แม่มดคนนี้ถูกหิ้วมาให้เป็นลูกมาเฟีย
นิยาย Dek-D
อัพเดต 25 ธ.ค. 2566 เวลา 18.54 น. • เผยแพร่ 25 ธ.ค. 2566 เวลา 18.54 น. • เมฆสีรุ้ง/Pempidaข้อมูลเบื้องต้น
พรสวรรค์ที่พึ่งรับรู้
ภายในคฤหาสน์อันกว้างใหญ่ที่เก่าแก่มาหลายชั่วอายุคนที่ตั้งอยู่ใจกลางป่าราบอันน่าอยู่รอบด้านที่เต็มไปด้วยต้นไม้ใบหญ้าและภูเขามากมายสัตว์ป่านานาชนิดที่แสนจะสะดุดตา ที่นี่คือคฤหาสน์ตระกูลบราวเดอล่า หนึ่งในตระกูลแม่มดเก่าแก่ที่มีความลับมากมายที่ทุกคนไม่เคยรับรู้มาก่อนและจะมีเพียงแค่คนภายในตระกูลเท่านั้นที่จะรู้เรื่องนี้
ที่นี่คือโลกที่ซ่อนอยู่อีกด้านของโลกมนุษย์โลกที่มีสิ่งลึกลับมากมายให้ค้นหาและค้นพบความงดงามที่หาได้ยากและไม่มีใครรับรู้ว่ามีอยู่จริงคือที่นี่โลกของอีกด้านหนึ่งที่จะไม่มีมนุษย์คนไหนรับรู้ตระกูลบราวเดอล่าเป็นหนึ่งในตระกูลเก่าแก่ที่ทุกคนต่างรับรู้กันดีทำให้คฤหาสน์หลังนี้เก่าแก่ตามไปด้วย
ภายในคฤหาสน์ที่ไม่ได้มีจำนวนคนมากมายนักนอกจากครอบครัวที่มีกันไม่กี่คนและคนรับใช้ผู้ซื่อสัตว์เท่านั้น ด้านในที่ถูกตกแต่งไปด้วยสีสันเพื่อบ่งบอกให้รับรู้ถึงข่าวที่แสนจะน่ายินดีที่มีเพียงปีละครั้งของเจ้าของวันเกิดของทายาทคนเดียวในตระกูลอย่างราเชล บราวเดอล่าหรืออีกชื่อ คือริชลูกสาวคนเดียวของครอบครัวที่มีความงามมากกว่าเด็กสาววัยเดียวกัน
ใบหน้าที่ได้รูปผิวสีไข่มุกสว่าง ริมฝีปากเป็นกระจับราวกับกุหลาบสีแดงสดที่ไร้เครื่องสำอางใดๆ สีแก้มที่มีความอ่อนหวานของสีชมพูดวงตาสีเทาฟ้าที่เวลาจ้องมองจะทำให้เราหลงไหลและถูกดูดไปอีกทีหนึ่งได้อย่างง่ายดายเส้นผมสีเงินประกายเทาที่ไม่น่าจะมีใครมีได้ทำให้เธอกลายเป็นคนที่มีความสวยมากทีเดียว
เจ้าของวันเกิดที่ถึงแม้ด้านนอกจะวุ่นวายกันแค่ไหนแต่เจ้าตัวกลับกำลังนั่งปรุงอะไรบางอย่างอยู่ในหม้อตามความชื่นชอบของเธอที่ซึ่งเธอและคนในตระกูลต่างรับรู้กันดีและที่ซึ่งเป็นที่ลับที่ไม่ว่าใครก็ไม่สามารถย่างกลายเข้ามาทำร้ายเธอได้ ภายห้องที่มีแต่ของข้าวมากมายที่เจ้าตัวชื่นชอบทั้งน้ำยาที่จะใช้ปรุงยาหรือแม้แต่น้ำหอมที่ร่างบางเป็นคนปรุงขึ้นมาเองก็ตาม ภายในนี้ทุกอย่างล้วนเป็นของเธอทั้งหมด
นี่แหละคือความลับประจำตระกูลของเธอ
ความลับที่ไม่มีใครรับรู้นั้นก็คือกุญแจตระกูลพ่อมดแม่มดของแต่ละตระกูลต่างมีความลับที่ไม่สามารถบอกใครได้รวมถึงความพิเศษของเธอที่ทำให้เธอไม่สามารถออกไปไหนได้นอกจากที่คฤหาสน์ที่เป็นบ้านของเธอเอง ใบหน้าและรูปลักษณ์ที่ไม่มีเค้าโครงเหมือนคนในตระกูลบราวเดอรล่ามาปรากฏอยู่ในตัวเธอแทบทุกอย่าง
ริชที่กำลังจ้องมองและกำลังทำน้ำหอมสูตรใหม่ของตัวเองอย่างตั้งใจโดยมีนิชผู้ซึ่งเป็นภูมิแมวที่เธอทำสัญญาด้วยกับซีซี้ที่เป็นสัตว์เลี้ยงซึ่งก็คือนกฮูกหิมะกำลังเกาะราวจ้องมองเธอไปห่างด้วยสีหน้านิ่งเฉยเช่นทุกครั้ง เสียงของแม่ตัวอวบที่กำลังนอนขี้เกียจไม่ยอมไปไหนยกก้นของมันขึ้นและอ้าปากหาวราวกับคนที่ไม่อยากจะลุกขึ้นมาจากหมอนใบโตที่ซึ่งเป็นที่ประจำของมันก่อนที่จะส่งเสียงเป็นภาษาแมวออกมาให้เจ้าของมันได้รับรู้
“รู้แล้ว รู้แล้วเดี๋ยวไปน๊า…ขออีกขวดหนึ่งนายก็รู้กว่าจะได้ส่วนผสมอย่างสุดท้ายมาอันหายากมากแค่ไหนนะทำให้เสร็จก่อนค่อยไปก็ได้ งานวันเกิดฉันไม่หนีไปไหนหรอก” ริชพูดทั้งที่ไม่หันมามองเจ้าแมวอวบแสนตะกละที่แถบจะรอไม่ไหวกับเค้กวันเกิด
แง้ววว
“ลูกรักไปกันได้แล้ว ใกล้จะถึงเวลาแล้วนะ” เสียงมารดาดังมาจากทางออกที่ซึ่งมีแต่ความว่างเปลล่าไร้ซึ่งประตูที่ก่อนหน้าที่เคยมี
“ค่าๆ กำลังไปแล้วหนูกำลังไป”
“เร็วๆ นะ”
“ค่า”
“แกจะไปด้วยหรือเปล่าหรือจะรอที่นี่ซีซี่”
ฮูก
“ได้ รอที่นี่นะ” พูดจบร่างบางก็หยิบกุญแจที่บิดาทำให้กลายเป็นสร้อยคอออกมาก่อนที่จะเสียบเข้าไปที่ใดที่หนึ่งที่มีแต่ความว่างเปล่าปรากฏให้เห็นเพียงกำแพง นี่คือความลับประจำตระกูลของเธอความลับที่แสนวิเศษที่เกี่ยวข้องกับกุญแจ
กุญแจสีทองประกายที่ดูมีความเก่ามีรูปตราประทับเป็นสัญลักษณ์ประจำตระกูลของเธอ ตระกูลบราวเดอล่าเป็นตระกูลที่มีความสามารถด้านของลับมากมายสิ่งวิเศษแทบทุกอย่างที่คิดว่าเป็นตำนานถูกสร้างขึ้นมาจากตระกูลของเธอทั้งสิ้นรวมถึงกุญแจเล่มนี้ด้วยความพิเศษของมันก็คือไม่ว่ามันจะไขไปที่ไหนก็ตามมันจะปรากฏประตูเพื่อเข้ามายังห้องของเธอห้องที่เมื่อก่อนเคยเห็นห้องสะสมเก่าของคุณทวดที่มีของเก่ามากมาย
ด้วยความลับพวกนี้และสิ่งที่ตระกูลของเราสร้างขึ้นมากลายเป็นที่ต้องการของเหล่าผู้ที่มีจิตใจโลภมากทำให้ทุกอย่างอย่างถูกซ่อนและถูกทำล้ายจนไม่เหลือสิ้น
แม้ว่าเธอจะไม่รู้ว่าทำไมเธอถึงไปเรียนหรือไปข้างนอกไม่ได้ก็ตามแต่มันก็ใช่ว่าจะมีแต่เรื่องน่าเบื่อเสมอไปเพราะอย่างน้อยเธอก็มีเพื่อนจากญาติห่างๆ และเพื่อนของพ่อที่มักจะมาหาบ่อยๆ เพื่อเพิ่มสีสันให้ครอบครัว
“สุขสันต์วันเกิดอายุ 17 ปีของลูกนะคนดีของพ่อ”
“ขอให้ลูกของแม่เป็นเด็กที่น่ารักตลอดไปจ๊ะ”
“ปู่ขอให้หลานงดงามแบบนี้ตลอดไปก้แล้วกันนะ ฮ่าๆๆ” สีหน้าของทุกคนที่อวยพรวันเกิดของเธอด้วยรอยยิ้มอันสดใสที่แปลกไปจากทุกวันทั้งสามคนเวียนเข้ามากอดเธอพร้อมกับจูบทีหน้าผากราวกับว่าเธอจะหายไปอย่างไรอย่างนั้น แววตาของผู้เป็นแม่ที่สั่นเครือเล็กน้อยแต่เพียงไม่นานก็กลับมาเป็นเหมือนเดิม
“ว้าว เค้กก้อนใหญ่มากเลยนะเนี่ย พ่อกับแม่ไปหาซื้อมาจากที่ไหนหวังว่ารสชาติจะดีกว่าปีก่อนที่ไปซื้อจากร้านแม่มดสามตนนะ” สาวน้อยกรอกตาไปมาเมื่อนึกถึงรสชาติของเค้กเมื่อปีที่แล้วที่มีหน้าตาน่าทานแต่รสชาติกลับแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว
“ฮ่าๆๆ พ่อแม่หลานไปซื้อที่ร้านของพวกมนุษย์มาเลยนะ ดูสิสีสันสดใสอย่างไม่น่าเชื่อเลยขนาดปู่เห็นยังตกใจพวกมนุษย์ไร้เวทยมนตร์สามารถสร้างเค้กน่าทานได้ขนาดนี้แล้วเหรอเนี่ย”
“โธ่ คุณพ่อล่ะก็นี่มันปีอะไรแล้วพวกเขาพัฒนาไปไกลแล้วไม่มีการล่าแม่มดแล้วด้วยนะ เป็นโลกที่น่าสนใจมากทีเดียว”
“โลกมนุษย์นะเหรอ” (o^o)
“ใช่แล้วลูกรัก โลกอีกมิติที่ติดกันกับมิติของเราที่มีพวกมนุษย์หน้าตาเหมือนเราแต่ไม่มีเวทย์มนตร์”
หลังจากงานเลี้ยงวันเกิดที่มีกันแค่ไม่กี่คนจบลงเพราะครั้งนี้เป็นการจัดแบบเรียบง่ายไม่ได้เชิญใครมาในงานเลยแม้แต่ญาติของเราเองก็ตามสิ่งที่เธอได้รับรู้ก็คือตัวของเธอมีสายเลือดของแฟรี่แห่งความตายปรากฏอยู่ในร่างกายที่ได้มาจากผู้เป็นมารดาที่สืบเชื้อสายมาอีกทีซึ่งสายเลือดนี้ไม่ได้ปรากฏที่ใครเลยนอกจากเธอเองบวกกับความพิเศษของตระกูลบราวเดอล่าที่มีอยู่แต่ไม่ได้ถึงกับเด่นชัดคือความสามารถในการมองเห็นอนาคต
การเห็นอนาคตหรือความสามารถในการพยากรณ์เป็นความสามารถที่หาได้ยากยิ่งความสามารถที่ตกทอดกันมาในตระกูลทางฝั่งคุณย่าและท่านก็ได้เสียไปนานแล้ว ตามที่ปู่ของเธอเคยเล่าให้ฟังความสามารถนี้ถือเป็นความสามารถที่อันตรายเพราะปกติแล้วเหล่าพ่อมดแม่มดจะดูอนาคตจากใบชาหรือลูกแก้วพยากรณ์ซึ่งมันต่างจากความสามารถโดยสายเลือดของเรา ด้วยเหตุนั้นทำให้บางคนไม่ชอบใจและตามมาด้วยการล่าจากความต้องการของผู้ที่โลภมากอีกทั้งตระกูลของคุณย่าของเธอยังมีท่านเป็นทายาทเพียงคนเดียวอีกด้วย
แต่เมื่อมีคุณพ่อเกิดมาท่านกลับไม่มีความสามารถนี้เลยแต่มันดันมาปรากฏในตัวของเธอพอดิบพอดีเส้นผมที่ได้มาจากฝั่งแม่ที่ว่ากันว่าแฟรี่แห่งความตายมีความงดงามที่หาได้ยากมากเป็นที่ต้องตาและทำให้ผู้ที่พบเห็นหลงใหลได้ง่าย ดวงตาที่ได้มาจากฝั่งของคุณย่าอย่างท่องแท้ผิวพรรณที่ได้มาจากทางฝั่งคุณปู่สิ่งหายากล้วนแล้วแต่มาปรากฏในตัวของเธอทั้งสิ้น
และนั่นแหละคือความน่ากลัว
หลังจากงานเลี้ยงจบวันเกิดจบลงพ่อกับแม่ก็ได้ให้เธอเข้านอนเร็วกว่าปกติท่าทางของพวกท่านดูแปลกไปจากเดิมเล็กน้อยเหมือนไม่ต้องการให้เธอรับรู้เรื่องราวพวกนี้
“แม่รักลูกมากนะ”
“หนูก็รักแม่เหมือนกันรวมถึงพ่อด้วย”
“ฮ่าๆ นอนได้แล้วลูกรักไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นลูกต้องรับรู้ว่าเรารักลูกมาก รักมากจริงๆ” เสียงของผู้เป็นพ่อพูดขึ้นพร้อมรอยยิ้มอันแสนอบอุ่นเหมือนเช่นเคยโดยที่เธอไม่รู้เลยว่าคืนนั้นจะเป็นคืนสุดท้ายที่ได้พูดกับครอบครัวก่อนที่จะจากกันไปตลอดกาล
เสียงแอะอะดังมาจากไหนไม่รู้ได้เข้าสู่โสนประสาทของเธอแต่พอลืมตาขึ้นริชกับพบว่าตัวเองยืนอยู่ที่ไหนไม่รู้ที่ไม่ใช่ห้องนอนไม่เหมือนบ้านหรือสวนของคฤหาสน์ที่คุ้นเคยเมื่อปรับสายตาได้แล้วร่างบางจึงสำรวจไปรอบๆ ด้วยความแปลกใจและแปลกตา
มันเกิดอะไรขึ้น? ประโยคนี้ผุดขึ้นมาในหัวของเธอทันที
ก่อนหน้านี้เราอยู่ที่ห้องนอนไม่ใช่เหรอ งานวันเกิด แล้วที่นี่มันที่ไหน
ริชสอดส่องด้วยความแปลกใจในกายกลับตื่นตัวมากกว่าปกติราวกับได้ตกจากไม้กวาดที่บินขึ้นสูงลงมาที่พื้นอย่างไรอย่างนั้น ภายในหัวว่างเปล่าไม่มีเหตุการณ์อะไรเลยนอกจากที่งานเลี้ยงวันเกิดของเธอและจบลงด้วยการเข้านอนเหมือนปกติเช่นทุกวัน ร่างบางรีบทำการสำรวจร่างกายของตัวเองทันทีด้วยความตกใจเธออยู่ในชุดนอนตัวเดิมเพิ่มเติมคือร่องรอยของอะไรบางอย่างที่แตกต่างไปทำให้สีของมันไม่สะอาดตาเหมือนก่อนหน้านี้
ภายในมือกำแน่นจนปวดตุบๆ ขึ้นมาทำให้ริชต้องก้มหน้าลงไปมองทีมือของตนเองด้วยความแปลกใจว่ามันคืออะไรที่เป็นต้นเหตุของอาการปวดเช่นนี้ เธอไม่เคยต้องเจ็บตัวขนาดนี้มาก่อนในหัวก็ไม่รู้ด้วยว่าไปทำอะไรมาจนปวดเนื้อปวดตัวเหมือนไปเจอสงครามมาอย่างนั้นแหละแต่เมื่อแบมือออกมากลับพบเห็นเป็นกุญแจของเธอที่คุณปู่ให้มามันคือกุญแจห้องที่เธอมักจะใช้อยู่เป็นประจำ
เมื่อใช้สายตามองไปรอบด้านก็ไม่พบอะไรนอกจากกความมืด ทางเดินที่มืดมิดไม่มีต้นไม้เลยสักต้นมีเพียงหลอดไฟคอยส่องแสงสว่างอยู่อ่อนๆ ด้านหลังเป็นโกดังคล้ายกับบ้านเก่าๆ ที่ว่างเปล่าด้านข้างเป็นถังขนาดใหญ่ที่มีความสูงถึงเอวของเธออยู่หลายใบ ในสมองก็พยายามคิดว่าที่นี่คือที่ไหนและเธอมาทำอะไรที่นี่
หรือว่าเราจะเดินละเมอ
บ้าเหรอคนบ้าอะไรเดินละเมอมาถึงที่นี่ แถมยังเป็นที่ไหนอีกก็ไม่รู้ด้วย
‘แม่รักลูกนะ แม่กับพ่อรักลูกมากๆ นะราเชล’ ภาพของแม่ของเธอที่ดูเลือนลางจนมองใบหน้าแถมไม่ชัดเธอรู้เพียงแค่ว่าอีกฝ่ายดูรีบร้อนมากเท่านั้น เสียงของพ่อที่ดังเหมือนกำลังตะโกนหาใครสักคนให้รีบเร่งทำอะไรบ้างอย่าง
พรึบ
ใครนะ มีใครก็ไม่รู้อยู่ในความทรงจำของเราเขาเป็นใคร
เด็กสาวคิดไม่ตกเมื่อพบใครบางคนที่เธอไม่รู้จักอยู่ในความทรงจำนั้นด้วยผ้าคลุมยาวสีดำสนิทใบหน้าที่มองอะไรไม่ชัดเพราะไร้ซึ่งแสงไฟใบหน้าของแม่เธอที่เหมือนกำลังตกใจกับอะไรบ้างอย่างอยู่เพียงเท่านั้นที่เธอจำได้ก่อนที่ภาพจะตัดไปในที่สุด
ใคร?
เขาเป็นใครแล้วมนเกิดบ้าอะไรขึ้น
แล้วที่นี่มันที่ไหน!!
ฉันมาทำอะไรที่นี่เกิดมาจากท้องพ่อท้องแม่ยังไม่เคยก้าวขาออกจากคฤหาสน์เลยด้วยซ้ำ
แต่เรากลับตื่นขึ้นมาที่ไหนก็ไม่รู้เนี่ยนะ
ปัง ปัง ปัง
“อะไรนะ เสียงอะไรหรือว่าจะมีโจร เดี๋ยวนะ! จะมีโจรได้ไงก็เราไม่ได้อยู่บ้านช่างมันเถอะ” เสียงประหลาดจากอะไรบางอย่างดังขึ้นมาให้เธอได้ยินสร้างความตกใจให้เจ้าตัวมากพอสมควรมันเป็นเสียงที่ดังไปทั่งบริเวณนั้นพร้อมกับเสียงกลุ่มคนจำนวนหนึ่งดังตามมาติดๆ เหมือนกำลังมีคนตีกันก็ว่าได้
เราควรจะเดินไปดูไหมนะ แต่ พ่อแม่สอนว่าไม่ควรจะแอบฟังคนอื่นมันจะดูไม่ดีแล้วแบบนี้ต้องทำยังไงล่ะ
บ้านก็ไม่รู้อยู่ไหน
เงินก็ไม่มีแถมยังไม่รู้ด้วยว่าที่นี่คือที่ไหนอีก
สรุปแล้วเรากลายเป็นแม่มดน้อยไร้บ้าน กลายเป็นคนจนไม่มีเงินสักบาทและกำลังจะกลายเป็นคนสอดรู้ที่เข้าไปยุ่งเรื่องของคนอื่น
ขอโทษนะท่านพ่อท่านแม่ที่ลูกจะทำผิดคำสอนที่พวกท่านสั่งสอนมา (v_v)
มันเป็นเพราะหนูไม่รู้ว่าที่นี่ที่ไหนบางที่อาจจะมีผู้ใจดีช่วยหนูก็ได้ แค่เราเดินออกไปเราก็จะรู้ว่าที่นี่คือที่ไหน
ใช่ ริชเธอนี่มันฉลาดมากๆ ถึงเราจะไม่มีเงินแต่เรามีความรู้คนมีความรู้อยู่ที่ไหนก็รอดเราเก่งเรื่องการปรุงยาและน้ำหอมมากๆ ถ้าไม่มีเงินจริงๆ ก็เอายาไปขายก็ได้แล้ว
“บ้าเอ่ย! มันหายไปไหนวะ”
“จะรู้ได้ไง แต่ที่แน่ๆ ต้องทำให้มันตายนะโว๊ย! ถ้ามันรอดไปได้พวกเราซวยแน่”
“รู้แล้ว รู้แล้วไหนบอกว่าจะพามันมาที่นี่แบบหลับเป็นตายไงแล้วทำไมมันถึงยังมีสติอยู่ล่ะวะ” เสียงสถบของกลุ่มชายชุดดำในชุดสูทสีราคาที่กำลังถืออะไรบางอย่างคล้ายกระบอกน้อยๆ มีสีดำที่เธอคิดว่ามันน่าจะเป็นอาวุธเพราะพวกนั้นกำลังจ่อมันไปทั่วเหมือนกำลังสำรวจหาใครบางคนอยู่
“อย่าทำอะไรผมเลยนะครับ ผมเป็นแค่คนขับรถเอง ฮึก ผ ผทมยอมทุกอย่างเลยนะไม่ว่าพวกคุณจะให้ทำอะไรผมยอมหมดเลย น ไหนพวกคุณบอกว่าแค่พามาที่นี่ไง” ชายอีกคนที่กำลังคุณเข่าพูดด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือมองไปที่ขายทั้ง 4 คนที่กำลังจ่อปืนมาทางตนจนชายอีกคนที่เธอคิดว่าน่าจะเป็นหัวหน้ากลุ่มหัวเราะออกมาเหมือนกำลังเล่นสนุกอยู่
อะไรนะ ทำไมเขาต้องกลัวกระบอกสีดำนั่นด้วยล่ะ (o_o)
“นี่แกคิดว่าเราจะปล่อยแกไปเพราะเรื่องแค่นี้นะเหรอ ที่เราพูดไปคือกำจัดนายของแกให้ได้ต่างหากแต่นี่มันอะไร นายแกหนีไปได้”
“ต แต่ผมก็ทำตามที่พวกคุณบอกนะ”
“แต่ผมก็ทำตามที่พวกคุณบอกนะ เหอะ! คิดว่าเรื่องแค่นี่พวกเราจะรับแกเขาแก๊งเหรอเราไม่รับคนที่ชอบหักหลังโทษทีวะ”
“ผ ผม จะให้ผมทำอะไรก็ได้แค่ปล่อยผมไปพวกคุณบอกเองว่าให้พานายมาที่นี่แล้วพวกคุณจะให้เงินผม” อีกฝ่ายตัวสั่นหนักกว่าเก่า “เฮ้อ! ให้เงินมันไปดิ”
ตุบ
เสียงกระเป๋าใบสีน้ำตาลเก่าถูกโยนมาตรงหน้าของผู้ชายคนที่กำลังร้องไห้ตัวสั่นเป็นลูกหมาตกน้ำบวกกับท่าทางที่เหมือนกำลังเจอยมบาลมาทักทายตรงหน้า ก่อนที่จะมีชายอีกคนที่อยู่ทางด้านขวาเดินเข้ามาใกล้ระยะประชิดพร้อมกระบอกปืนลำสีดำพร้อมพูดประโยคหนึ่งขึ้นมาแล้วลั่นไกปืนจนเกิดเสียงดังที่เธอไม่เคยได้ยินมาก่อน ตามมาด้วยชายตรงหน้าล้มลงสร้างความตกตะลึงให้กับสาวน้อยที่กำลังแอบอยู่เป็นอย่างมาก
เพียงแค่กดที่จับของกระบอกก็มีเสียงดังขึ้นมาพร้อมกับร่างไร้วิญญาณของชายคนนั้นลอยออกมาจากร่าง
วิญญาณ!!!
เธอเห็นวิญญาณ
คุณท่านปู่ท่านย่าท่านแม่กับท่านพ่อช่วยลูกด้วย!!! ลูกเห็นวิญญาณออกจากร่างคน
เธอเห็นวิญญาณของชายคนนั้นที่กำลังตัวสั่นอยู่ใกล้ๆ กับร่างของตัวเองอีกฝ่ายยืนขึ้นเมื่อรับรู้ว่าตนไร้ความรู้สึกก่อนที่จะหันหลังไปมองก็พบเห็นร่างของตนเองตายอยู่ข้างๆ แล้ว
เปิดประเดิมก็มาแบบงงๆ ทำเอาน้องริชของเรางงกันไปตามกันเลย
บอกก่อนว่าน้องเป็นแม่มดตระกูลฝั่งพ่อของน้องเป้นตระกูลเก่าแก่ส่วนทางฝั่งแม่มีสายเลือดของแฟรี่แห่งความตายอยู่ด้วยคะ มันจะไม่ได้ปรากฏกับทุกคนในตระกูลของแม่แต่มันดันปรากฏอยู่ในตัวน้องของเราทำให้น้องได้ทางพรสวรรค์ของทางฝั่งตระกูลพ่อและตระกูลแม่
เป็นความน่าสงสารที่แท้ทรูแต่ใดๆ คือเทพสุดอะ
ความสามารถที่ถูกปลุก
เธอเห็นวิญญาณได้ พระเจ้าช่วยด้วย!
ถึงจะรู้ว่าตัวเองมีสายเลือดของแฟรี่แห่งความตายก็ตาม
แต่มันเป็นเรื่องที่ใหม่มากสำหรับราเชลมาก อาจจะเป็นเพราะเธอไม่เคยเจอวิญญาณจริงๆ มาก่อนแม้จะเคยศึกษาเรื่องแฟรี่มาบ้างก็ตามที
ตามเรื่องเล่าแฟรี่แห่งความตายเป็นเผ่าพันธุ์ที่หาพบได้ยากยิ่ง เป็นพวกที่เอาแน่เอานอนไม่ได้มีตำแหน่งเป็นราชาของเหล่าแฟรี่ตามที่เธอได้ศึกษามาจากในหนังสือ ความสามารถของแฟรี่แห่งความตายก็คือสามารถมองเห็นวิญญาณได้และสามารถเปลี่ยนชะตาชีวิตของเหล่ามนุษย์ได้ด้วยทั้งที่ทำให้ดีขึ้นหรือเลวร้ายลง พวกเขาล้วนมีความงดงามที่ไม่ว่าใครก็แทบจะต้องมนต์สะกดเมื่อได้พบเห็น ลักษณะเป็นพวกไร้เพศ มีเสียงที่ไพเราะเหมือนถูกมนต์สะกด
คงเพราะแบบนี้ถึงทำให้เธอมีนิสัยที่เอาแน่เอานอนไม่ได้ล่ะมั่ง
แต่เธอก็ไม่เคยใช้ความสามารถด้านที่เกี่ยวของกับแฟรี่มาใช้เลย อาจจะเป็นเพราะไม่มีใครสอนและเธอก็มีสายเลือดที่เจือจางมากๆ เป็นเพราะตระกูลฝั่งแม่ของเธอน้อยคนที่จะมีความสามารถนี้ถึงมีก็เสียชีวิตหมดเพราะถูกฆ่าทำให้เธอไม่กล้าที่จะใช้มันเพราะพ่อกับแม่บอกให้เธอฟัง
เป็นการสะสมให้เธอกลัว เราจะได้ไม่ต้องเอามันมาใช้
เธอยังจำได้อยู่เลยที่แม่ชอบเล่านิทานเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้ให้ฟังก่อนนนอจนเธอกลัวขึ้นสมองไม่กล้าหลับจนแม่กับพ่อต้องมาทำให้เธอหายกลัว
จะมีใครกลัวพวกเดียวกันเองแบบเธอบ้างไม่มีหรอกจะมีก็แต่เธอเนี่ยแหละ (o_o!!)
ไม่มีใครมีชีวิตที่ดีเมื่อมีความสามารถนี้ มันเป็นทั้งคุณและโทษพวกเขาล้วนไม่ตายดีกันทั้งนั้น
เธอไม่รู้วิธีเปลี่ยนชะตาชีวิตของคน เธอไม่ได้ถูกสอนให้ร้องเพลงอย่างมากก็แค่สอนร้องทำนองทั่วๆ ไปเพราะเมื่อก่อนเคยมีครูมาสอนเธอร้องเพลงแต่ไม่นานครูคนนั้นก็ตายลงอย่างน่าสงสารหลังจากนั้นพ่อกับแม่ของเธอก็ไม่เคยจ้างคนมาสอนอีกเลย
‘ฉันตายแล้ว ฮึก ฉันตายแล้ว พวกมันฆ่าฉัน พวกมันฆ่าฉัน!!’
เสียงสะอื้นปนความแค้นถูกเปล่งออกมาจากปากของวิญญาณที่ลอยไปลอยมา เหมือนเจ้าวิญญาณดวงนั้นจะอาลัยอาวรณ์กับร่างของตัวเองที่โดนฆ่าด้วยกระบอกสีดำจนทำให้ตัวเขาตายลงอย่างช่วยไม่ได้
หลังจากที่รู้ว่าทำอะไรพวกคนกลุ่มนี้ไม่ได้เพราะตนเองเหลือแต่วิญญาณเปล่าๆ โล่งๆ ทำอะไรคนมีกายเนื้อไม่ได้จึงใช้สายตาที่มีมองหาตัวช่วยจนเหลือบมาเป็นเธอที่กำลังซ่อนตัวจากชายกลุ่มนั้นที่ยังไม่รับรู้ว่ามีคนแอบดูอยู่ เมื่อวิญญาณที่อยู่ในสภาพที่หัวมีเลือดไหลเป็นแม่น้ำมองมาที่เธอราวกับว่าเขารับรู้ได้เองว่าเธอมองเห็นเขา เจ้าตัวจึงค่อยๆ ลอยมาหาหญิงสาวที่กำลังตาโตเป็นไข่หานเพราะไม่คิดว่าแค่เจ้ากระบอกสีดำธรรมดาจะทำให้คนตายได้แบบนี้
เราจะตายรึเปล่า เจ้ากระบอกนั้นมันทำคนตายด้วย!!! (((O-O)))
แค่กระบอกนั่นเธอก็ตกใจพออยู่แล้ว แต่นี่มันอะไรมันมีวิญญาณมองมาที่เธอด้วย
มันมองเธออยู่!! และมันกำลังลอยมาหาเธอ
อย่า อย่าเข้ามาหาหนูเลย
กำลังลอยมาแล้ว
อ้ากกกกก เขากำลังลอยมาหาฉันแล้ว!!
ร่างของเด็กสาวที่คิดอยากจะหาคนมาช่วยตัวเองแต่กลับกลายเป็นว่าเธอกำลังเดินเข้าไปหาความตายเสียอย่างช่วยไม่ได้ถึงเธอจะเป็นแม่มดก็เถอะแต่ทางแม่ของเธอเป็นแม่มดสายเขียวนะ
ให้ตายเถอะไอความสามารถของแม่ที่คิดว่ามันดีเลิศเพราะตัวเองเป็นแม่มดที่ศึกษาและสนใจเกี่ยวกับพฤกษชาติจนไม่มีความรู้ด้านคาถาอะไรเลย ไม่แปลกที่เธอจะตั้งชื่อมันว่าสายเขียวเพราะมันเกี่ยวกับพืชนอกจากความสามารถในการปรุงยาและพูดคุยกับพืชได้ก็ไม่มีอะไรที่เอาตัวรอดได้เลย
ไอสายเขียวตัวซวย เรียนมาก็ช่วยอะไรเราไม่ได้!!
ริชที่คิดอะไรไม่ออกเลยแม้แต่นิดเดียว ในหัวสมองมันทำให้สมองของเธอว่างเปล่าไปหมดไม่รู้ว่าจะต้องทำยังไงหรือต้องทำอะไรต่อ ความสามารถของเธอมันก็ไม่ได้เก่งกาจอะไรแค่ชอบอ่านหนังสือ ปรุงยา ปรุงน้ำหอมกับไอความสามารถที่เกี่ยวกับการพยากรณ์ที่ไม่เคยใช้เลยทั้งชีวิตรวมถึงไอความสามารถเสี้ยวแฟรี่นั้นด้วย
แล้วเธอจะมีอะไรไปสู้กับกระบอกนั้น!!!
ถามจริงเธอมีอะไรไปสู้ ห๊ะ!!!
ในระหว่างที่คิดและก้นด่าบรรพบุรุษในใจ วิญญาณด้วยนั้นก็ค่อยๆ ลอยเข้ามาหาเธอด้วยใบหน้าที่ไม่มุ่งร้ายอะไร
แค่ตายกลายร่างเป็นวิญญาณเธอก็กลัวจนตัวจะหดเข้าไปในกระดองอยู่แล้วไม่ต้องมีความมุ่งร้ายหรอก เพราะเธอมันขี้คลาดตาขาวจะตายไป (v^v)
เขาเพียงแค่มองเธอก่อนที่จะชี้ให้เธอไปทางตามทางที่ตนชี้เท่านั้น ริชที่คิดอะไรไม่ออกลืมไปแม้กระทั้งว่าตนรู้คาถาและสามารถสาปพวกนั้นได้ไปเสียสนิทใจ ทำการก้าวขาให้เบาที่สุดประหนึ่งตนเป็นวิญญาณดวงที่สองตามติดวิญญาณดวงแรกไปติดๆ อีกฝ่ายคงจะคิดว่าเธอเป็นเพียงแค่เด็กที่หลงเข้ามาในถิ่นที่ไม่น่าจะมาได้
ต้องงัดสกิลฝีเท้าการย่องเบาที่ฝึกมาจากเจ้านิชก็ตอนนี้เนี่ยแหละ ต้องขอบคุณแมวของเธอที่มันสามารถสร้างประโยนช์ได้ก็ครั้งนี้กลับไปสาบานต่อบรรพบุรุษว่าเธอจะหาของดีๆ มาให้มันกินเป็นการตอบแทนก็แล้วกัน (ถ้าหาทางกลับบ้านได้อะนะ)
ใช่ หนูเป็นเด็กที่ไม่รู้เรื่องอะไรแค่หลงมาเท่านั้นแหละ
หนูไม่รู้อะไรเลยจริงๆ นะ
เดี๋ยวนะ เรารู้ได้ไงว่าเขาคิดอะไรเก่งโคตร!!!
อุ๊ย! หนูพูดคำหยาบขอโทษนะท่านแม่ ริชคิดในใจพร้อมขอโทษมารดาที่ตนพูดคำหยาบอยู่ในใจออกมา
‘นาย เจ้านายของผมอยู่ทางนั้นเขาบาดเจ็บอยู่ หนูพาเจ้านายของน้าหนีไปได้ไหม’
“เอ่อ…คือ”
‘หนูต้องหนีออกไปนะไม่อย่างนั้นพวกมันจะเก็บหนู’
เก็บ? เก็บทำไมหนูมีอะไรให้เก็บเหรอ
ราเชลเอียงคอฟังอีกฝ่ายที่เป็นร่างโปร่งแสงพูดในสิ่งที่เธอไม่เข้าใจยาวเป็นห่างมังกร มันยาวมากจนเธอฟังไม่เข้าใจว่าอะไรคือการเก็บและอะไรคือปืนหรืออะไรคือรถที่รับรู้แน่ๆ จากปากที่ไร้รูปร่างและจับต้องไม่ได้คือต้องพาเจ้านายของเขาหนีออกไปอีกทางและแจ้งอะไรสักอย่างให้พวกเขาได้รับรู้
สงสัยวิญญาณดวงนี้จะเป็นพ่อบ้านถึงขนาดคิดถึงเจ้านายตัวเองเป็นอย่างแรกช่างเป็นทาสที่ซื่อสัตว์จริงๆ อุสามีใจปกป้องเจ้านายช่างเป็นคนดีจริงๆ ต่างจากเจ้านิชกับเจ้าซีซี่และไนจะเจ้าคานหรือแม้แต่เจ้าอูอู้กับตัวอื่นๆ ที่เป็นภูติของเธอที่เธอเลี้ยงเอาไว้ไม่รู้ว่าพวกมันหายหัวกันไปไหนหมด
เจ้าพวกภูติไร้ประโยชน์ไม่น่าเลี้ยงเจ้าพวกนี้เอาไว้เลย ยามที่ต้องการพวกมันกลับไม่อยู่กับเธอ
เมี๊ยว
นั้นไงพูดปุ๊บมาปั๊บเร็วทันใจเหมือนรู้ทันว่าเรากำลังบ่นอยู่
‘ไปเถอะ เขาน่าจะแอบอยู่ในโกดังด้านหลังเจอเขาแล้วเธอต้องใช้มือถือติดต่อคนที่ชื่อฮานพวกนั้นจะตามมาช่วยเธอกับเจ้านายเข้าใจไหม’
อะไรคือมือถือ อะไรคือฮาน
พึ่งรู้ว่าแค่เธอออกจากบ้นก็กลายเป็นคนโง่ได้อย่างง่ายดายอะไรแบบนี้นะ ทั้งที่เราก็พูดภาษาเดียวกันแต่เหมือนจะเป็นเธอที่ไม่เข้าใจอะไรสักอย่างเดียว
เมี๊ยว เมี๊ยว
“รู้แล้ว รู้แล้ว”
‘ดี ฉันไปก่อนนะฝากบอกเจ้านายด้วยว่าฉันขอโทษ’ ราเชลที่กำลังเถียงกับเจ้านิชที่ไม่รู้หายไปไหนพอโผล่หัวมาก็บอกว่าเธอเซ่อซ่าที่เดินเข้าไปในดงงูพร้อมทั้งบอกถึงที่อยู่ของเจ้านายของวิญญาณที่เธอไม่รู้ว่าชื่ออะไรแล้วยังมาเร่งให้เธอไปเร็วๆ อีกจนเจ้าตัวบอกปัดไปว่ารู้แล้ว
แต่เพียงแค่นั้นแหละวิญญาณตรงหน้าคงคิดว่าเธอพูดกับเขามั่ง เลยตอบกลับมาแล้ววาร์ปหายไปเลย
เพราะแกตัวเดียวเลยเจ้านิช เพราะแกตัวเดียวเลยเราเลยยังกลายเป็นคนไม่ฉลาดอยู่แบบนี่ยังไม่รู้เลยว่าอะไรคือมือถือ อะไรคือปืนแล้วอะไรคือการเก็บ
เมี๊ยวๆๆๆ
“รู้แล้ว จะเร่งไปไหนเนี่ยแค่ตื่นมาไม่ได้อยู่บ้านก็แปลกใจพอแล้วยังมีแกที่หายหน้าไปอีกมานี่มันอะไร โผล่มาได้ไง”
เมี๊ยว
ในระหว่างที่เดินให้เบาที่สุดเท่าที่จะทำได้เพื่อเดินตามแมวตัวหนึ่งถ้ามีคนอื่นหาเห็นคงว่าเธอบ้าหรือเสียสติแน่ๆ เจ้าแมวขี้เกียจของเธอคงจะสำรวจมาแล้วว่าทางไหนที่ไม่มีคน ทำให้พวกเราหนึ่งคนกับอีกหนึ่งตัวจึงเดินไปได้อย่างปลอดภัยแต่เมื่อเห็นประตูที่อยู่ไม่ไกลมากนักที่ทางผ่านจะเป็นที่โล่งแบบโล่งเลยไร้ซึ่งสิ่งมีชีวิตแต่ถ้าเดินไปทางประตูแน่นอนว่าจะต้องมีพวกที่มีกระบอกสีดำเห็นเธอและทำให้เธอตายแน่ๆ
บางทีพวกนั้นอาจจะไม่เห็นเราก็ได้นะ ขนาดเราแอบพวกนี้นั้นยังมองไม่เห็นเลย
ทางที่จะหนีอยู่ตรงนั้นแต่ทางที่เราไปมันอยู่อีกทางนี้สิ
เมื่อเดินเข้ามาในโกดังที่เก่าและเหม็นเหมือนไม่ต่างจากกองขยะหรือบ้านของพวกโทลล์เลยแม้แต่น้อย ราเชลเดินตามเจ้าแมวของเธอไปติดๆ
แกร็ก
“เจ้าเมี๊ยวแกพาใครมา อ่ะ”
ร่างบางที่อยู่ในชุดนอนเมื่อเดินเข้ามายังถังอะไรสักอย่างที่กองมากมายจนเธอได้รู้ว่ากลิ่นไม่พึ่งประสงค์มาจากพวกมันแต่ไม่รู้ว่าคือกลิ่นของอะไรเมื่อเดินเข้ามายังที่ที่น่าจะมืดและเป็นที่ซ่อนชั้นดีอยู่ๆ ก็มีคนโผล่ออกมาจากทางด้านหลังของถังที่อยู่ตรงหน้าเธอระยะประชิดพร้อมชูกระบอกสีดำที่ทำให้คนตายมาไว้ที่หน้าผากของเธอ
เมี๊ยว
“แกพาฉันมาหาใครเนี่ย แล้วคุณเป็นใคร”
“เธอล่ะเป็นใครยัยหนูทำไมมาอยู่ในที่อันตรายแบบนี้ ไม่กลัวตายหรือยังไง” ชายตรงหน้าอายุประมาณ 30 กลางๆ ทรงผมเข้ารูปที่น่าจะจัดมาจนตอนนี้เละไม่เป็นทรงใบหน้ามีบาดแผลหลายจุด อกฝ่ายสวมเสื้อผ้าเหมือนคนดูดีมีชาติตระกูลกำลังเอามือกุมที่หน้าท้องของตัวเองอยู่พอเธอก้มไปมองก็พบว่ามีกลิ่นของเลือดกระจายออกมาจากบริเวณนั้น
เด็กมาทำอะไรที่นี่หรือว่าพวกมันจะพาไปขาย
แต่วัยแค่นี่เอง ท่าทางก็ดูเหมือนเป็นลูกหลานของลูกคนรวยแล้วไปพามาได้ยังไง
ปัง
“หาให้ทั่วมันต้องอยู่ที่ไหนสักทีนั้นแหละไม่มีทางที่มันจะหนีออกไปได้หรอก” เสียงเปิดประตูโกดังดังขึ้นจนลั่นไปทั่ว ชายที่อายุน่าจะประมาณพ่อของเธอทำการเอามือปิดปากเธอไว้พร้อมหาที่หลบทันที คาร์อาที่หันมาหาแมวตรงหน้าแต่พอมองมาอีกทีมันก็หายไปแล้วหายไปไหนแบบไร้ร่องลอยเช่นเดียวกันกับที่มันมาปรากฏตัวตรงหน้าเขา
เขาก้มลงมองที่เด็กสาวตรงหน้าที่ดูแล้วน่าจะเป็นลูกของเขาได้เลยกำลังมองไปทางศัตรูที่หมายมั่นจะเก็บเอาไว้ได้เพื่อเอาความดีความชอบไปให้นายของมันด้วยสีหน้าไม่รับรู้เรื่องราวอะไรราวกับว่าไม่รู้ว่าพวกนั้นเป็นใครและพวกเราเป็นใคร เด็กสาวที่เขาไม่รู้แม้แต่เชื่อก้มมองดูแผลกระสุนที่หน้าท้องที่เขาโดนยิงด้วยสีหน้าเหมือนกำลังสงสารเขาอยู่ก่อนที่เด็กตรงหน้าจะพึมพำราวกับว่ามันเป็นเสียงกระซิบ
เสียงกระซิบที่เบามาก มากจนเขาฟังไม่ออกว่ามันเป็นภาษาอะไรพอมารู้อีกทีแผลของเขาก็หายปวดแล้ว แผลที่โดนกระสุนยิงหายไปแล้วผิวหนังของเขาที่มีรอยเลือดและรอยกระสุนหลายไปราวกับเขาไม่เคยโดนยิงมาก่อนแต่มันยังมีอาการปวดอยู่เล็กน้อย เด็กไร้ชื่อตรงหน้าเขาเงยหน้าขึ้นมาก่อนจถามว่าหายเจ็บแล้วรึยัง
มันใช่เวลามาถามไหมยัยหนู
“คุณหายเจ็บแล้วหรือยัง โทษทีนะที่หนูพึ่งนึกได้” ราเชลที่เหมือนพึ่งนึกได้ว่าตัวเองเป็นแม่มดที่รู้คาถาต่างๆ จากที่ได้รับสั่งสอนมาและที่อ่านมาแต่พอท่องคาถารักษาไปเสร็จสีหน้าของอีกฝ่ายกลับไม่ยินดีกับที่แผลของเขาหายเลย
หรือว่าเราทำอะไรผิดไป
คาร์อามองเด็กสาวด้วยสีหน้าเหมือนเจอสัตว์ประหลาด แม้จะมองไม่ชัดเจนว่าหน้าตาเป็นยังไงก็ตามแต่ถึงกับทำให้แผลของเราสมานตัวกันได้โดยที่ไม่ต้องพึ่งหมอราวกับเขาไม่เคยโดนยิงมาก่อนแต่ถึงจะสมานตัวกันยังไงก็ตามแต่กระสุนก็ยังอยู่
ถ้าจะรักษาจริงๆ ทำไมไม่เอากระสุนออกก่อนแล้วค่อยรักษาล่ะ
เด็กประหลาดอะไรวะเนี่ย หรือว่าพวกมันเอาเด็กไปทดลองจนได้พลังพิเศษมา บ้าแน่ๆ มันมีแต่ในหนังเท่านั้นแหละ
ปัง ปัง
“อ่ะ” เสียงปืนดังขึ้นอีกจากผลงานของชายสองคนที่เดินเข้ามาเหมือนต้องการยิงสุ่มเพียงยิงออกไปกระสุนที่ถูกยิงสุ่มทะลุผ่านถังเก่าที่ไม่มีคนใช้งานมาโดนที่แขนของเขาที่กำลังใช้ปิดปากของเด็กประหลาดทันทีพร้อมกับถังอีกหลายใบที่ถูกทีบจนทางด้านซ้ายจนมาโดนเข้าที่ด้านขวาที่ไม่มีเด็กประหลาดอยู่จนมันทับแผลเก่าของเขาจนคาร์อาต้องสงเสียงออกมาเบาๆ เพราะน้ำอะไรสักอย่างที่ไหลออกมาจากถังใบนั้นมันโดนเข้าที่ผิวของเขาจนกัดเป็นรอยแดง
กรดสินะ
“อยู่จริงๆ ด้วยวะ ฮ่าๆๆ”
“แค่ยิ่งสุ่มเองนะ อะไรมันจะโชคดีขนาดนั้นวะสงสัยโชคจะเข้าข้างพวกเราโว๊ย!!!”
เจ็บจังเลย น้ำอะไรทำไมเจ็บจัง
“จะออกมาหรือไม่ออกถ้าไม่ออกกูยิงแน่”
“3”
“2”
“รู้แล้ว กูรู้แล้ว”
“รู้แล้วก็ออกมาสิวะ”
“ห้ามออกไปไหนนะ อยู่ตรงนี้เข้าใจไหม”
“…”
เด็กสาวเงียบเป็นคำตอบ ราเชลที่ไม่รู้ว่าตัวเองเป็นอะไรเหมือนกับว่าเธอวูบไปวูปทั้งที่ยังซ่อนอยู่แบบนี้ ภายในร่างกายที่ร้อนรนเหมือนมีเวทย์มนต์ในสายเลือดกำลังร่ำร้องถึงอะไรบางอย่าง ราวกับว่ามันรับรู้ถึงอันตรายที่ใกล้เข้ามา
จากดวงตาสีฟ้าเทาของเธอกลายเป็นสีม่วงอำพันพาเธอไปเจอกับอะไรบางอย่างที่เธอไม่เคยเจอมาก่อนมันมาพาเธอมาเห็นตัวเธอเองที่กำลังยืนนิ่งอยู่โดยมีสภาพของชาย 6-10 คนที่ไม่รู้มาจากไหนนอนตายอยู่ใกล้ๆ เสื้อผ้าของเธอที่อยู่ในชุดเดิมมีรอยขาดที่แขนเสื้อผ้าที่เปื้อนไปด้วยคราบสีดำเต็มไปหมดพร้อมกับชายเกือบ 10 คนที่นอนตายอยู่โดยมีคนที่ 10 กำลังลอยขึ้นสูงเหนือพื้นโดยที่มีเธอกำลังยิ้มร่าอย่างชอบใจก่อนที่เธอจะพูดบางอย่างออกมาจนทำให้ชายคนนั้นแขนขาหักไปคนละทิศละทางแล้วถูกปล่อยลงมาต่อหน้าต่อตาคนที่น้าวิญญาณเรียกว่าเจ้านายกับชายอีกสามสี่คนในชุดเดียวกัน
ปัง
ราเชลล้มลงไปด้านหลังที่ยังว่าเปล่าทันทีอย่างไม่ทันตั้งตัวจนแผ่นหลังของเธอไปโดนเข้ากับเจ้าลังหรือถังที่มีน้ำอยู่ด้านในที่มันกัดผิวของเธอจนเป็นรอยแดง
อนาคตเหรอ เป็นไปไม่ได้เธอไม่เคยทำได้เลยนิ
‘หลานรัก หลานจงจำเอาไว้ว่าพวกเรารักหลานถึงทำแบบนี้ หลานต้องจำเอาไว้นะที่เราทำก็เพื่อตัวหลานเอง’
“เพื่อหนูเหรอ” เด็กสาวพูดขึ้นมาอย่างเหมอลอยจนไม่ทันได้รู้เลยว่ามีชายอีกคนเดินมาจากทางประตูด้านหลังเพื่อมาสมทบทันทีที่ได้ยินว่าเจอคนที่พวกตนอยากได้แล้วแต่ไม่คิดว่าจะต้องมาเจอเด็กน้อยที่กำลังซ่อนอยู่ด้วย
“อะไรวะ”
ตัดจบแบบละครไทย ปล่อยเอาไว้ให้คิดกันไปว่าคุณปู่ทำอะไรน้อง
ไรท์เอาตอนที่ 2 มาฝากตอนแรกกะว่าจะให้อ่านทีเดียวกันที่ 1 แต่มาเพิ่มให้อีกตอนส่วนใครที่รอติตามก็ไปรออ่านทีเดียววันที่ 1 พ.ย เป็นต้นไปนะจ้ะ
การตื่นและอายุขัย
คาร์อา เอลาโดรไม่เคยอารมณ์เสียและอยากจะตีเด็กคนไหนเท่าเด็กคนนี้มาก่อนทั้งๆ ที่เขาก็บอกไปแล้วว่าให้ซ่อนตัวอย่าให้พวกมันรู้ว่าเธออยู่ที่นี่แต่ดูเหมือนเด็กน้อยจะขัดคำสั่งที่เขาเตือนไปค่อนข้างมากเพราะตอนนี้ยัยหนูที่สภาพดูไม่ได้ที่ตอนนี้ใบหน้าเปื้อนไปด้วยคราบขี้ฝุ่นและเศษสิ่งของต่างๆ จนหาสภาพความเป็นเด็กผู้หญิงไม่ได้เลย
“อะไรวะ เด็กเหรอ?”
“ไหนบอกว่ามันมาคนเดียวไงวะ แล้วไอเด็กนี้มันมาจากไหน”
“จะรู้ได้ไงวะ หรือว่ามันแอบมา”
“นี่แกเป็นพวกรสนิยมแบบนี้เหรอวะคาร์อา ฮ่าๆๆ น่ากลัวเหมือนกันนะเนี่ยยังเด็กอยู่เลยหรือว่าแกเลี้ยงต้อยเอาไว้จับมันมาดิ” เจ้าพวกที่เป็นศัตรูของเขาหันมาพูดกันเองด้วยสีหน้าอารมณ์ดีอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนเพราะไม่คิดว่าคนที่มีตำแหน่งสูงและชอบควงผู้หญิงไม่ซ้ำหน้าจะหันมาเปลี่ยนรสนิยมมาชมชอบเด็กวัยที่น่าจะยังไม่ถึง 18 ปีด้วยซ้ำ
หนึ่งในนั้นยกมือถือขึ้นมาเพื่อเรียกคนอื่นที่กระจายกันตามหาเหยื่อที่พวกมันต้องการตัวมากที่สุดให้มารวมตัวกันที่โกดังเก่าเก็บที่มีแต่ถังใบใหญ่ที่ข้างในถังมีอะไรบางอย่างที่ไม่น่ามองสักเท่าไรอยู่ด้านใน ทำให้ไม่แปลกใจอะไรที่ภายในโกดังนี้จะไม่มีคนมาสนใจและไม่มีใครเข้ามาถ้าไม่ได้จำเป็นจริงๆ เพราะมันมีกลิ่นของสารเคมีและอื่นๆ ปนไปทั่ว แต่ถ้าสังเกตดีๆ จะได้กลิ่นของอะไรบางอย่างที่เหม็นเน่าราวกับซากศพคนตายที่ถูกซ่อนมาไว้หลายปี
ใช่ โกดังนี้เป็นโกดังเก็บศพ
โกดังขนาดใหญ่ที่มีฉากเบื้องหน้าเป็นโกดังเก็บของและสินค้าต่างๆ แต่เบื้องหลังเป็นโกดังเก็บศพที่จะนำศพที่ถูกกำจัดทิ้งไม่ว่าจะเป็นการว่าจ้างฆ่า ศพศัตรูหรือแม้แต่ศพของคนขายอวัยวะล้วนแล้วแต่ถูกทำลายที่โกดังแห่งนี้เพราะถ้านำไปทิ้งคนอื่นอาจจะรู้และหาเจอได้ซึ่งหนึ่งในนั้นอาจจะเป็นแก๊งคู่อริแก๊งต่างๆ ที่มีเส้นสายไปทั่วอาจจะสร้างเรื่องได้ด้วยเหตุนี้แก๊งใหญ่ๆ แต่ละแก๊งจึงมีวิธีทำลายศพต่างกันไป
เจ้าพวกนี้น่าจะมาจากแก๊งเซมันโต้ แก๊งที่กำลังหันมาทำธุรกิจสีขาวสะอาดตามากขึ้นแต่คงเพราะแก๊งของเขามีเส้นสายในวงการธุรกิจค่อนข้างมากพวกมันเลยอยากจะกำจัดแต่เขาก็ไม่คิดว่าพวกมันจะเริ่มแผนเร็วแบบนี้
ไอประธานบริษัทนั่นคงจะหันไปซบอกแก๊งเซมันโต้แล้วสินะ
เหอะ ไอสวะหน้าโง่คิดว่าหันไปซบอกไอแก่ลูฟเฟลแล้วมันจะให้สิ่งที่แกต้องการรึไง โง่ซะไม่มีถ้าเป็นเมื่อก่อนนะใช่แต่ตอนนี้ไอแก่นั่นน่าจะอยู่ไม่ได้นานด้วยซ้ำ
“เด็กนี้ใครวะ”
“จะรู้รึไง คงมากับมันนั่นแหละ หลังจากฆ่าไอหมอนี้ได้แล้วค่อยเอาไอเด็กนี้ไปขายก็ได้”
“ไม่คิดว่าจะจับตัวคนใหญ่คนโตได้ง่ายขนาดนี้เลยวะ โง่จริงๆ เลยฮ่าๆๆ”
“เหอะ หัวเราะไปเถอะจะทำอะไรก็รีบทำเข้าฉันมีเวลาเป็นเงินเป็นทองนะ” เจ้าพวกลูกน้องของหันมาหัวเราะอย่างชอบใจโดยมีหนึ่งในแก๊งของมันกำลังคุยอยู่กับหัวหน้าอย่างออกรสคงกำลังรายงานผลงานของตัวเองอยู่
เธอไม่รู้ว่าเธอกำลังดูอะไรอยู่มันเหมือนกับว่าเธอกำลังย้อนไปดูเหตุการ์ณอะไรบางอย่างที่เธอไม่คุ้นเคยและไม่มีเรื่องพวกนี้อยู่ในหัวสมองเลยด้วยซ้ำ ราเชลเหม่อมองพ่อกับแม่ที่กำลังมองมาที่เธอในวัย 4 ขวบที่กำลังหลับไม่ได้สติอยู่บนเตียงในห้องนอนที่ถูกตกแต่งอย่างดีตามที่เธอเคยชอบโดยที่มีพ่อกับแม่กำลังกอดกันพร้อมพูดคุยกันเรื่องที่เธอไม่รู้ว่ามันคืออะไร
อะไรคือเพื่อเธอ
ทำไมต้องทำเพื่อเราและมันคืออะไร ทำไมเธอถึงจำอะไรไม่ได้เลยทำไมเรื่องพวกนี้ถึงไม่มีอยู่ในความทรงจำแม้เศษเสี้ยวก็ไม่มีอยู่ในหัวสมอง
หรือว่าพวกเขาลมความทรงจำของเรา
แต่เพื่ออะไร
‘ลูกจะไม่เป็นอะไรแน่เหรอคุณ ฉัน ฉ ฉันรู้สึกเป็นห่วงลูกจังถ้าเกิดมันไม่ได้ผลล่ะ’
‘มันต้องได้ผล คุณไม่ต้องห่วงลูกเราจะไม่เป็นอะไร ทั้งหมดก็เพื่อลูก’
‘เร็วเข้าเราต้องรีบทำ วันนี้เป็นคืนเดือนมืดพิธีและคาถาจะต้องพร้อมที่สุดเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด กว่าจะได้ตำราเล่มนี้มาไม่ใช่เรื่องง่ายๆ แต่ดีที่ตระกูลของเราเก็บมันเอาไว้เลยไม่ต้องจำเป็นต้องหาซื้อให้พ่อมดแม่มดคนอื่นผิดสังเกต เราจะให้คนอื่นรู้ไม่ได้ว่าราเชลมีพรสวรรค์นี้’ คุณปู่เดินเข้ามาภายในห้องพร้อมตำราเล่มหนาที่ดูเก่าแก่เล่มหนึ่งอาจจะเป็นเพราะต้นตระกูลของพ่อของเธอชื่นชอบเรื่องคาถาศาสตร์มืดมากๆ สิ่งที่หายากล้วนแล้วแต่ถูกเก็บซ่อนเอาไว้เป็นอย่างดี
‘ท่านพ่อ หนูเป็นอะไรไป’
‘ไม่ลูกรัก ลูกไม่ได้เป็นอะไรลูก ก ก็แค่ไม่สบายนะตื่นมาก็หายแล้วล่ะ’ ราเชลกำลังมองสีหน้าของผู้เป็นพ่อผ่านความทรงจำที่เธอไม่เคยเห็นก่อนที่จะมองไปที่ตัวของเธอเองที่กำลังนอนอยู่บนเตียง ดวงตาที่เคยเป็นสีฟ้าอมเทาคู่สวยค่อยๆ กลายเป็นสีม่วงไปทีละนิด ทีละนิดและนั่นแหละเป็นตอนที่เธอเห็นพ่อของเธอเองใช้คาถากับเธอเพื่อให้เธอมองไม่เห็นแต่ยังคงมีสติอยู่
‘หลานรัก หลานจงจำเอาไว้ว่าพวกเรารักหลานถึงทำแบบนี้ หลานต้องจำเอาไว้นะ ว่าที่เราทำก็เพื่อตัวหลานเอง’
อะไรกัน พ่อทำไปเพื่ออะไร
‘แม่รักลูกมากนะ ทุกอย่างก็เพื่อหนูลูกแม่จะกลายเป็นปกติ เชื่อแม่สิ’
‘หนูมองไม่เห็นเลย พ่อทำอะไรหนู พ่อทำอะไรกับหนู!!ปล่อยหนูเดี๋ยวนี้!!’
‘เร็วเข้า เราต้องเริ่มแล้ว’
‘กรี๊ดดดดด’
จบประโยคของผู้เป็นมารดาภาพตรงหน้าก็เริ่มที่จะเบลอมากขึ้นมันเหมือนความทรงจำไม่อยากให้เธอเห็นช่วงนี้ เสียงความวุ่นวายเสียงของคาถาและเวทมนตร์พร้อมกับเสียงของคุณปู่ที่พูดด้วยน้ำเสียงตื่นกลัวกับอะไรบางอย่าง มันราวกับว่าพวกท่านกำลังเจอปีศาจที่พร้อมที่จะดูดกินพวกท่านได้ทุกเมื่อเวทมนตร์ที่เจือจางทำให้เธอได้รับรู้ว่ามีอะไรบางอย่างกำลังดูดพลังเวทมนตร์ของพวกท่าน
เสียงกรีดร้องของเธอดังมากแม้จะเป็นภาพที่เบลอจนมองอะไรไม่ชัดแต่สิ่งที่จำได้ขึ้นใจและได้ยินคือเสียงของเธอเองที่กำลังไม่พอใจกับเหตุการ์ณนี้ เสียงที่เหมือนโดนทำล้ายบาดลึกลงไปในร่างกายของเธอราเชลที่พยายามมองแล้วมองอีกแต่ยิ่งมองร่างของเธอก็ยิ่งเหมือนจะถูกพลักให้ไกลออกไปและไกลออกไปราวกับว่ามีเวทมนตร์หรือคาถาอะไรบางอย่างสาดเธอให้กระเด็นออกมาจากตรงนั้น
“ตายรึเปล่าวะ ทำไมไม่ขยับเลย”
“ตุ๊กตายางเปล่าวะมึง ถ้าใช้คือโคตรจะเหมือนเลยนะโว๊ย”
“ถ้าไม่คิดเรื่องใต้สะดือมึงจะตายรึไงวะ” ราเชลที่พึ่งจะได้สติกลับมาได้ยินชายสองคนในชุดสูทกำลังก้มลงมองมาที่เธอโดยที่มีมือของชายอีกคนที่ดูเจ้าเล่ห์กว่าเอามือมาจิ้มที่ต้นแขนของเธออย่างแรงเหมือนต้องการพิสูจน์ว่าใช้คนจริงหรือเปล่า
“พวกมึงทำอะไรกัน ลากออกไปดิวะถ้าเป็นคนก็จับไปรวมกับคนอื่นส่วนที่เหลือลากไอคาร์อาตามกูมา”
“โอ๊ย! ปล่อยมันเจ็บนะ”
“คนวะ มึง”
ทำไมพวกมนุษย์ถึงมีนิสัยแย่แบบนี้นะ พวกมนุษย์นิสัยไม่ดี
เดี๋ยวนะพวกนี้ลากเธอออกไปไหน หรือว่าจะใช้เจ้ากระบอกสีดำนั่นฆ่าเรา (O 0 O)
ชายสิบกว่าคนลากผู้ชายที่เธอเจอในตอนแรกที่เจ้าวิญญาณคนนั้นบอกว่าเป็นเจ้านายมาที่โล่งกว้างที่ด้านซ้ายมีแม่น้ำกว้างอยู่พร้อมกับเรือขนาดใหญ่มากที่ดูไม่ค่อยจะหรูหราสักเท่าไรนัก สิ่งหนึ่งที่เธอรับรู้จากไอเจ้าวิญญาณที่กรอกหูเธอมาไม่หยุดทำให้เธอรู้ว่าคนพวกนี้คือคนไม่ดีที่ฆ่าเขาตาย
แล้วไง ฉันไม่สนว่าพวกนี้ฆ่าใคร ขอแค่ฉันไม่ตายก็พอแล้วล่ะ
คอยดูเถอะ ถ้าฉันเก่งเมื่อไรเดี๋ยวราเชลคนนี้แหละจะสาปพวกแกให้ตายไปข้างเลยคอยดู ชิ เพราะไอเจ้าสายเขียวของแม่แท้ๆ ทำประโยชน์อะไรก็ไม่ได้แม้แต่จะสาปคนยังไม่ได้เลย
‘พวกมันต้องการต่อรองกับนายก่อน พวกมันไม่ฆ่านายทำยังไงดี ทำไงดี’
“…”
ทำไมผีไม่ไปที่ชอบที่ชอบนะ หรือว่าที่ชอบคือที่นี่
หรือว่าไอเจ้ากระบอกสีดำนั้นมันสามารถตรึงวิญญาณได้ คุณพระเจ้าเวทมนตร์ช่วยด้วย! ฉันจะถูกฆ่าแล้วถูกจองให้ติดอยู่กับบ้านเหม็นๆ นี้นะเหรอ
ฉันเป็นแม่มด ที่เก่งมากเลยนะ
ทำไมฉันต้องมาเจออะไรแบบนี้ด้วยแล้วพวกนั้นพูดอะไรกัน
‘เธอต้องช่วยเจ้านายฉันนะแม่หนู ตอนนี้พวกของเจ้านายกำลังมาอย่าให้พวกมันฆ่าเจ้านายของฉันนะ’
“ไอเด็กนี้น่าจะขายได้ราคาถ้าเอาไปล้างน้ำสักหน่อยก็น่าจะดี มึงว่าไหมวะ”
“นั่นดิ ว่าแต่เด็กนี้มันเกี่ยวข้องอะไรกับไอคาร์อาวะ”
“อย่ามาจับเรานะ!!เอามือออกไป” เด็กสาวพูดเสียงแข็งอย่าไม่พอใจที่มีมือของชายอีกคนจับที่แขนของเธอก่อนที่จะลากไปที่ต้นแขนเหมือนต้องการลูบและสัมผัสความนุ่มนิ้มของผิวที่ถูกดูแลมาอย่างดี ตอนนี้เธอไม่สนว่าชายคนนั้นจะเป็นยังไงเพราะตอนนี้ในหัวของเธอมีแต่เรื่องอะไรไม่รู้เต็มไปหมดทั้งเรื่องที่เธอเป็นภาพหลอนของสถานที่ตรงนี้ที่เต็มไปด้วยคนตายกับความทรงจำในเหตุการ์ณที่เธอไม่คุ้นเคย
สูด…
“โคตรหอมเลยมึง หรือว่าจะเป็นลูกที่มันเก็บเอาไว้วะ”
“เราบอกว่าอย่ามาแตะต้องตัวเราไง! ออกไปเจ้าคนโสโคลก”
ถ้าแกจับตัวฉันอีกฉันคนนี้แหละจะสาปแกซะ ต้องขอบคุณหนังสือและตำราทั้งหมดและความว่างทำให้ฉันชอบอ่านหนังสือนะ
จริงด้วยเรามีความรู้นิ เราสาปคนได้
ให้ตายเถอะทำไมไม่ทำตั้งแต่แรกนะ
“มึงด่ากูขนาดนี้เลยเหรอหา ไอเด็กปากดี”
“พวกมึงจะทำอะไรกัน ว่าแต่ไอเด็กนี้มันเกี่ยวอะไรกับแกคาร์อาหรือว่าลูกที่แอบเลี้ยงเอาไว้รึไง แต่ช่างเถอะใครสนกัน สนุกให้เต็มที่เพื่อนจบแล้วค่อยเอาไปขายต่อก็ได้ กู ไม่ ว่า” คนเป็นหัวหน้าที่ประชิดตัวคาร์อามาที่ยื่นกำลังคุยกับนายของมันควรเป็นฝั่งนายของมันต้องการทำข้อตกลงกับเขามากกว่า แต่พอรู้ว่าเขาไม่ตกลงพวกมันก็รับมือถือคืนมาก่อนที่จะหันไปทางเด็กผู้หญิงที่เขาเจอก่อนจะยักคิ้วให้อย่างท้าทาย
แปลว่าเด็กนี้ไม่ใช่คนที่พวกมันจับมา แล้วก็ไม่ใช่คนของเขา
แล้วเด็กนี้มาจากไหน เป็นไปไม่ได้ที่เด็กคนหนึ่งจะหลุดเข้ามาที่โกดังนี้ได้เลย
โชคดีที่ตัวของเขามี GPS ป่านนี้ลูกน้องน่าจะใกล้ถึงแล้ว
ชั่วพริบตาเดียวที่ชายหนุ่มไม่ได้สนใจเด็กสาวคนนั้นที่เขาเจออาจจะเป็นเพราะเขาเคยฆ่าคนมาก่อนมือเปื้อนเลือดมาก็เยอะแถมยังไม่ใช่คนดีอะไรขนาดนั้นทำให้ไม่ได้สนใจเด็กสาวที่กำลังจะถูกรุมโทรมเพราะยังไงเด็กนั้นก็ไม่ใช่ลูกของเขาหรือคนของเขาอยู่ดี
เสียงหัวเราะของพวกมันสองคนที่หนึ่งในลูกน้องของมันที่มีนิสัยค่อนข้างจะเฉพาะตัวกำลังสูดดมกลิ่นของเด็กสาวที่ใช้สายตาจ้องมองไปที่ไอหมอนั้นอย่างอาฆาต เขาเห็นจริงๆ ว่าเด็กคนนี้กำลังมองเหมือนต้องการฆ่าไอหมอนั้นให้ตายในครั้งเดียวถ้าเธอมีโอกาส เสียงหัวเราะจากคนที่สองที่อยู่ติดกันยกมือถือขึ้นมาเตรียมอัดคลิปสายตาปลายมามองที่เขาราวกับท้าทายแต่ชายหนุ่มก็ยังคงนิ่มสนิทเช่นเดิม
“ฮิๆๆ มาสนุกกันนะเด็กน้อย มึงถ่ายเอาไว้รึยังวะ”
“ถ่ายอยู่ แล้วพวกมึงอะจะรีบฆ่าก็ทำเร็วๆ ดิวะจะได้มาสนุกกัน”
กลิ่นของความน่ารังเกียจตีเข้ามาปะทะกับจมูกของเธออย่างจังเหมือนมันต้องการให้เธอมีกลิ่นเช่นเดียวกันกับมันด้วย กลิ่นของความน่ารังเกียจปนมาพร้อมกับกลิ่นโสโครกที่เหมือนซากศพยิ่งทำให้เธอรู้สึกขยะแขยงจนอยากจะอ้วกออกมา ไม่รู้ทำไมที่ภายในของเธอมันร้อนราวกับไฟแต่ส่วนลึกของจิตใจมันกลับไร้ความรู้สึก เหมือนในใจของเธอต้องการให้ไอคนที่ทำท่าทางน่ารังเกียจกับเธอตายๆ ไปซะ
จิตใจที่ร้อนรุ่มราวกับไฟแต่อีกด้านก็เย็นยะเยือกราวเจอเข้ากับภูเขาน้ำแข้งที่สูงชันเสียจนไม่ว่าใครก็ไม่สามารถอาศัยอยู่ได้ ดวงตาของเธอมันเริ่มร้อนขึ้นก่อนที่จะกลับไปเย็นดังเดิมตอนนั่นแหละที่เธอเริ่มรับรู้แล้วว่าตาของเธอเปลี่ยนสี
ไอพวกน่ารังเกียจ ไอเจ้ามนุษย์โสโครก
“ไอมนุษย์โสโครก”
“ว่าไงนะ”
ปังๆๆ
“เกิดอะไรขึ้นวะ!! มีคนบุกมา”
“บ้าเอ่ย พวกมันมาตามไอคาร์อา”
“ไม่เป็นไรเรามีคนเยอะกว่า” เด็กสาวไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันเกิดอะไรขึ้นเธอรับรู้เพียงแค่ว่าตอนนี้เธอต้องการ ต้องการมากจริงๆ เธอต้องการฆ่าคนพวกนี้ให้หมดให้สมกับที่พวกมันมาแตะต้องเธอ ทุกอย่างที่ดูวุ่นวายไปหมดในตอนนี้ด้านนอกที่มีเสียงดังกึกก้องไปทั่วเหมือนมีคนกำลังบุกเข้ามาแต่ด้านในกลับตะโกนพูดกันว่าไม่มีทางที่พวกมันจะเข้ามาได้เพราะคนของพวกมันเยอะกว่า
“บ้าเอ่ย มึงมานี้”
“จับไอเด็กนั้นเอาไว้ ให้กูจัดการเด็กนี้ก่อนแล้วค่อยมาที่มึงทีหลัง” เสียงของหัวหน้ามันที่เดินเข้ามากระชากที่ผมของเธอลากเธอมาทางชายที่ชื่อคาร์อาด้วยสีหน้าไม่พอใจแบบสุดๆ โดยที่มีเสียงของไอโสโครกบ่นด้วยความเสียดาย
ฆ่ามันเลยไหมนะ ใช่ เราฆ่ามันได้นิ
ฆ่ามันซะ ฆ่ามัน!ฆ่ามัน!ฆ่ามัน!
ในใจของเด็กสาวตะโกนอยู่อย่างนั้นราวกับมีความต้องการอันแรงกล้าเธอแทบจะไม่รู้สึกถึงความเจ็บที่หนังศีรษะเลยแม้แต่น้อย ลมหายใจที่เริ่มแรงขึ้น แรงขึ้นและแรงขึ้นสายตาจ้องมองที่ไปไอสวะคนที่กำลังจิกหัวของเธออยู่โดยที่มันไม่ได้แม้จะมองมาที่เธอเลยด้วยซ้ำ เด็กสาวท่องอยู่อย่างนั้นราวกับคนเสียสติไม่รู้ทำไมและไม่รู้ว่าเธอเป็นอะไรรู้เพียงแค่ว่าเธอไม่พอใจมากๆ ไม่พอใจสุดๆ
แต่เมื่อสายตาเงยขึ้นไปมองไอคนเลวที่เธอจำได้ว่ามันคือคนที่ยิงวิญญาณดวงก่อนนี้เธอกลับเห็นบางอย่างที่ไม่เหมือนเดิม
มันคือตัวเลข 09122568
“09 12 2568”
“อะไรวะ มึงเป็นบ้าอะไรห๊ะจะตายอยู่แล้วไม่รู้ตัวรึไง”
“เด็กนี้ไม่เกี่ยวอะไรกับฉัน”
“มึงคิดว่ากูโง่รึไงห๊ะ!!”
อายุขัย มันจะตายวันที่ 9 เดือน 12 ปี 2568 สินะ
ฮิๆๆ เราจะเปลี่ยนวันตายของมันดีไหมนะ
ขอบอกก่อนเลยนะเราน้องค่อนข้างเอาแน่เอานอนไม่ได้ เวลาปกติอาจจะดูโบ๊ะบ๊ะเพราะน้องไม่รู้ถึงโลกภายนอกยิ่งโลกมนุษย์ไม่ต้องพูดถึง แต่อย่าลืมว่าน้องมีพรสวรรค์ที่ได้มาแบบเต็มๆ จากทางฝั่งแม่ เพราะตามปกติแล้วแฟรี่แห่งความตายจะเป็นพวกเอาแน่เอานอนไม่ได้มีนิสัยชอบกลางคืนในยามตะวันตกดินจะคึกคักเป็นพิเศษ