โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

ศาลจีนตัดสินประหารชีวิตคนร้ายในคดีก่อเหตุทำร้ายแม่-ลูกชาวญี่ปุ่นใกล้โรงเรียนเมืองซูโจว

JS100

อัพเดต 25 ม.ค. 2568 เวลา 10.36 น. • เผยแพร่ 24 ม.ค. 2568 เวลา 08.27 น. • JS100:จส.100
ศาลจีนตัดสินประหารชีวิตคนร้ายในคดีก่อเหตุทำร้ายแม่-ลูกชาวญี่ปุ่นใกล้โรงเรียนเมืองซูโจว

นายโยชิมาสะ ฮายาชิ เลขาธิการคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่น เปิดเผยในวันนี้(24 ม.ค.) ว่า ศาลเมืองซูโจว ในมณฑลเจียงซู ทางภาคตะวันออกของประเทศจีนมีคำตัดสินให้ประหารชีวิตนายโจว เจียเซิง ชาวจีนวัย 52 ปี ฐานใช้อาวุธมีดแทงแม่และลูกชายชาวญี่ปุ่นบาดเจ็บ และใช้มีดแทง นางหู โย่วผิง ชาวจีน พนักงานเก็บตั๋วของรถประจำทางจนเสียชีวิต เธอเป็นผู้ให้ความช่วยเหลือคู่แม่ลูก เหตุเกิดที่บริเวณป้ายรถประจำทางหน้าโรงเรียนในแถบชานเมืองซูโจวเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2567 ขณะแม่ชาวญี่ปุ่นไปรอรับลูกชายหลังเลิกเรียน โดยศาลระบุว่า เป็นการฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และเห็นว่า การลงโทษคนร้ายในอัตราโทษสูงสุดเช่นนี้มีความเหมาะสมแล้วเนื่องจากเป็นคดีสะเทือนขวัญ กระทบต่อความสงบสุขของสังคมอย่างร้ายแรง

นายฮายาชิ กล่าวการก่อเหตุฆาตกรรมต่อผู้บริสุทธิ์ รวมถึงเด็ก เป็นเรื่องที่ไม่ควรอภัยโทษ พร้อมชื่นชม นางหู ที่เข้าไปช่วยเหลือแม่และลูกชาวญี่ปุ่นกระทั่งตนเองเสียชีวิต ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่กงสุลญี่ปุ่นประจำเมืองเซี่ยงไฮ้ไปร่วมฟังอ่านคำตัดสินคดีนี้ด้วย

เหตุการณ์นี้เป็นหนึ่งใน 2 เหตุทำร้ายชาวต่างชาติในประเทศจีน ต่อเนื่องจากเหตุคนร้ายใช้มีดแทงนักเรียนชายชาวญี่ปุ่นวัย 10 ปีรายหนึ่งเสียชีวิตในเมืองเซินเจิ้น ทางภาคใต้ของจีนในปีที่แล้ว สร้างความไม่สบายใจแก่ชุมชนชาวญี่ปุ่นในประเทศจีน ทำให้รัฐบาลญี่ปุ่นขอให้รัฐบาลจีนช่วยดูแลความปลอดภัยสำหรับชาวญี่ปุ่นในประเทศจีน

ในระยะหลังมีเหตุอาชญากรรมที่กระทบความสงบเรียบร้อยของสังคมมากขึ้นในประเทศจีน ถึงขั้นทำร้ายคนแปลกหน้า ซึ่งไม่เคยรู้จักกันมาก่อนซึ่งผู้เชี่ยวชาญของจีน เชื่อว่า คนร้ายส่วนใหญ่มีเหตุจูงใจเพื่อแก้แค้นสังคมเนื่องจากมีปัญหาส่วนตัว

#ศาลจีน

#คดีทำร้ายแม่ลูกชาวญี่ปุ่น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...