โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

มั่นใจ “ตลาดหุ้นกู้” ปี25 กลับมาคึกคัก “ผลตอบแทนเด่น-รับดอกเบี้ยขาลง”... พร้อมชูกองทุน 2 ธีมเด่น “สหรัฐ-เอเชีย” พื้นฐานแกร่ง-หนุนผลตอบแทนดี !!!

Wealthy Thai

อัพเดต 13 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 02 ธ.ค. 2567 เวลา 10.14 น. • โต๊ะกองทุน Wealthy Thai

Fun of Funds: สำหรับ Blue Bell” เริ่มต้นทำธุรกิจครั้งแรกเมื่อเดือนก.ค.2022 โดยมีโมเดลในการทำธุรกิจเป็นตัวกลางในการจัดจำหน่ายหุ้นกู้คุณภาพ กองทุนรวม และผลิตภัณฑ์การเงินอื่นๆ
ซึ่งสามารถสร้างรายได้รวมให้เติบโตอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปีแรกที่เปิดตัวมาจนถึงปัจจุบัน โดยคาดว่าในปี25 นี้ จะมีรายได้รวมที่ 250 ล้านบาท เป็นการเติบโต 77.80% ต่อเนื่องจากปี23 ที่โต 95.48%
พร้อมขับเคลื่อนธุรกิจภายใต้แนวคิด “Make It Great” ที่มุ่งมั่นสร้างประสบการณ์การลงทุนที่ดีที่สุดให้กับนักลงทุน ตลอดจนสร้างความแข็งแกร่งและขยายศักยภาพอย่างต่อเนื่อง
โดยมีหมุดหมายสำคัญในการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai” ให้ได้ใน 3 ปี (ช่วงปี2026-2027) ถือเป็นอีกหนึ่งบริษัทหลักทรัพย์ที่มีโมเดลธุรกิจที่ลงตัวและน่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง
การเติบโตที่ผ่านมาและมุมมองการลงทุนในปีหน้าของ Blue Bell” จะเป็นเช่นไรนั้น ตามทีมงาน ‘โต๊ะกองทุน Wealthy Thai’ ไปอัพเดทพร้อมๆ กันได้เลย

ปลื้มรายได้โตแข็งแกร่งต่อเนื่องคาดจบสิ้นปี24 ที่ 250 ล้านบาท เพิ่มขึ้น +77.80%ตั้งเป้าเข้าตลาด “mai” ใน 3 ปี

โดย “นริสรา ชัยวัฒนะ” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลูเบลล์ บอกถึงผลงานของบริษัทในช่วงที่ผ่านมาว่า “Blue Bell” มีการเติบโตของรายได้ที่แข็งแกร่งต่อเนื่องตั้งแต่เริ่มดำเนินการในเดือนก.ค.2022 โดยมีรายได้ 68.18 ล้านบาท และเพิ่มขึ้นเป็น 133.29 ล้านบาทในปี23 ก่อนที่จะเติบโตต่อเนื่องเป็น 216.43ล้านบาทในเดือนต.ค.24 ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการจำหน่ายหุ้นกู้ 48%, การขายกองทุนรวม 26% และกำไรจากธุรกรรมตลาดรอง 11% ที่เหลือมาจากธุรกิจอื่นๆ (บริการ Filing 6%, บริการผู้ถือหุ้นกู้ 5%,

(นริสรา ชัยวัฒนะ)

“ปัจจุบัน ‘Blue Bell’ ก้าวขึ้นเป็น ‘อันดับที่ 5’ของบริษัทที่มียอดจำหน่ายหุ้นกู้สูงสุดของบริษัทหลักทรัพย์ฯ ตามข้อมูลจากสมาคมตราสารหนี้ไทย และมีแนวโน้มจะรักษาอันดับนี้จนถึงสิ้นปี โดยคาดว่าจะมียอดจำหน่ายหุ้นกู้ทั้งปีที่ 13,500 ล้านบาท จากเป้า 15,000 ล้านบาท สำหรับ AUA(Assets Under Administration) ของกองทุนรวมตั้งแต่ต้นปีจนถึงสิ้นเดือนต.ค. เติบโตขึ้น 32% และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นถึง 50% ภายในสิ้นปีนี้ได้ ทั้งนี้บริษัทตั้งเป้าที่จะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai ให้ได้ภายใน 3 ปี ซึ่งตั้งใจว่าจะเข้าได้ในช่วงปี26 -27”

“ตลาดหุ้นกู้” ปี25 ยังน่าสนใจ…“ดอกเบี้ยขาลง” หนุน Demand เพิ่ม-เหตุนักลงทุนหวังล็อกผลตอบแทน

สำหรับ “ตลาดตราสารหนี้ไทย” ในปี25 น่าจะมีแนวโน้มที่คึกคักและได้รับความสนใจจากนักลงทุนอย่างต่อเนื่อง หลัง “ธนาคารแห่งประเทศไทย” (BOT) ลดดอกเบี้ยลงเหลือ 2.25% และตลาดคาดว่าจะมีการปรับลงอีก 1 ครั้งในช่วงไตรมาสที่1/25 สู่ระดับ 2.00% แม้ว่าท่าทีของ “คณะกรรมการนโยบายการเงิน” (กนง.) ซึ่งค่อนข้าง “Dovish” (มีแนวโน้มลดดอกเบี้ย) น้อยกว่าธนาคารกลางในประเทศหลักอื่นๆ ก็ตาม แต่จะส่งผลให้ความต้องการหุ้นกู้ในตลาดมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากนักลงทุนจะต้องการล็อกผลตอบแทนจากดอกเบี้ยในระดับสูง ก่อนที่อัตราดอกเบี้ยจะปรับตัวลดลงในระยะถัดไป จึงทำให้การลงทุนในหุ้นกู้ที่มีอายุยาวและคุณภาพดีมีโอกาสที่จะได้รับความสนใจจากนักลงทุนมากขึ้น
สำหรับกลยุทธ์การลงทุน ‘หุ้นกู้’ ที่แนะนำคือการเพิ่มระยะเวลาลงทุนในตราสารหนี้ให้ยาวขึ้น เช่น เลือกลงทุนในหุ้นกู้อายุ 3-5 ปี เพื่อให้นักลงทุนสามารถล็อกผลตอบแทนจากดอกเบี้ยในระยะยาว และได้รับประโยชน์จากดอกเบี้ยนโยบายที่มีแนวโน้มปรับตัวลดลงในอนาคต ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้ลงทุนสามารถขายทำกำไรได้ในอนาคต ทั้งนี้ แนะนำให้ลงทุนในหุ้นกู้ ‘Investment Grade’ หรือ ‘Non-Rated’ ที่มีคุณภาพสูงและมีอายุยาว ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนผ่านตลาดแรกหรือตลาดรอง”
ทั้งนี้ ทาง Blue Bell” มีบริการหุ้นกู้ในทั้งตลาดแรกและตลาดรอง พร้อมด้วยทีมวิเคราะห์หุ้นกู้ที่เชี่ยวชาญคอยให้คำแนะนำเชิงลึกและเป็นประโยชน์ เพื่อช่วยให้นักลงทุนตัดสินใจลงทุนได้อย่างมั่นใจ

ชู “กองทุนรวม” 2 ภูมิภาค “สหรัฐ-เอเชีย” คาดให้ผลตอบแทนที่ดีปี25…แนะ “จัดสรรเงินลงทุน” ตอบโจทย์การลงทุน

ส่วนการลงทุนใน “กองทุนรวม” ไม่ว่าจะเป็นกองทุนหุ้น, ตราสารหนี้ หรือสินทรัพย์อื่นๆ มาจากแนวโน้มการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางหลักทั่วโลก ทั้ง Fed และ ECB ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนทางการเงินของบริษัทจดทะเบียน หนุนให้กำไรของบริษัทมีแนวโน้มดีขึ้น และส่งผลให้เศรษฐกิจฟื้นตัวได้อย่างมีเสถียรภาพ โดย 2 ตลาดที่น่าสนใจ ได้แก่
“หุ้นสหรัฐ” ที่มีโอกาสเติบโตอย่างต่อเนื่องในปี25 จากการเติบโตของกำไรบริษัทจดทะเบียนและแนวโน้ม AI ที่แข็งแกร่ง แม้เศรษฐกิจจะมีการเติบโตที่ชะลอลงเล็กน้อย รวมถึงการที่ Fed ยังคงผ่อนคลายนโยบายการเงินด้วยการลดดอกเบี้ย รวมถึงผลการเลือกตั้งที่พรรค Republican ชนะยังเป็นสัญญาณให้คาดการณ์ถึงนโยบายการคลังที่ผ่อนคลายขึ้น ซึ่งพร้อมสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจสหรัฐในระยะถัดไปด้วยเช่นกัน
“หุ้นเอเชีย” หลายประเทศยังคงมีพื้นฐานเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งและน่าจับตามอง เช่น อินเดีย เกาหลีใต้ และเวียดนาม โดยเฉพาะประเทศจีนที่แม้อาจเผชิญแรงกดดันจากมาตรการขึ้นภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ แต่มีแนวโน้มว่าเศรษฐกิจจะเริ่มฟื้นตัวจากมาตรการกระตุ้นทางการเงินและการคลังที่ธนาคารกลางและรัฐบาลจีนนำออกมาใช้เพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ ส่งผลให้ตลาดหุ้นเอเชียในปี25 มีแนวโน้มที่ดี
“อย่างไรก็ตาม การจัดพอร์ตการลงทุนในกองทุนรวมและการกระจายการลงทุนในสินทรัพย์ที่หลากหลายยังคงเป็นสิ่งสำคัญ แนะนำให้ผู้ลงทุนจัดสรรพอร์ตโดยมีการกระจายการลงทุนในกองทุนรวมหุ้นและกองทุนรวมตราสารหนี้ในสัดส่วนที่เหมาะสมตามระดับความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนยอมรับได้เป็นสำคัญ”
นี่คือมุมมองการลงทุนของ “Blue Bell” ที่สะท้อนภาพการลงทุนในปีหน้า ตลอดจนความสำเร็จของธุรกิจในปีนี้ที่สะท้อนถึงความสามารถในการแข่งขันและการเติบโตที่โดดเด่นภายใต้แนวคิดในการทำธุรกิจ “Make It Great” ที่มุ่งมั่นสร้างประสบการณ์การลงทุนที่ดีที่สุดให้กับนักลงทุน โดยการการใช้ประสบการณ์ องค์ความรู้ การวิเคราะห์ ความทุ่มเทใส่ใจในรายละเอียดและเคียงข้างอย่างจริงใจ สู่ผลลัพธ์ที่เป็นเลิศนั่นเอง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...