โรงสี 4 จังหวัดภาคเหนือ โอดเงื่อนไขธนาคารจำกัด เข้าไม่ถึงเงินทุน
โรงสี 4 จังหวัดภาคเหนือตอนล่าง ร่วมหารือกับผู้บริหารกรุงไทย เพื่อหาทางออกในการเข้าถึงเงินกู้หลังเงื่อนไขยังมีข้อจำกัด หากไม่ปรับอาจมีผลต่อการรับซื้อข้าวในฤดูกาลนี้
วันที่ 18 ตุลาคม 2566 นายนิพนธ์ สมิทธาพิพัฒน์ เลขาธิการ สมาคมโรงสีข้าวไทย เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2566 ที่ผ่านมา นายรังสรรค์ สบายเมือง นายกสมาคมโรงสีข้าวไทย พร้อมด้วยนายบรรจง ตั้งจิตรวัฒนากุล อุปนายกฯ และสมาชิกโรงสีข้าว ได้นัดประชุมพบปะหารือกับนายวีระพงศ์ ศุภเศรษฐ์ศักดิ์ ผู้บริหารสายงาน สายงานธุรกิจขนาดกลาง พร้อมทั้งทีมงานผู้ช่วย และคณะของธนาคารกรุงไทย ที่ทำงานดูแลกลุ่มลูกค้าธุรกิจในพื้นที่จังหวัดภาคเหนือตอนล่าง เพื่อรับทราบปัญหาและข้อขัดข้องของการใช้วงเงินในการรับซื้อข้าวเปลือกจากเกษตรกรของกลุ่มลูกค้าโรงสี
พร้อมกันนี้ ยังมีการพูดคุยปัญหาในหลาย ๆ ประเด็น และทำความเข้าใจถึงธรรมชาติทางการค้าของกลุ่มธุรกิจโรงสีเพื่อให้เกิดความคล่องตัวในการใช้เงิน อันเนื่องมาจากในขณะนี้กำลังจะเริ่มเข้าสู่ฤดูเก็บเกี่ยวข้าวเปลือกนาปีในหลาย ๆ พื้นที่ ทั้งภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ซึ่งในมุมของโรงสีได้สะท้อนปัญหาเรื่องความเข้มงวดและกฎระเบียบของทางธนาคาร ทั้งในเรื่องการออกตั๋วสัญญาใช้เงิน การตรวจสต๊อกสินค้า ของธนาคารที่มีมาตรการที่เข้มข้น อีกทั้งยังไม่สอดคล้องกับธรรมชาติทางการค้าในกลุ่มธุรกิจโรงสีข้าว จนทำให้การค้าของกลุ่มธุรกิจโรงสีข้าวอาจจะเกิดการชะงักเรื่องเงินทุนในการรับซื้อข้าวจากเกษตรกร
ทางผู้บริหารธนาคารกรุงไทยได้มีการรับทราบปัญหาต่าง ๆ จากผู้ประกอบการ และจะนำข้อมูลไปนำเสนอต่อคณะทำงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อกำหนดนโยบายในลำดับถัดไป
ในส่วนของสมาคมโรงสีข้าวไทยมีความกังวลว่าถ้าหากทางธนาคารยังไม่ผ่อนคลายมาตรการความเข้มงวดในการใช้สินเชื่อ เกรงว่าในฤดูการรับซื้อข้าวเปลือกที่กำลังจะมาถึง จะเกิดปัญหาสภาพคล่องกับกลุ่มลูกค้าของธนาคารกรุงไทย และจะทำให้การรับซื้อข้าวเปลือกเกิดการชะงัก อันจะส่งผลไปถึงปัญหาการขายข้าวเปลือกของเกษตรกรในภายภาคหน้า
นายนิพนธ์กล่าวอีกว่า สำหรับเงื่อนไขการเข้าถึงเงินกู้ของธนาคารกรุงไทยมองว่ายังมีข้อจำกัด โดยเฉพาะการออกตั๋ว 90 วัน ข้าวใหม่ออกตั๋วไม่ได้ ซึ่งเงื่อนไขนั้นไม่สอดคล้องกับกลไกการซื้อขาย-ข้าว โดยเฉพาะข้าวหอมมะลิที่กำลังออก และบางครั้งโรงสีก็ซื้อข้าวเปลือกมาสต๊อกไว้ และเกินระยะเวลาที่กำหนดทำให้โรงสีไม่สามารถเข้าถึงเงินกู้ได้
ทั้งนี้ หากธนาคารยังมีเงื่อนไขที่เข้มงวดจะทำให้ สมาชิกของโรงสีที่เป็นลูกค้าธนาคารกรุงไทยประมาณ 30-40% ของสมาชิกทั้งหมดประมาณ 400 รายไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุน เพื่อให้มีเม็ดเงินหมุนเวียนในการรับซื้อข้าวจากชาวนา และคาดว่าจะทำให้การรับซื้อข้าวเปลือกที่กำลังจะออกนี่ เกิดภาวะตึงตัวมีการแข่งขันน้อย ซึ่งอาจจะมีผลกระทบต่อราคาและตลาดซื้อขายข้าวได้