โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ช้อนดีไหม? CPAXT เดือนเดียวรูด 27% โบรกฯ ชูป้ายทั้ง “ถือ” และ “ซื้อ” มองมูลค่าน่าสนใจ-ธุรกิจหลักยังแข็งแกร่ง

Wealthy Thai

อัพเดต 15 พ.ค. 2568 เวลา 07.36 น. • เผยแพร่ 20 ธ.ค. 2567 เวลา 10.19 น.

ราคาหุ้น บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) หรือ CPAXT ยังคงปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องอย่างหนักในช่วงเวลาเพียง 30 วัน โดยราคาหุ้นปรับตัวลดลงอย่างหนักถึง 26.81% นับตั้งแต่ราคาหุ้นอยู่ที่ระดับ 34.50 บาท เมื่อวันที่ 20 พ.ย.67 ขณะที่ล่าสุดเมื่อวันที่ 20 ธ.ค.67 ราคาหุ้นได้ปรับตัวลดลงมาที่ระดับ 25.25 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขาย 602.20 ล้านบาท
โดยปัจจัยที่เป็นตัวกดดันราคาหุ้น คาดว่ามาจากความกังวลกรณีการเข้าลงทุนในโครงการ The Happitat ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่าการลงทุนในโครงการดังกล่าวจะทำให้ภาระหนี้สินของ CPAXT เพิ่มขึ้น และอาจเกิดปัญหาด้าน ESG
อย่างไรก็ดี ในส่วนของมุมมองนักวิเคราะห์มีทั้งคำแนะนำ “ถือ” และ "ซื้อ" หุ้น CPAXT โดยแม้จะมีความกังวลต่อหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยที่เพิ่มมากขึ้น แต่อีกมุมหนึ่งในแง่ของราคาหุ้นที่ปรับลงกว่า 23% นักวิเคราะห์มองว่า Valuation มีความน่าสนใจ และมองว่าธุรกิจหลักยังแข็งแกร่ง โดย SSSG ไตรมาส 4 ยังบวกได้ 1-3% หนุนจากกลุ่มสินค้าอาหารสด
โดย บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด ระบุในบทวิเคราะห์ ปรับลดคำแนะนำจาก “ซื้อ” เป็น “ถือ” CPAXT พร้อมให้ราคาเป้าหมาย 32.50 บาท สะท้อนถึงความกังวลต่อหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยที่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งเชื่อว่าจะส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของ CPAXT และทำให้ความสามารถในการรับรู้การเติบโตของกำไรสุทธิและการทำงานร่วมกันจาก Makro และ Lotus ชะลอตัวลง
อนึ่ง บล.โกลเบล็ก มีมุมมองที่ระมัดระวังต่อการลงทุน 8,000 ล้านบาท ของ CPAXT ใน The Happitat เมื่อพิจารณาจากสถานะทางการเงินปัจจุบันของบริษัทที่มี IBD อยู่ที่ 100,000 ล้านบาท ในมุมมองของ บล.โกลเบล็ก CPAXT ควรให้ความสำคัญกับการใช้กระแสเงินสดจากการดำเนินงานเพื่อลดภาระหนี้ที่มีอยู่มากกว่าการเพิ่มอัตราส่วนหนี้สำหรับโครงการที่คาดว่าจะไม่สร้างกระแสเงินสดในเชิงบวกในระยะใกล้
ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวมีกำหนดแล้วเสร็จในครึ่งหลังของปี 2568 โดยคาดว่าจะมีปริมาณการจราจรเติบโตภายใน 28,000 ล้านบาท ในขณะเดียวกัน หนี้เพิ่มเติมที่จำเป็นสำหรับการลงทุนมีแนวโน้มที่จะทำให้เกิดต้นทุนดอกเบี้ยประจำปีอย่างน้อย 300 ล้านบาท ซึ่งคิดเป็น 3% ของการคาดการณ์กำไรสุทธิในปี 2567 ของ บล.โกลเบล็ก โดยการระดมทุนครั้งนี้สร้างความกังวลทางการเงินในระยะใกล้และเกิดแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นต่อรายได้ของ CPAXT
ขณะที่ บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) ให้คำแนะนำ “ซื้อ” CPAXT แต่ปรับราคาเป้าหมายลงเป็น 34.00 บาท สะท้อนปัจจัยด้าน ESG โดยสาเหตุที่ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” เนื่องจากราคาหุ้นที่ปรับลงกว่า 23% หลังจากประกาศการลงทุนในโครงการ Happitat และ Valuation ปัจจุบันซื้อขายบน P/E ปี 2568 ที่ 22 เท่า ใกล้เคียงค่าเฉลี่ยกลุ่ม และต่ำกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี รวมถึงธุรกิจหลักยังแข็งแกร่ง โดย SSSG จากต้นไตรมาส 4/67 ถึงปัจจุบันยังบวก 1-3% หนุนจากกลุ่มสินค้าอาหารสด
ทั้งนี้ CPAXT ประกาศตั้งบริษัทย่อยใหม่ “Axtra Growth Plus” ทุนจดทะเบียน 8,390 ลบ. ซึ่ง CPAXT ถือหุ้น 95% และ MQDC Town 5% โดย CPAXT ใช้เงินลงทุนเริ่มต้น 7970 ลบ. Source of fund เป็นเงินกู้ ลงทุนในโครงการ Happitat ซึ่งโครงการแล้วเสร็จราว 80% และคาดว่าอาจต้องใช้เงินเพิ่มอีกราว 4,000 ลบ. รวมมูลค่าการลงทุนราว 12,000 ลบ. และโครงการคาดว่าจะเปิดให้บริการได้ในช่วงไตรมาส 1/69
อย่างไรก็ดี บล.ฟินันเซีย ไซรัสประเมินโครงการ Happitat เผชิญความเสี่ยงในหลายทาง 1. ด้านการแข่งขันที่รุนแรงในพื้นที่โซนบางนา-ตราด 2. การเข้าไป Manage office building ซึ่ง CPAXT ไม่เคยทำมาก่อน ทั้งนี้ บล.ฟินันเซีย ไซรัสปรับประมาณการกำไรปกติปี 2568-69 ลง 2-4% ตามลำดับ สะท้อนดอกเบี้ยจ่ายและผลขาดทุนของโครงการ Happitat โดยคาดว่า Happitat จะ breakeven ในระดับ Net profit ใน ปี 2573 (ช้ากว่า guidance ของบริษัท 1 ปี) โดยคาด Occ rate ของ Retail space ที่ 85% และ Office ที่ 40% และค่อยๆ ทยอยปรับขึ้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...