WeTV เร่งโตสู้ศึกสตรีมมิ่ง ลุยออริจินอลคอนเทนต์ เจาะ Gen Z
หากพูดถึงอุตสาหกรรมที่ได้รับอานิสงส์จากโควิด-19 และปัจจุบันยังแข่งขันดุเดือด มี “แพลตฟอร์มสตรีมมิ่ง” หรือ OTT (over the top) รวมอยู่ด้วย จากการมีผู้เล่นหลายรายระดับบิ๊ก ๆ ทั้งนั้น เช่น เน็ตฟลิกซ์ (Netflix) และดิสนีย์ พลัส (Disney+) ที่มีแพ็กเกจรายเดือนราคาไม่แรงออกมาดึงดูดความสนใจของผู้บริโภค ซึ่งเกมนี้ฝั่งเอเชียอย่าง วิว (Viu) และวีทีวี (WeTV) ก็สู้ไม่ถอยด้วยโมเดลดูฟรีมีโฆษณา ล่าสุด WeTV เปิดเผยแผนธุรกิจ เป้าหมาย และไลน์อัพคอนเทนต์ที่เตรียมไว้ในปีหน้า 2567
แพลตฟอร์มสตรีมมิ่งแข่งดุ
นางสาวกนกพร ปรัชญาเศรษฐ ผู้จัดการ WeTV ประจำประเทศไทย บริษัท เทนเซ็นต์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า การแข่งขันในธุรกิจแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งในประเทศไทยถือได้ว่าดุเดือด เพราะมีตัวเลือกทั้งในแง่แพลตฟอร์มและคอนเทนต์หลากหลาย ซึ่งข้อมูลพบว่าผู้ใช้ OTT มีราว 26 ล้านคน 92% มีมากกว่า 1 แอปและ 1 คน มีเฉลี่ย 4.5 แอป
ปัญหาที่ผู้บริโภคส่วนใหญ่ประสบ คือ ไม่รู้จะเลือกดูอะไร เพราะตัวเลือกมาก แต่เวลามีเท่าเดิมแต่ละแพลตฟอร์มจึงต้องสร้าง top of mind ในใจผู้บริโภค ซึ่ง WeTV เด่นที่คอนเทนต์จีน และซีรีส์วาย
“หลังเทนเซ็นต์ตัดสินใจขยายธุรกิจสตรีมมิ่งในต่างประเทศ ก็เลือกไทยเป็นหมุดหมายแรกก่อนขยายไปประเทศอื่น จากนั้นก็ซื้อ iFlix และเข้าไปถือหุ้น MD Pictures ผู้ผลิตภาพยนตร์ในอินโดนีเซีย ภูมิภาคนี้เป็นหมุดหมายหลักของเรามีโอกาสขยายตัวอีกมากจาก 3.42 พันล้านเหรียญ ปี 2566 เป็น 8.59 พันล้านเหรียญในปี 2573 จากประชากร 686 ล้านคน มีผู้ใช้ OTT ราว 200 ล้านคน ตลาดใหญ่มาก และรับชมคอนเทนต์เฉลี่ย 48.6 ชั่วโมงต่อเดือน”
ปัจจุบัน มีบริการใน 173 ประเทศ มียอดดาวน์โหลดแอป 205 ล้านครั้ง สำหรับในไทยปี 2566 มีรายได้จากการสมัครสมาชิกแบบ subscription เติบโต 62% ยอดดาวน์โหลด 45 ล้านครั้ง มีผู้ใช้ต่อเดือน 13.5 ล้านคน
ส่องพฤติกรรมและฐานลูกค้า
ถ้าอ้างอิงจากข้อมูล Statista บริษัทรวบรวมข้อมูล และสถิติพบว่า WeTV เป็นอันดับหนึ่งของแพลตฟอร์มที่มีผู้ใช้งานแบบรับชมโฆษณา (advertising video on demand : AVOD) และอันดับสองในส่วนผู้ใช้แบบสมัครสมาชิก โดยที่ผ่านมาร่วมมือกับพันธมิตรในธุรกิจโทรคมนาคม, อีคอมเมิร์ซ และแพลตฟอร์มออนดีมานด์ นำเสนอแพ็กเกจราคาพิเศษ มีแคมเปญกระตุ้นการใช้งานบนแพลตฟอร์มต่อเนื่อง ทำให้มีผู้ใช้ต่อเดือนเพิ่มเกือบ 100%
และคอนเทนต์บน WeTV มีกว่า 2,000 เรื่อง เป็นซีรีส์ 75% อนิเมะ 15% และวาไรตี้ 10% ประเภทซีรีส์ยอดนิยม คือซีรีส์จีน และซีรีส์วาย กลุ่มผู้ใช้เป็นผู้หญิง 70% โดยกลุ่ม 25-34 ปี เป็นฐานผู้ใช้ที่มีมากสุด 31% ตามด้วย 18-24 ปี 26% และ 35-44 ปี 22%
“ผู้ใช้ส่วนใหญ่อยู่ในกรุงเทพฯและปริมณฑล 60% ใช้เวลาเฉลี่ย 120 นาทีต่อวัน ซีรีส์จีนดึงดูดกลุ่มผู้หญิงอายุ 25-44 ปี ได้ 80% ส่วนผู้ชมซีรีส์ไทยเป็นผู้หญิงอายุ 18-34 ปี ถึง 90% ขณะที่อนิเมะดึงดูดผู้ใช้ผู้ชายอายุ 18-34 ปี ราว 50% ส่วนใหญ่รับชมคอนเทนต์ผ่านแอปพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟน 80% รองลงมาเป็น TV App 14% เว็บไซต์ 6% ทั้งพบว่ามีรับชมบน WeTV ผ่าน TV App เพิ่ม 30%”
เพิ่มน้ำหนักคอนเทนต์ออริจินอล
แม้ในช่วงแรกของการเข้ามาบุกเบิกตลาดในไทย WeTV จะมาพร้อมจุดเด่นคอนเทนต์จากจีน โดยรับไลเซนส์ซีรีส์จาก “เทนเซ็นต์” แต่ปัจจุบันมองไปถึงการสร้างคอนเทนต์ออริจินอลมากขึ้น
“ตอนนี้ฐานผู้ใช้ค่อนข้างเหนียวแน่นแล้ว จึงมองว่าการผลิตคอนเทนต์ออริจินอลนอกจากจะช่วยสร้างความหลากหลายบนแพลตฟอร์มแล้ว ยังต่อยอดการสร้างรายได้ผ่านการจำหน่ายไลเซนส์ได้อีกทาง เช่น ซีรีส์ เมียหลวง ที่ขยายไลเซนส์ไปฉายในจีนผ่านเทนเซ็นต์ วิดีโอ และ Youku รวมถึงขยายไปฉายที่ช่อง 8 ซึ่งการผลิตคอนเทนต์ออริจินอลจะปักหมุดที่อินโดนีเซีย และไทยเป็นหลัก”
การสร้างคอนเทนต์ออริจินอลจะเจาะไปที่เซ็กเมนต์ซีรีส์วาย และวาไรตี้เป็นหลัก โดยร่วมกับ “เฮดไลเนอร์ ไทยแลนด์” เฟ้นหานักแสดงและตั้งเป้าปี 2567 จะผลิตซีรีส์วาย 6-8 เรื่อง
“ปี 2562 ที่เริ่มทำ WeTV Original มีราว 30 เรื่อง แต่ปีที่แล้วอาจถึง 100 เรื่อง ซีรีส์วายติดเทรนด์อันดับหนึ่งบนทวิตเตอร์บ่อย ดีมานด์ในเอเชียแข็งแกร่งตอนนี้ไปละตินอเมริกาด้วย”
เป้าหมายปี 2567
นางสาวกนกพรกล่าวต่อว่า ปี 2567 WeTV พร้อมจับตลาด Gen Z (อายุ 15-26 ปี) ผ่านโปรเจ็กต์ “CHUANG ASIA” รายการเฟ้นหาไอดอลเกิร์ลกรุ๊ปคาดว่าจะออกอากาศเดือน ก.พ.ปีหน้า และยังต้องการเชื่อมบริการออนไลน์สู่ออฟไลน์ผ่านแนวคิด “360 องศา Touch Point” เพื่อสร้างฐานคอมมิวนิตี้แฟนคลับให้แข็งแกร่งด้วยกิจกรรมออฟไลน์ เช่น จำหน่ายสินค้า และจัดแฟนมีต รวมถึงมีฟีเจอร์ “Bubble” ให้แฟนคลับแชตกับศิลปิน และดาราที่ชื่นชอบ
“เป้าปีหน้า คือเพิ่มผู้ชมให้โตขึ้น 2.5 เท่า สมมุติว่าปัจจุบันมีการรับชมคอนเทนต์ไทย 3 ล้านครั้ง เป้าก็จะอยู่ที่ 7.5 ล้านครั้ง เพิ่มฟีเจอร์ New VDO Splash Screen ช่วยให้นักโฆษณาเพิ่มอัตราการคลิก (Click Through Rate หรือ CTR) ได้ 100% เป็นแพลตฟอร์มที่ช่วยเพิ่มโอกาสทางการตลาดให้ลูกค้า และเอเยนซี่ได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วย”
นางสาวกนกพรทิ้งท้ายว่า คอนเทนต์ไทย ไม่ว่าจะเป็นซีรีส์วายหรืออื่น ๆ ถือเป็นซอฟต์พาวเวอร์ที่ถ่ายทอดกิจกรรมการใช้ชีวิต และวัฒนธรรมผ่านการทำตลาดต่างประเทศ และขยายฐานแฟนคลับต่างชาติ ซึ่งบริษัทมีนโยบายผลักดันเรื่องซอฟต์พาวเวอร์อยู่แล้ว พร้อมนำศักยภาพของ WeTV ร่วมขับเคลื่อนซอฟต์พาวเวอร์ไทยไปสู่ตลาดโลก หากมีแคมเปญที่เป็นรูปธรรมจากภาครัฐ ก็ยินดีเป็นส่วนหนึ่ง