาแพง ทำให้มัทฉะมีต้นทุนสูง ส่วนผงชาเขียวทำจากเซ็นฉะ ปลูกในที่ที่มีแดด ทำให้มีปริมาณคาเทชินสูงขึ้น ส่วนธีอะนีนจะลดลง สลับกับมัทฉะ
มีวิจัยของญี่ปุ่นได้กล่าวไว้ว่าผงชาเขียวมีคาเฟอีนเยอะกว่ากาแฟหรือชาดำ ควรบริโภคไม่เกิน 10 ถ้วยต่อวัน การดื่มสองถ้วยต่อวันป้องกันภาวะสมองเสื่อม ห้าถ้วยต่อวันป้องกันโรคหลอดเลือดสมอง เจ็ดถ้วยต่อวันช่วยลดโรคเบาหวาน บทความนี้ได้แนะนำเรื่องต่าง ๆ ของผงชาเขียวแบบจุใจให้ได้อ่านกันแล้ว ใครที่สนใจผงชาเขียวลองหามาดื่มกันได้นะคะ ขอเน้นย้ำว่าการดื่มมากไปอาจเกิดผลเสียต่อร่างกาย จึงควรดื่มผงชาเขียวหรือบริโภคในปริมาณที่พอเหมาะเท่านั้นค่ะ
สรุปเนื้อหาจาก shufuse