เด็ก 126 คนไม่มีเอกสารทางทะเบียน ยื่นหนังสือวอนนายกฯ ขอกลับเข้าเรียนในไทย
เด็กไม่มีเอกสารทางทะเบียน 126 คน ส่งหนังสือวอนนายกฯ ขอกลับเข้าเรียนในไทย อยากพูด-อ่านภาษาไทย เผยหลายโรงเรียนชายแดนปฏิเสธรับเข้าศึกษา เหตุกลัวมีปัญหา
เมื่อวันที่ 15 ก.ย.2566 ที่ลานอเนกประสงฆ์ หน้าสภ.แม่สาย อ.แม่สาย จ.เชียงราย อดีตเด็กนักเรียนโรงเรียนไทยรัฐวิทยา 6 จำนวน 20 คนพร้อมผู้ปกครอง ได้เดินทางข้ามแดนจากประเทศเมียนมา มายื่นหนังสือถึง นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง เพื่อให้ความเป็นธรรม หลังจากเด็กนักเรียน 126 คนที่ไม่มีเอกสารทางทะเบียนราษฎร ถูกผลักดันกลับเมียนมา และต้องหลุดจากระบบการศึกษาไทย
โดยมีนางกัลยา ทาสม ผอ.โรงเรียนไทยรัฐวิทยา 6 เดินทางมารวบรวมเอกสารในการหาช่องทางช่วยเหลือให้เด็กกลุ่มนี้ได้เรียนต่อ
น.ส.หมี่รอง ชาวอาข่าซึ่งเป็นพี่สาวและผู้ปกครองของ ดญ.ฟ้าใส 1 ในอดีตเด็กนักเรียน 126 คน รร.ไทยรัฐวิทยา 6 กล่าวว่า กว่า 3 เดือนแล้วที่น้องสาวของตนไม่ได้เรียนหนังสือหลังจากถูกส่งตัวกลับจาก จ.อ่างทอง แม้ในหมู่บ้านที่พวกตนอาศัยอยู่มีโรงเรียนอยู่ แต่ก็ยังอยากให้น้องได้เรียนในฝั่งไทย เพราะจะได้ฝึกพูดภาษาไทยด้วยเพราะมีผลต่อโอกาสการทำงานในบริเวณชายแดน อ.แม่สายและเมืองท่าขึ้นเหล็ก ฝั่งพม่า
ขณะที่อดีตเด็กนักเรียนวัย 12 ปีซึ่งเป็น 1 ใน 126 คน กล่าวว่าตั้งแต่ถูกผลักดันกลับมาอยู่บ้านในพม่า ตนก็ไม่ได้เรียนต่อและยังหวังว่าจะได้กลับไปเรียนที่ฝั่งไทย ตอนที่เรียนอยู่ รร.ไทยรัฐวิทยา 66 รู้สึกสนุกมากเพราะมีเพื่อนและครูที่ดี ถ้าเป็นไปได้อยากกลับไปเรียนที่นั่นอีก
"หนูมีพี่น้อง 3 คน พ่อแม่ทำนา พี่ชายคนโตไปเรียนที่เมืองอื่น แต่หนูและพี่ชายไปเรียนที่โรงเรียนไทยรัฐมาแล้ว 1 ปี เรารู้สึกเสียใจมากเมื่อรู้ว่าต้องถูกส่งตัวกลับบ้านในเมืองท่าขี้เหล็ก เพราะยังอยากเรียนหนังสือต่อ" ดญ.รายนี้กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่าถ้ามีโอกาสพบนายกฯ จะบอกอะไรท่าน อดีตเด็กนักเรียน รร.ไทยรัฐวิทยา 6 กล่าวว่า "อยากขอความเมตตาจากท่าน หนูอยากเรียนโรงเรียนที่ไทย อยากเรียนภาษาไทย อยากพูดภาษาไทยได้ ตอนนี้หนูต้องอยู่บ้าน ไม่มีโอกาสได้เรียน"
ขณะที่นางกัลยา ทาสม ผู้อำนวยการโรงเรียนไทยรัฐวิทยา 6 กล่าวว่าไม่ทราบมาก่อนล่วงหน้าว่านายกรัฐมนตรีและคณะจะเดินทางมาลงพื้นที่ อ.แม่สาย ซึ่งตนได้มารวบรวมเอกสารเพื่อหาช่อทางให้เด็กๆได้ศึกษาต่อเพราะผ่านไปแล้ว 3 เดือนที่เด็กๆ 126 คนต้องหลุดออกจากระบบการศึกษา ทั้งๆที่มีอยู่ 54 คนที่ได้รหัส G แล้ว บางคนเมื่อถูกผลักดันกลับประเทศเพื่อนบ้านแล้วก็กลับมาฝั่งไทยอีกเพราะต้องการเรียนหนังสือ แต่มีเพียง 6 คนเท่านั้นที่ได้เรียนในระบบ และอีก 12 คนเรียนที่ศูนย์การเรียน
“ที่น่าเสียใจแทนเด็กๆคือหลายโรงเรียนปฏิเสธที่จะรับเด็กกลุ่มนี้เข้าเรียน เพราะกลัวว่าจะมีปัญหาเนื่องจากคดีอยู่ในระหว่างการฟ้องร้อง เราพยายามสร้างโอกาสการศึกษาให้พวกเขา จึงอยากขอความเป็นธรรมกับนายกรัฐมนตรี เพื่อขอให้โรงเรียนรับเด็กๆเหล่านี้เข้าเรียน”นางกัลยา กล่าว
นางกัลยากล่าวว่า เด็กๆและผู้ปกครองข้ามมาจากฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อขอความเมตตาจากรัฐบาลไทยช่วยอนุโลมให้พวกเขาได้เรียนหนังสือ ตนเองก็แค่ทำหน้าที่ครูที่ต้องการให้โอกาสด้านการศึกษาจากเด็กๆเหล่านี้ ไม่เคยมีเจตนาร้ายกับประเทศไทยและตนเองก็ไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับขบวนการค้ามนุษย์เหมือนที่บางคนกล่าวหา เพียงแต่หวังว่าเมื่อเติบโตขึ้นเด็กๆเหล่านี้จะได้เป็นพลเมืองที่ดี ไม่ว่าเขาจะอยู่ฝั่งไทยหรือฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน
ทั้งนี้ หนังสือที่เด็กๆและนางกัลยาร้องเรียนขอความเป็นธรรมกับนายกฯ ระบุว่า ได้มีการตรวจสอบเอกสารนักเรียนจากหน่วยงานต้นสังกัดและหน่วยงานทางปกครองหลายหน่วยงานและระบุว่าเด็กเหล่านี้ไม่มีเอกสารทะเบียนราษฎร์และไม่มีสัญชาติไทย พร้อมทั้งผลักดันออกนอกประเทศทั้งหมด โดยตั้งข้อกล่าวหาดำเนินคดีกับ ผอ.สถานศึกษา ครู และกรรมการสถานศึกษา ทั้งหมด 5 คน
หนังสือระบุว่า การส่งเด็กนักเรียนทั้ง 126 คนกลับประเทศเพื่อนบ้านโดยไม่มีการวางแนวทางการช่วยเหลือในเรื่องการเข้าเรียนของเด็กๆทั้งหมด ขัดต่อกฎหมายระหว่างประเทศ ปฏิญญาสากล นอกจากนี้ยังถูกวิจารณ์ในเรื่องการละเมิดสิทธิทางการศึกษาของเด็ก ตามอนุสัญญาสิทธิเด็ก ทำให้เด็กหลุดจากระบบการศึกษาแล้วไม่สามารถเข้าถึงโอกาสการศึกษาได้เพราะมีการปฏิเสธการรับเด็กนักเรียนกลุ่มดังกล่าวกลับเข้าสู่ระบบการศึกษาอีกครั้งหนึ่ง
"นับจากวันที่ 5 ก.ค.ที่ผ่านมาข้าพเจ้าได้มีการติดต่อสื่อสารกับนักเรียนที่ถูกส่งกลับพบว่าเด็กนักเรียนบางส่วนยังต้องการเข้าเรียนในระบบการศึกษาของประเทศไทย จำนวนหนึ่งต้องการเข้ามาทำงานในประเทศไทย อีกส่วนหนึ่งยังมีความวิตกกังวลในเรื่องการกลับเข้าสู่ระบบการศึกษาอีกครั้งหนึ่ง และแจ้งความประสงค์ไว้ที่จะเข้าเรียน"
หนังสือระบุว่า จากกรณีดังกล่าวพบปัญหาในการดำเนินการ ดังนี้ 1.เรื่องเอกสารการเข้าเมืองเพื่อมาเรียน ที่จะทำตามขั้นตอนนั้นเป็นเรื่องยากด้วยเรื่องระยะทางและค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ เด็กนักเรียนกลุ่มดังกล่าวมีฐานะยากจนและมีความลำบากในการเดินทางในการดำเนินการเรื่องเอกสาร 2.โรงเรียนหลายโรงเรียนปฏิเสธการสมัครเข้าเรียนของนักเรียนกลุ่ม 126 คน ด้วยเกรงปัญหาในเรื่องคดีความ และกลัวการตรวจสอบและถูกดำเนินคดีเหมือนกรณีคดีที่กำลังถูกดำเนินอยู่
จากการพูดคุยกับเด็กๆกลุ่มนี้อยู่เสมอในช่องทางกลุ่มไลน์กับเด็กๆทำให้ทราบว่าพวกเขายังต้องการที่จะกลับมาเรียนหนังสือในฝั่งไทยขณะเดียวกันประเทศไทยเองได้ประกาศความช่วยเหลือในด้านมนุษย์ธรรมกับประเทศเพื่อนบ้านอยู่เสมอซึ่งการส่งเสริมให้เด็กๆแม้ไม่มีหลักฐานทางทะเบียนราษฎร์ได้เข้าถึงการศึกษาเป็นนโยบายที่ได้รับการชื่นชมตลอดมา
กรณีที่เกิดขึ้นกับเด็กทั้ง 126 คนได้ทำให้เกิดเสียงวิจารณ์อย่างยิ่ง ที่น่าเป็นกังวลคือมาตการดังกล่าวอาจส่งสัญญาณในทางที่ผิด และส่งผลกระทบต่อการรับเด็กเข้าศึกษาต่อในระบบการเรียนทั้งตามแนวตะเข็บชายแดนและเด็กที่ประสบปัญหาเอกสารในจังหวัดต่างๆ ข้าพเจ้าจึงใคร่ขอเป็นธรรมจากนายกฯ ในการดำเนินการเรื่องการอนุโลมการเข้ามาเรียนของเด็กนักเรียนจำนวน 126 คน และดำเนินการในเรื่องโรงเรียนให้เด็กนักเรียนได้เข้าเรียนในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 นี้