โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ธุรกิจดิจิทัลคอนเทนต์ในไทยมาแรง มาเลย์-ญี่ปุ่น-ฮ่องกง แห่ลงทุน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 26 ธ.ค. 2567 เวลา 08.22 น. • เผยแพร่ 26 ธ.ค. 2567 เวลา 05.02 น.

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เผยธุรกิจดิจิทัลคอนเทนต์มาแรง มูลค่าทุนจดทะเบียนทะลุ 4.8 พันล้าน มาเลย์-ญี่ปุ่น-ฮ่องกง สนใจแห่เข้ามาลงทุนในไทย

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ได้ดำเนินการวิเคราะห์ธุรกิจที่น่าจับตามองและชี้ช่องโอกาสทั้งตลาดในประเทศไทยและโลกเพื่อให้นักธุรกิจไทยสามารถนำช่องว่างไปต่อยอดทางธุรกิจไทยได้

โดยในครั้งนี้พบว่า ‘ธุรกิจดิจิทัลคอนเทนต์’ กำลังเป็นธุรกิจที่มีความสำคัญต่อตลาดโลก เพราะได้ก้าวเข้าสู่ศตวรรษแห่งยุคดิจิทัลที่รอบตัวเราเต็มไปด้วยเครื่องมือสารอิเล็กทรอนิกส์ ไม่ว่าจะเป็น Smart Phone, Smart TV, แท็บเลต หรือสื่อโฆษณาดิจิทัลก็ดี จะต้องได้รับการผลิตข้อมูลที่จะใส่ไปในเครื่องมือต่าง ๆ ที่ต้องใช้ทักษะความสามารถเฉพาะทางจากนักสร้างคอนเทนต์ (Digital Content Creator) นั่นเอง จึงเป็นที่มาของการเกิดธุรกิจดิจิทัลคอนเทนต์ขึ้น

ธุรกิจดิจิทัลคอนเทนต์ในไทยอาจจะไม่ได้หวือหวาเหมือนในต่างประเทศ เพราะยังมีความท้าทาย 3 ด้านคือ 1.เงินทุน ทำให้ธุรกิจเติบโตไปได้โดยเฉพาะการจ้าง Content Creator ที่มีฝีมือดี มีค่าตัวที่สูง เครื่องมือที่ใช้ผลิตดิจิทัลคอนเทนต์ อย่างอุปกรณ์ Hardware และ Software ที่ถือเป็นต้นทุนสูง ทำให้ธุรกิจขนาดเล็กยังเข้าไม่ถึง

2.บุคลากร นักออกแบบคอนเทนต์ของไทยมีความสามารถดี แต่ยังขาดตลาดในประเทศที่ช่วยพัฒนาทักษะให้เติบโตขึ้น และ 3.ตลาด ส่วนใหญ่ตลาดในประเทศไทยจะเป็นการส่งออกคอนเทนต์ไปยังต่างประเทศมากกว่าการบริโภคในประเทศ

อย่างไรก็ดี ยังมีพื้นที่อีกมากที่รอนักลงทุนไทยมาครองตลาดในปัจจุบันและอนาคต ประกอบกับภาครัฐได้เห็นความสำคัญของธุรกิจนี้ หลายหน่วยงานได้สร้างความร่วมมือกับภาคเอกชน ผลักดันให้ธุรกิจสามารถขับเคลื่อนไปได้โดยการจัดงานแสดงศักยภาพต่าง ๆ พัฒนาทักษะความคิดสร้างสรรค์ เทคโนโลยีในการผลิต การออกมาตรการช่วยเหลือที่สอดรับกับความต้องการของธุรกิจโดยตรง

รวมถึงการส่งเสริม Thai Style ที่จะเป็นจุดแข็งสร้างความแตกต่างบนตลาดโลก สะท้อนวัฒนธรรมและอัตลักษณ์ไทยให้เป็นที่รู้จักในต่างแดน

จากข้อมูลนิติบุคคลในธุรกิจดิจิทัลคอนเทนต์ (ณ วันที่ 30 พฤศจิกายน 2567) พบว่ามีจำนวนทั้งหมด 1,071 ราย ทุนจดทะเบียน 4,806 ล้านบาท แบ่งเป็นประเภทดังนี้ แอนิเมชั่น/แคแร็กเตอร์ จำนวน 299 ราย ทุนจดทะเบียน 1,464 ล้านบาท เกมจำนวน 257 ราย ทุนจดทะเบียน 1,217 ล้านบาท และ e-Book จำนวน 515 ราย ทุนจดทะเบียน 2,125 ล้านบาท

ส่วนใหญ่จัดตั้งในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ภาคกลาง และภาคเหนือ ตามลำดับ ด้านการลงทุนจากชาวต่างชาติ พบว่ามีมูลค่าการลงทุน 834 ล้านบาท แบ่งเป็น แอนิเมชั่น/แคแร็กเตอร์ 272 ล้านบาท เกม 422 ล้านบาท และ e-Book 139 ล้านบาท ประเทศที่เข้ามาลงทุนมากที่สุด 3 ลำดับแรก ได้แก่ มาเลเซีย 172 ล้านบาท ญี่ปุ่น 146 ล้านบาท และฮ่องกง 117 ล้านบาท

ทั้งนี้ หากวิเคราะห์ในเชิงลึกจะพบว่าธุรกิจดิจิทัลคอนเทนต์ของไทยประเภท e-Book (คิดเป็น 48% ของธุรกิจดิจิทัลคอนเทนต์ทั้งหมด) เป็นกลุ่มที่มีศักยภาพสูง สามารถสร้างรายได้และกำไรได้ดีที่สุดต่อเนื่อง โดยปี 2566 กลุ่ม e-Book มีมูลค่าอุตสาหกรรมอยู่ที่ 3,971 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นการผลิตและบริโภคในประเทศ สร้างรายได้ 3,162 ล้านบาท กำไร 107 ล้านบาท ซึ่งเป็นการขยายตัวของธุรกิจรองรับอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ที่เปลี่ยนผ่านจากสื่อสิ่งพิมพ์เข้าสู่โลกออนไลน์

นอกจากนี้ กลุ่มแคแร็กเตอร์ก็เป็นที่น่าจับตามอง เพราะเริ่มมีนักออกแบบแคแร็กเตอร์ชาวไทยที่สามารถสร้างผลงานให้เป็นที่รู้จักอย่าง Plaplatootoo ซึ่งได้รับไอเดียมาจากปลาทูแม่กลอง และบางรายยังสร้างชื่อเสียงในต่างประเทศและยังเชื่อมโยงกับธุรกิจ Art Toy ที่กำลังเป็นกระแสนิยม กลุ่มแคแร็กเตอร์ยังสามารถต่อยอดไปสู่การผลิตสินค้า Merchandise ประเภทต่าง ๆ ได้อีกด้วย

ตัวอย่างเช่น การสร้างแคแร็กเตอร์ของ Butter Bear หรือหมีเนยที่เป็นจุดเริ่มต้นจากร้านขนมที่สื่อสารผ่านมาสคอตแคแร็กเตอร์หมี จนเป็นที่โด่งดังและมีสินค้าที่เป็นตัวแทนของ Butter Bear ออกสู่ตลาดตามมา

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ธุรกิจดิจิทัลคอนเทนต์ในไทยมาแรง มาเลย์-ญี่ปุ่น-ฮ่องกง แห่ลงทุน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...