โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

พิษรัก! หนุ่ม ลั่นไกยิงศีรษะแฟนสาว เจ็บสาหัส แม่อ้างลูกชายป่วยจิตเวช

BRIGHTTV.CO.TH

อัพเดต 24 ม.ค. 2568 เวลา 13.03 น. • เผยแพร่ 24 ม.ค. 2568 เวลา 06.03 น. • Bright Today

ชายวัย 29 ปี คว้าอาวุธปืนยิงแฟนสาว บาดเจ็บสาหัส เหตุเกิดจากมีปากเสียง หลังคบหากันเพียง 1-2 เดือน แม่อ้างลูกชายป่วยจิตเวช

วันที่ 24 มกราคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.อ.ธนาพันธ์ ผดุงการ ผู้กำกับการ สน.ลาดพร้าว พร้อมด้วย พ.ต.ท.รัฐฉัตร์ อัศวเลิศหิรัญ รองผู้กำกับการสืบสวน สน.ลาดพร้าว พ.ต.ท.อัสนี ตระกูลฐิติทรัพย์ และ พ.ต.ท.ณภัทร อ้นวงศ์ สารวัตรสืบสวน สน.ลาดพร้าว พร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.ลาดพร้าว ได้ร่วมกันจับกุมนายเมฆา (สงวนนามสกุล) อายุ 29 ปี พร้อมของกลางเป็นอาวุธปืน 1 กระบอก หลังเกิดเหตุบริเวณร้าน ส.กันสาด ทำเหล็กดัด แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร เมื่อเวลา 11.00 น. ของวันที่ 23 มกราคมที่ผ่านมา

เหตุการณ์เกิดขึ้นหลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.ลาดพร้าว ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุว่ามีเหตุพยายามฆ่า เมื่อเดินทางถึงที่เกิดเหตุพบว่านายเมฆา ผู้ก่อเหตุ ได้ถูกควบคุมตัวไว้แล้ว จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า นายเมฆา ยอมรับว่าเป็นผู้ก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิง น.ส.ศิริธร (สงวนนามสกุล) ซึ่งเป็นแฟนสาว เข้าที่ศีรษะจนได้รับบาดเจ็บสาหัส

S 65626184-1 0

นายเมฆา อ้างว่าก่อเหตุเพราะความไม่พอใจจากการมีปากเสียงกัน โดยทั้งคู่เพิ่งคบหากันมาได้ประมาณ 1-2 เดือน หลังเกิดเหตุผู้ก่อเหตุได้โทรศัพท์แจ้งมารดาให้ช่วยประสานตำรวจ และนำตัวผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาล

921709 0 0

จากการตรวจสอบพบว่าอาวุธปืนดังกล่าวเป็นปืนขนาดไม่ทราบแน่ชัด ขณะเดียวกัน มารดาของผู้ก่อเหตุเปิดเผยว่าบุตรชายมีประวัติเป็นผู้ป่วยจิตเวช โดยเคยก่อเหตุใช้มีดไล่ฟันคนในละแวกบ้านเมื่อวันที่ 21 ธันวาคมที่ผ่านมา และเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลนาน 10 วัน ก่อนจะมาก่อเหตุในครั้งนี้ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวผู้ก่อเหตุส่งพนักงานสอบสวน สน.ลาดพร้าว เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...