โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

MCA หุ้นไอพีโอน้องใหม่ ผู้อยู่เบื้องหลังกิจกรรมส่งเสริมทางการตลาดครบวงจร

การเงินธนาคาร

อัพเดต 17 ต.ค. 2566 เวลา 11.12 น. • เผยแพร่ 17 ต.ค. 2566 เวลา 04.12 น.

บมจ.มาร์เก็ต คอนเน็กชั่นส์ เอเชีย (MCA) หนึ่งในผู้นำในการวางแผนกลยุทธ์ทางการตลาด และเป็นผู้ให้บริการจัดกิจกรรมส่งเสริมทางการตลาดที่ครบวงจร ผ่านรูปแบบของกิจกรรมการตลาดภาคสนาม (Field Marketing) ที่ตอบโจทย์ทุกกิจกรรมทางการตลาดให้กับกลุ่มลูกค้าได้ครบทุกมิติ ตั้งแต่การเพิ่มการรับรู้ของแบรนด์ (Brand Awareness) การสร้างความเชื่อมโยงกับกลุ่มผู้อุปโภคบริโภค (Customer Engagement) ตลอดจนการผลักดันยอดขาย (Boost Sales) ภายใต้การให้บริการ

MCA เสนอขายหุ้นเพิ่มทุนให้กับประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวน 60 ล้านหุ้น และเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ในเดือนช่วงไตรมาส 4/2566 อีกทั้งเป็นหุ้นที่ประกอบธุรกิจด้านแผนกลยุทธ์ทางการตลาดและจัดกิจกรรมส่งเสริททางการตลาดที่ครบวงจร รายแรกในตลาดหลักทรัพย์ฯ

นายภักดี เหล่างาม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.มาร์เก็ต คอนเน็กชั่นส์ เอเชีย (MCA) กล่าวว่า หัวใจหลักที่สำคัญในการดำเนินธุรกิจคือ “ความเชื่อใจ วัดผลได้ อย่างมืออาชีพ” บริษัทเชื่อว่าระบบที่ดีจะสร้างผลงานที่มีคุณภาพ และทีมงานที่ดีจะสร้างประสบการณ์ที่น่าประทับใจ ซึ่งสิ่งเหล่านี้คือแรงขับเคลื่อนองค์กรสู่การเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai ในครั้งนี้ เพื่อยกระดับองค์กรสู่มาตรฐานสากล และสร้างมูลค่าเพิ่มการเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต

สอดรับกับวิสัยทัศน์ การมุ่งมั่นที่จะเป็นผู้นำและผู้เชี่ยวชาญด้านธุรกิจบริการกิจกรรมทางการตลาดและการสร้างสรรค์อย่างครบวงจร โดยใช้นวัตกรรมดิจิทัล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานจึงนำไปสู่ผลสำเร็จและการเติบโตอย่างยั่งยืน สู่พันธกิจที่จะมุ่งมั่นพัฒนาบริการ ศักยภาพบุคลากร นวัตกรรม พันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าและผู้ถือหุ้น ได้อย่างมีประสิทธิภาพและได้รับผลตอบแทนสูงสุด

“บริษัทมีความมั่นใจว่า “ความเชื่อใจ วัดผลได้ อย่างมืออาชีพ” เป็นจุดแข็งของบริษัท วัดได้จากผลการดำเนินงานที่ผ่านมา ทั้งระบบรีพอร์ต ยอดขาย ยอดกิจกรรมทางการตลาด ทำให้ลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการของเรารู้สึกคุ้มค่าในการลงทุน และสามารถวัดผลได้ ทั้งต้นทุนและรายได้” นายภักดี กล่าว

แผนใช้เงินระดมทุนจาก IPO

ขยาย Scale งาน ต่อยอดธุรกิจ Distributor

นายภักดี กล่าวว่า บริษัทมีแผนนำเงินที่ได้จากการระดมทุนครั้งนี้ เพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจ ซึ่งรวมถึงการขยายธุรกิจสู่การดำเนินธุรกิจใหม่ ในการเข้าไปเป็นผู้จัดจำหน่ายสินค้า (Distributor) และรองรับการลงทุนในสินทรัพย์ สำหรับการดำเนินธุรกิจที่หลากหลายรูปแบบให้ครบทุกมิติมากขึ้น รวมทั้งเพื่อใช้ในการชำระคืนเงินกู้จากสถาบันการเงิน ซึ่งเป็นการเพิ่มศักยภาพความมั่นคงทางการเงินให้กับบริษัทในอนาคต

สำหรับโครงการต่อเนื่องในอนาคต โดยเฉพาะการดำเนินธุรกิจในเป็นผู้จัดจำหน่ายสินค้า (Distributor) บริษัทเล็งเห็นถึงโอกาสในการขยายเข้าไปสู่การดำเนินธุรกิจใหม่ ใน Distributor เนื่องจาก MCA มีความเชี่ยวชาญในกลยุทธ์ด้าน Brand Awareness พร้อมทั้งมีการปฏิบัติงานในแต่ละช่องทางจำหน่ายอยู่แล้วทั่วประเทศ ซึ่งอาจถือได้ว่าเป็นศักยภาพที่สามารถสนับสนุนธุรกิจ Distributor ได้ นอกจากนี้ ในปัจจุบันมีผู้ประกอบการในธุรกิจดังกล่าวจำนวนน้อยราย จึงมองว่าจะสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มในอนาคตได้

“การขยายตัวสู่ Distributor จะช่วยให้ MCA เพิ่มการเข้าไปมีส่วนร่วมกับเจ้าของสินค้าในการวางกลยุทธ์ทางการตลาดตั้งแต่ต้นน้ำ (Product Introduction) จนถึงการที่สินค้าได้ไปอยู่ในมือผู้บริโภค (Off-Take) เพื่อให้ตอบโจทย์ทางธุรกิจของลูกค้าให้มากที่สุด” นายภักดี กล่าว

นายภักดี กล่าวต่อว่า บริษัทวางแผนการให้บริการเป็นผู้จัดจำหน่ายสินค้าใน 2 รูปแบบ ได้แก่

  • รูปแบบ Agent มุ่งเน้นเกี่ยวกับกลยุทธ์และกระบวนการขายเป็นหลัก รายได้ที่บริษัทได้รับจะอยู่ในรูปแบบ Distribution Fee หรือ Distribution Commission คล้ายกับการค่าธรรมเนียมหรือค่านายหน้า และอัตราค่าตอบแทนที่เกี่ยวข้องจะถูกอ้างอิงกับยอดขายสินค้าเป็นหลัก
  • รูปแบบ Principal เป็นการให้บริการแบบ Full Service โดยบริษัทจะเป็นผู้บริหารจัดการคำสั่งซื้อจากร้านค้าจากช่องทางการจัดจำหน่ายต่าง ๆ โดยบริษัทเป็นผู้สั่งซื้อสินค้าจากลูกค้า เข้ามาบริหารภายในคลังสินค้าของบริษัทพร้อมทั้งเป็นผู้รับผิดชอบการกระจายสินค้าหรือส่งมอบสินค้าให้แก่ร้านค้าในแต่ละช่องทางการจัดจำหน่าย และรับชำระเงินจากการขายสินค้าในนามของบริษัท

อย่างไรก็ดีรูปแบบบริการดังกล่าว ต้องการเงินลงทุนสูงกว่าเมื่อเทียบกับบริการรูปแบบ Agent เนื่องจากบริษัทต้องซื้อสินค้าจากลูกค้า ซึ่งเป็นผู้ผลิตหรือเจ้าของแบรนด์สินค้า บริหารจัดการคลังสินค้า ส่งมอบสินค้า และรับชำระเงินจากการขายสินค้า ด้วยตนเอง เสมือนเป็นเจ้าของสินค้า แต่ทั้งนี้บริษัทจะรับรู้รายได้ในการขายสินค้า และต้นทุนสินค้า ควบคู่กัน

วางหมากเดินเกมธุรกิจด้วยกลยุทธ์

Cold Call และ Word of mouth

นายภักดี กล่าวว่า ปัจจุบัน MCA ถือเป็นหนึ่งในผู้ให้บริการจัดกิจกรรมส่งเสริมทางการตลาดที่ครบวงจร อันดับต้นๆ ของประเทศ เนื่องจากในภาคอุตสาหกรรมประเภทเดียวกัน ยังไม่พบผู้ประกอบการที่สามารถดำเนินกิจกรรมส่งเสริมทางการตลาดได้อย่างครบวงจร และครบทุกมิติเหมือนกับ MCA

บริษัทยังคงวางยุทธ์ศาสตร์เพื่อเดินเกมรุกทางธุรกิจแบบไม่หยุดนิ่งที่จะมุ่งสู่การขยายฐานลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ภายใต้กลยุทธ์ Cold Call เพื่อแนะนำธุรกิจและบริการของเรากับลูกค้ารายใหม่ๆ และกลยุทธ์ Word of mouth ซึ่งบริษัทมุ่งมั่นที่จะส่งมอบผลลัพธ์ของการดำเนินงานที่ดีให้ลูกค้าได้เห็น เพื่อให้เกิดการแนะนำลูกค้าแบบปากต่อปาก รวมถึงการบริหารความสัมพันธ์ลูกค้าที่เคยใช้บริการ เพื่อแนะนำกลยุทธ์และนำเสนอบริการให้แก่ลูกค้าอย่างสม่ำเสมอ

สถานการณ์ Covid-19 สร้างโอกาส

ตอกย้ำการเป็นหุ้น Post-COVID

นายภักดี เล่าว่า ในช่วง Covid-19 ที่ผ่านมาภาพรวมในทุกอุตสาหกรรมเกิดการชะลอตัว ส่งผลให้ทุกธุรกิจต้องปรับกลยุทธ์การดำเนินงาน โดย MCA ได้ปรับกลยุทธ์โดยขยายขอบเขตการให้บริการจัดกิจกรรมทางการตลาดสู่งานในรูปแบบออนไลน์ พร้อมทั้งบริการสนับสนุนในกลุ่มบริการงานดิจิทัล และขยายธุรกิจบริการจัดเรียงสินค้า รูปแบบบริการแบบใช้ร่วมกัน (Shared Merchandiser)

“สถานการณ์ Covid-19 ส่งผลให้บริษัทปรับแผนการทำงานให้มีประสิทธิ์ภาพมากยิ่งขึ้น และมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างรายได้ ทั้งอัตรากำไร ที่เคยผ่านจุดต่ำสุดมาแล้ว ซึ่งคาดว่าในปีนี้และในอนาคตบริษัทจะสามารถสร้างรายได้-กำไรเพิ่มมากขึ้น ไม่เพียงแต่ธุรกิจใดธุรกิจหนึ่ง แต่ทุกธุรกิจจะสามารถเติบโตได้ หลังผ่านพ้นช่วงวิกฤติมาแล้ว” นายภักดี กล่าว

แผนการดำเนินงานในอนาคต

ผลักดันสู่การเป็นผู้นำธุรกิจจัดจำหน่าย

นายภักดี กล่าวถึงมุมมองในอนาคตว่า การดำเนินงานในอนาคต มองเป็นการดำเนินงานตาม Big Step จากการต่อยอดธุรกิจเดิม รวมทั้งต่อยอดการบริการใหม่ ที่มองเห็นโอกาสในการเติบโต อีกทั้งเงินที่ได้จากการระดมทุน นอกเหนือจากการนำมาเป็นเงินทุนหมุนเวียน เพิ่มศักยภาพในการบริหารจัดการโครงการ Scale ใหญ่ขึ้นแล้ว ยังถือเป็นเงินทุนสำคัญ สำหรับธุรกิจผู้จัดจำหน่ายสินค้า สามารถลงทุนสินทรัพย์ส่วน Infrastructure เพิ่มเติม พร้อมก้าวสู่การเป็นผู้นำทางการตลาดอย่างครบวงจร

ในไตรมาส 3 ปี 2566 บริษัทฯ ได้รับโอกาสจากลูกค้ากลุ่มธุรกิจของใช้ส่วนตัวและเวชภัณฑ์จำนวน 2 ราย ซึ่งทั้งคู่เป็นลูกค้าปัจจุบันของบริษัทฯ ในการเริ่มดำเนินธุรกิจการบริการเป็นผู้จัดจำหน่าย (Distributor) รูปแบบ Principal ในโครงการนำร่อง (Pilot Project) จำนวน 2 โครงการ ดังนี้

โครงการที่ 1 มีระยะเวลาโครงการ 6 เดือน สำหรับสินค้าจำนวน 7 แบรนด์ โดยมีขอบเขตการรับผิดชอบในการจัดจำหน่ายผ่านร้านค้าประเภทร้านค้าปลีกแบบดั้งเดิม (Traditional Trade) 13 จังหวัดที่กระจายอยู่หลากหลายพื้นที่ในประเทศไทย และโครงการที่ 2 มีระยะเวลาโครงการ 6 เดือน สำหรับสินค้าจำนวน 7 แบรนด์ โดยมีช่องทางการจัดจำหน่ายเป็นร้านค้าประเภทร้านค้าปลีกแบบดั้งเดิม (Traditional Trade) ทั่วประเทศไทย

ทั้งนี้โครงการนำร่องดังกล่าว หรือโครงการอื่นๆ ถัดไปจะเป็นส่วนช่วยผลักดันความสามารถในการดำเนินงานบริการ Distributor ของบริษัทให้เพิ่มขึ้นอย่างเหมาะสม สามารถดำเนินงานได้อย่างเชี่ยวชาญและมีประสิทธิภาพมากขึ้นในอนาคต และพร้อมที่จะขยายขอบเขตการให้บริการไปยังช่องทางการจัดจำหน่ายรูปแบบอื่นๆ เช่น ร้านค้าปลีกแบบสมัยใหม่ (Modern Trade) และร้านสะดวกซื้อ (Convenience Store) เป็นต้น

“ผลการดำเนินผ่านมา MCA ได้ข้ามผ่านจุดต่ำสุดและความยากลำบากมาแล้ว อยากให้นักลงทุนลองเปิดใจเข้ามาลงทุนกับ MCA ซึ่งธุรกิจในอนาคตเป็นธุรกิจที่ต่อยอดจากธุรกิจเดิม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้กับบริษัทและลูกค้า จึงอยากให้นักลงทุนมั่นใจว่า MCA จะสามารถเติบโตได้เป็นอย่างดีในอนาคต” นายภักดี กล่าวปิดท้าย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...