โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาหาร

ข้อควรระวังของผงชาเขียวที่คนชอบดื่มควรรู้

conomi

อัพเดต 16 ธ.ค. 2568 เวลา 13.50 น. • เผยแพร่ 20 ธ.ค. 2568 เวลา 12.00 น. • conomi.co

ปัจจุบันผงชาเขียวญี่ปุ่นเป็นที่นิยมอย่างมาก เพราะว่ามีสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายหลายชนิด ช่วยในหลายเรื่องทั้งด้านสุขภาพและความงาม แต่ใช่ว่าผงชาเขียวจะมีประโยชน์อย่างเดียว ยังมีข้อควรระวังหลายอย่างที่คนรักชาเขียวควรต้องรู้ เพราะหากดื่มมากเกินไปอาจเกิดผลเสียต่อร่างกายบ้าง แต่เราควรระวังเรื่องใดของผงชาเขียวบ้างและสามารถเลี่ยงได้อย่างไร ในบทความนี้จะมาไขข้อข้องใจให้ทราบกันค่ะ

ผงชาเขียว

5 ข้อเสียของผงชาเขียว

ผงชาเขียวเป็นรูปแบบของชาที่ผลิตมาเพื่อให้ชงได้ง่ายและสะดวก สามารถชงได้ในปริมาณที่พอเหมาะเพียงแค่ละลายในน้ำร้อนหรือน้ำเย็น แต่ผงชาเขียวก็ยังมีข้อเสียอยู่บ้างเช่นกัน

1. ผงชาเขียวอาจเกิดการออกซิเดชัน?

ผงชาเขียว

ข้อเสียของผงชาเขียวคือจะเกิดการออกซิไดซ์ได้เร็วกว่าใบชาทั่วไป เมื่อผงชาเขียวสัมผัสกับอากาศและออกซิไดซ์จะทำให้รสชาติและกลิ่นของผงชาเขียวเสื่อมลง การเก็บผงชาเขียวจึงควรเก็บไว้ในภาชนะสุญญากาศที่ปิดสนิท เช่น กล่องที่ใช้เก็บชาโดยเฉพาะ มักทำจากสเตนเลสหรือโลหะ ตรงฝาปิดอย่างแน่นหนา เพื่อทำให้ผงชาเขียวสัมผัสกับอากาศให้น้อยที่สุด อีกอย่างคือสารคาเทชินในผงชาเขียวจะจางลงเมื่อโดนแสง จึงควรเก็บผงชาเขียวไว้ในตู้เย็น

2. ผงชาเขียวอาจมีไรฝุ่นได้

หากเก็บผงชาเขียวไว้ในสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม ผงชาเขียวอาจจะมีไรฝุ่นปะปนได้ ตามสภาวะที่เอื้อต่อการเกิดไรฝุ่นคืออุณหภูมิ 20-30 องศาเซลเซียส และความชื้นที่ 60-80% อีกทั้งตัวไรฝุ่นจะกินพวกฝุ่น เศษอาหาร หรือแม้กระทั่งเศษรังแคที่ร่วงหล่นเป็นอาหาร จึงไม่ควรเก็บผงชาเขียวไว้ในสภาพแวดล้อมตามเงื่อนไขข้างต้น หรือตามใกล้โซฟา พรม หรือที่ที่อาจเกิดไรฝุ่นได้ ควรเก็บผงชาเขียวในถุงหรือกล่องและใส่ตู้เย็น เพื่อป้องกันการปัญหาจากไรฝุ่นหรือการออกซิไดซ์

3. การได้รับสารคาเทชินมากเกินไปทำให้เกิดอาการท้องผูกและโลหิตจาง

ข้อเสียอีกอย่างของผงชาเขียวคืออาจทำให้เกิดอาการท้องผูกและโลหิตจาง เนื่องจากผงชาเขียวมีสารคาเทชิน (แทนนิน) ที่ถึงจะมีประโยชน์ต่อร่างกาย แต่การบริโภคมากเกินไปก็ก่อให้เกิดผลเสียได้เช่นเดียวกัน เพราะคาเทชินเป็นสารที่จับกับธาตุเหล็กได้ง่าย เมื่อรับประทานเข้าไปจึงไปจับกับธาตุเหล็กที่อยู่ในอาหาร ทำให้ร่างกายดูดซึมธาตุเหล็กได้ยากขึ้น และคาเทชินยังทำให้อุจจาระแข็ง จึงอาจทำให้เกิดอาการท้องผูกและโลหิตจางได้ เราจึงควรบริโภคผงชาเขียวในปริมาณที่พอเหมาะ ไม่ควรบริโภคมากจนเกินไป

4. เสี่ยงต่อการเกิดนิ่วในทางเดินปัสสาวะ

ผงชาเขียวมีสารออกซาเลต การบริโภคผงชาเขียวในปริมาณมากเกินไปจะส่งผลให้มีความเสี่ยงต่อการเกิดนิ่วในทางเดินปัสสาวะเพิ่มขึ้น ผู้ที่เป็นนิ่วในทางเดินปัสสาวะมาก่อนจึงควรระมัดระวังในการบริโภคผงชาเขียว

5. คาเฟอีนในผงชาเขียวทำให้นอนไม่หลับ

ผงชาเขียว

การดื่มผงชาเขียวมากเกินไปอาจทำให้เกิดอาการนอนไม่หลับซึ่งเป็นผลข้างเคียงจากคาเฟอีน เพราะชาเขียวผง 10 กรัม มีคาเฟอีนถึง 230 กรัม มากกว่ากาแฟเสียอีก ! คนที่นอนยากอยู่แล้วหรือมีปัญหาเรื่องการนอนอยู่จึงควรระวัง ไม่ควรบริโภคผงชาเขียวมากเกินไป

แต่ผงชาเขียวแสนอร่อยที่หลายคนติดใจก็มีประโยชน์เช่นเดียวกัน มาดูกันว่าผงชาเขียวมีประโยชน์อะไรบ้าง

ประโยชน์ของผงชาเขียว

ผงชาเขียว

1. ผงชาเขียวอุดมไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย

ใบชาเขียวอุดมไปด้วยสารอาหารต่าง ๆ ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย เช่น คาเทชิน ธีอะนีน รวมถึงวิตามินและแร่ธาตุต่าง ๆ เมื่อละลายใบชาเขียวในกาน้ำร้อน พวกสารอาหารที่ละลายได้ในน้ำร้อนจะถูกดูดซึมออกไป แต่สารอาหารที่ไม่ละลายในน้ำร้อนจะยังคงเหลืออยู่ที่ใบชา ตัวอย่างเช่น หากชงใบชาในกาน้ำร้อน คาเทชินจะละลายในน้ำร้อนเพียง 30% ส่วนอีก 70% ที่เหลือจะยังคงอยู่หลงเหลือที่ใบชา ส่วนผงชาเขียวทำจากใบชาเต็มใบที่นำมาบดเป็นผงและสามารถละลายในน้ำร้อนเพื่อดื่มได้ ทำให้ได้รับสารอาหารจากชาเขียวอย่างครบถ้วน

2. ดื่มง่ายเพียงละลายในน้ำร้อน

ผงชาเขียวดื่มง่ายเพียงละลายในน้ำร้อนเท่านั้น ไม่ต้องใช้กาน้ำชา ตะแกรงกรองชา หรือว่าถุงชา ลดขั้นตอนในการทำความสะอาดภาชนะหลังชงและดื่มด้วย สะดวกและง่ายมาก

3. ผงชาเขียวนำมาใช้ทำอาหารได้

ประโยชน์ของผงชาเขียวอีกอย่างที่สำคัญคือนอกจากจะไว้ชงดื่มปกติแล้วยังสามารถนำมาทำเป็นวัตถุดิบในอาหารเมนูต่าง ๆ ได้ แถมยังเข้ากันดีกับอาหารหลายแบบ เช่น นำไปทำเป็นเกลือชาเขียวสำหรับเมนูเทมปุระ ไก่ทอดแป้งชาเขียว หรือของหวานอย่างแพนเค้กและคุกกี้ชาเขียว ฯลฯ เรียกว่าทำอาหารได้หลายเมนู เพียงแค่นำผงชาเขียวไปเป็นเครื่องปรุงรสหรือเป็นส่วนผสม

ผลจากสารต่าง ๆ ที่มีในผงชาเขียว

ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับจากคาเทชิน

  • อาจมีฤทธิ์เป็นสารหรือยาที่ใช้สำหรับยับยั้งหรือฆ่าเชื้อจุลินทรีย์
  • ป้องกันหวัดและไข้หวัดใหญ่
  • ยับยั้งกลิ่นปาก
  • ป้องกันอาการอาหารเป็นพิษ
  • ยับยั้งการก่อมะเร็งและป้องกันโรคมะเร็ง
  • มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระและชะลอวัย
  • ทำให้ผิวสวย ชะลอการแก่ก่อนวัย
  • ป้องกันการแก่ก่อนวัยของหลอดเลือด
  • ป้องกันพวกโรค NCDs เช่น ความดันโลหิตสูงและโรคหลอดเลือดสมอง

จะเห็นได้ว่าสารคาเทชินมีประโยชน์ต่อร่างกาย แต่ต้องบริโภคในปริมาณที่เหมาะสม

ผลจากคาเฟอีน

ถ้าพูดถึงคาเฟอีน คนมักจะนึกถึงผลของคาเฟอีนที่เห็นได้ชัดก่อนอื่นเลยว่าทำให้เกิดอาการนอนไม่หลับ แต่หากบริโภคคาเฟอีนในปริมาณที่พอเหมาะต่อร่างกายจะเห็นได้ว่าคาเฟอีนก็มีประโยชน์เช่นเดียวกัน เช่น ทำให้รู้สึกระตุ้นหรือตื่นตัวเมื่อง่วงนอน ลดความเหนื่อยล้า ป้องกันอาการเมาค้าง และเพิ่มสมาธิในการทำกิจกรรมต่าง ๆ แต่ทั้งนี้ขอย้ำว่าต้องบริโภคในปริมาณที่เหมาะสมเท่านั้น เพราะถ้ามากเกินไปก็จะให้เกิดผลข้างเคียงหรือเป็นโทษต่อร่างกายได้

ผลของธีอะนีน

ธีอะนีนอาจจะฟังดูเป็นสารชื่อแปลก ๆ ที่หลายคนยังไม่รู้จัก เป็นกรดอะมิโนชนิดหนึ่ง มีผลวิจัยว่าการรับประทานธีอะนีนจะช่วยลดความเครียด ทำให้ผ่อนคลาย และยังช่วยเพิ่มสมาธิในการทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้ หากต้องการบริโภคผงชาเขียวแต่ยังกังวลเรื่องผลกระทบจากคาเฟอีน ขอแนะนำให้เลือก “ผงชาเขียวแบบดีแคฟ” แทนทุกครั้งเท่าที่ทำได้ นอกจากจะไม่มีคาเฟอีนแล้วยังได้รับธีอะนีนแบบเต็ม ๆ ด้วย

ประโยชน์ของวิตามินซี

เชื่อกันว่าวิตามินซีในผงชาเขียวจะช่วยต้านอนุมูลอิสระซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดริ้วรอย ช่วยส่งเสริมการสร้างคอลลาเจนในผิว ทำให้ผิวสวยเนียนใส

ประโยชน์ของกาบา

มีงานวิจัยชี้ว่าชาเขียวมีสารกาบา (GABA) ซึ่งมีคุณสมบัติในการช่วยลดความเครียด ลดความเหนื่อยล้า เพิ่มความมั่นคงทางจิตใจ

สารอาหารอื่น ๆ ที่พบในผงชาเขียว

ผงชาเขียวยังมีสารอาหารที่มีประโยชน์อื่น ๆ อีกมากมาย เช่น วิตามินอีที่ละลายในไขมัน เบต้าแคโรทีน แมงกานีส ทองแดง และสังกะสี

แต่สิ่งที่ต้องย้ำตลอดคือ “การดื่มผงชาเขียวมากเกินไปอาจทำให้เกิดผลเสียต่อร่างกายได้ จึงควรบริโภคในปริมาณที่เหมาะสมเท่านั้น !”

ความแตกต่างระหว่างชาเขียวผง ชาผง ชาสำเร็จรูป และมัทฉะ

ผงชาเขียว มัทฉะ

มีชาหลายชนิดที่เพียงแค่ละลายในน้ำร้อนก็สามารถดื่มได้ทันที ถ้าหลายคนยังแยกไม่ออก วันนี้เรามาทำความรู้จักความแตกต่างระหว่างผงชาเขียว ชาผง ชาสำเร็จรูป และมัทฉะกันดีกว่า

1. ผงชาเขียว (粉末緑茶)

ผงชาเขียวทำจากใบชาเซ็นฉะบดละเอียด ไม่เติมสารปรุงแต่งใด ๆ ซึ่งช่วยให้ผู้ดื่มได้รับสารอาหารต่าง ๆ ได้อย่างเต็มที่ แต่สีและกลิ่นของผงชาเขียวจะจางลงหลังจากเวลาผ่านไป เมื่อเปิดแล้วจึงควรชงดื่มทันที

ผงชาเขียว มัทฉะ

2. ชาผง

ชาที่บดเป็นผงแต่ยังมีส่วนที่เห็นว่าเป็นใบชาอยู่มักเรียกว่า “ชาผง” (粉茶) ทำโดยการร่อนผ่านส่วนที่หยาบของใบชาเพื่อเก็บเฉพาะผงที่ละเอียดที่สุด จากนั้นกรองชาผ่านตะแกรงตาถี่หรือกาน้ำชา แต่ส่วนที่เห็นว่าเป็นใบชาก็ยังคงอยู่

3. ชาสำเร็จรูป (インスタント茶)

ชาสำเร็จรูปเป็นชาที่ชงแล้วทำให้อยู่ในรูปแบบผงหรือเป็นเม็ดหยาบ ๆ สามารถละลายได้ง่ายในน้ำเย็น คล้ายกับกาแฟสำเร็จรูป มีความต่างกับผงชาเขียวที่ผงชาเขียวจะละลายได้ในน้ำร้อน ส่วนชาสำเร็จรูปจะละลายในน้ำได้อย่างรวดเร็ว (น้ำร้อนหรือน้ำเย็นก็ได้) เป็นเครื่องดื่มที่ชงดื่มได้สะดวกมาก

4. มัทฉะ (抹茶)

มัทฉะทำจากใบชา (เท็นฉะ) ที่ปลูกในที่ร่ม จากนั้นนำไปนึ่ง ตากแห้งทีละใบโดยไม่รีด แล้วบดเป็นผงในโม่หิน เป็นชาคุณภาพสูง แตกต่างจากผงชาเขียวในทุกด้าน ตั้งแต่วิธีการทำ ส่วนผสม คุณภาพ ใบชา และราคา

ความแตกต่างระหว่างมัทฉะและผงชาเขียว

สิ่งที่แตกต่างระหว่างมัทฉะและผงชาเขียวที่เห็นได้ชัดคือเรื่อง “ส่วนผสม” มัทฉะทำจากใบชาเท็นฉะ ปลูกในที่ร่ม ทำให้มีสีเขียวเข้มขึ้น และมีธีอะนีนเพิ่มขึ้น ส่วนคาเทชินจะลดลง ทำให้มีรสชาติกลมกล่อม มีความฝาดน้อย แต่ต้องใช้เวลาผลิตนานและทุกขั้นตอนมีราคาแพง ทำให้มัทฉะมีต้นทุนสูง ส่วนผงชาเขียวทำจากเซ็นฉะ ปลูกในที่ที่มีแดด ทำให้มีปริมาณคาเทชินสูงขึ้น ส่วนธีอะนีนจะลดลง สลับกับมัทฉะ

มีวิจัยของญี่ปุ่นได้กล่าวไว้ว่าผงชาเขียวมีคาเฟอีนเยอะกว่ากาแฟหรือชาดำ ควรบริโภคไม่เกิน 10 ถ้วยต่อวัน การดื่มสองถ้วยต่อวันป้องกันภาวะสมองเสื่อม ห้าถ้วยต่อวันป้องกันโรคหลอดเลือดสมอง เจ็ดถ้วยต่อวันช่วยลดโรคเบาหวาน บทความนี้ได้แนะนำเรื่องต่าง ๆ ของผงชาเขียวแบบจุใจให้ได้อ่านกันแล้ว ใครที่สนใจผงชาเขียวลองหามาดื่มกันได้นะคะ ขอเน้นย้ำว่าการดื่มมากไปอาจเกิดผลเสียต่อร่างกาย จึงควรดื่มผงชาเขียวหรือบริโภคในปริมาณที่พอเหมาะเท่านั้นค่ะ

สรุปเนื้อหาจาก shufuse

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...