โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘อนุทิน’ เปิดศูนย์ฯป้องกันและลดอุบัติเหตุ ปีใหม่ 2568 ย้ำ ‘ดื่มไม่ขับ ขับไม่ดื่ม’

The Bangkok Insight

อัพเดต 25 ธ.ค. 2567 เวลา 09.30 น. • เผยแพร่ 25 ธ.ค. 2567 เวลา 09.30 น. • The Bangkok Insight

"อนุทิน" เปิดศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2568 เน้นย้ำสกัดกั้นสารตั้งต้น "ดื่มไม่ขับ ขับไม่ดื่ม" ลดการเกิดอุบัติเหตุทางถนน

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานพิธีเปิดศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2568 พร้อมประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด มุ่งเน้นการบูรณาการขับเคลื่อนมาตรการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ภายใต้แนวคิด ขับขี่ปลอดภัย เมืองไทยไร้อุบัติเหตุ

ปีใหม่ 2568

นายอนุทิน เปิดเผยว่า รัฐบาลได้ให้ความสำคัญต่อการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนมาอย่างต่อเนื่อง โดยมีนโยบายในการป้องกันและลดความสูญเสียอันเนื่องมาจากอุบัติเหตุทางถนน ที่ครอบคลุมทั้งด้านการป้องกัน การบังคับใช้กฎหมาย การจัดการโครงส้างพื้นฐาน และการสร้างจิตสำนึกการใช้รถใช้ถนนอย่างปลอดภัยให้แก่ประชาชน

สำหรับในช่วงเทศกาลปีใหม่ที่ใกล้จะถึงนี้ รัฐบาลมีความห่วงใยความปลอดภัยในการเดินทางของประชาชน เนื่องจากประชาชนมีการเดินทางกลับภูมิลำเนาและท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก ทำให้มีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุทางถนนสูงกว่าช่วงปกติ

ดังนั้น จึงได้มอบหมายให้ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (ศปถ.) โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กระทรวงมหาดไทย บูรณาการทุกหน่วยงานในรูปแบบของศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2568 เพื่อขับเคลื่อนการสร้างความปลอดภัยทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ ภายใต้แนวคิด ขับขี่ปลอดภัย เมืองไทยไร้อุบัติเหตุ

ทั้งนี้ ได้กำหนดช่วงควบคุมเข้มข้น 10 วัน ระหว่างวันที่ 27 ธันวาคม 2567-5 มกราคม 2568 เพื่อให้สอดคล้องกับช่วงวันหยุดยาวในปีใหม่นี้ ซึ่งได้กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เตรียมความพร้อมบูรณาการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนในช่วงเทศกาลปีใหม่ ให้เป็นไปตามแผนบูรณาการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาล และช่วงวันหยุดปี 2568 ตามที่คณะกรรมการนโยบายการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนแห่งชาติให้ความเห็นชอบ เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2567

ในการดำเนินการ เน้นการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในลักษณะยึดพื้นที่เป็นตัวตั้ง (Area Approach) เพื่อควบคุมและลดปัจจัยเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุทางถนน ทั้งด้านคน ถนน ยานพาหนะ และด้านสิ่งแวดล้อมให้เหลือน้อยที่สุด ซึ่งได้กำหนดมาตรการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ ไว้ 5 ด้าน ประกอบด้วย

1. ด้านการบริหารจัดการ โดยส่วนกลางได้จัดตั้งศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนและกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ส่วนภูมิภาคให้จังหวัด อำเภอ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนและทำแผนปฏิบัติการในพื้นที่ โดยในปีนี้ ได้ประสานให้อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ร่วมกับฝ่ายปกครองป้องปรามและแจ้งเตือนผู้ขับขี่บุคคลที่มีพฤติกรรมเสี่ยงในชุมชน

2. ด้านลดปัจจัยเสี่ยงด้านถนนและสภาพแวดล้อม ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กำหนดมาตรการ แนวทางป้องกันและแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุในบริเวณทางร่วม ทางแยก รวมถึงปรับปรุง ซ่อมแซมถนนให้อยู่ในสภาพที่ใช้งานได้ เพื่อให้ถนนมีความปลอดภัย

3. ด้านลดปัจจัยเสี่ยงด้านยานพาหนะ ให้มีการกำกับควบคุมดูแลรถโดยสารสาธารณะ พนักงานขับรถ พนักงานประจำรถให้ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด

4. ด้านผู้ใช้รถใช้ถนนอย่างปลอดภัย โดยให้ความรู้เกี่ยวกับมาตรการทางกฎหมายและเน้นการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้น เพื่อบังคับใช้แก่ผู้ฝ่าฝืนกระทำความผิด

5. ด้านการช่วยเหลือหลังเกิดอุบัติเหตุ โดยเตรียมความพร้อมโรงพยาบาล แพทย์ พยาบาล และหน่วยบริการการแพทย์ฉุกเฉิน รวมถึงประสานงานและประชาสัมพันธ์ระบบการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุบัติเหตุให้ได้รับการช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว

ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวขอให้ทุกหน่วยงานนำไปใช้เป็นแนวทางในการขับเคลื่อนการป้องกันและลดอุบัติเหตทางถนนอย่างจริงจังและต่อเนื่อง ตลอดจนอำนวยความสะดวกในการเดินทางและดูแลความปลอดภัยให้กับประชาชน เพื่อสร้างการสัญจรที่ปลอดภัยห่างไกลอุบัติเหตุ

จากสถิติอุบัติหตุทางถนนที่ผ่านมา พบว่า สาเหตุหลักของการเกิดอุบัติเหตุทางถนนของประเทศไทย เกิดจากพฤติกรรม เร็ว เมา หมวก คือ การขับรถเร็ว การดื่มแล้วขับ และการไม่สวมหมวกนิรภัยขณะขี่รถจักรยานยนต์ โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลปีใหม่ ประชาชนส่วนใหญ่มักมีการสังสรรค์เพื่อเฉลิมฉลองต้อนรับเข้าสู่ปีใหม่และมีการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งการดื่มแล้วขับถือเป็นสาเหตุหลักหรือเป็นสารตั้งต้นในการเกิดอุบัติเหตุทางถนน

ดังนั้นปีใหม่นี้เน้น ดื่มไม่ขับ ขับต้องไม่ดื่ม การบังคับใช้กฎหมายจำเป็นต้องเน้นหนักไปในเชิงการสกัดกั้นหรือป้องปรามผู้กระทำผิดทางกฎหมายดื่มแล้วขับ รวมไปถึงสถานประกอบการ สถานบันเทิงพื้นที่จัดงานเฉลิมฉลองปีใหม่ ต้องปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ตั้งแต่ผู้ประกอบการต้องมีใบอนุญาตจำหน่ายสุราตามกฎหมาย ไม่จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้กับผู้ที่อายุต่ำกว่า 20 ปี และจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงเวลาที่กำหนด

ถ้าดีที่สุด คือ ทุกคนต้องระมัดระวังไม่ให้เกิดอุบัติเหตุทางถนน โดยเฉพาะอุบัติเหตุที่เกิดจากความประมาท การดื่มแล้วขับ และความไม่พร้อมในการขับขี่ยานพาหนะ เพื่อลดการสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนให้ได้มากที่สุด

นายภาสกร บุญญลักษม์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ในฐานะเลขานุการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน กล่าวว่า ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2568 จะเป็นศูนย์กลางในการอำนวยการสั่งการและเชื่อมโยงการแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุทางถนน กับศูนย์ปฏิบัติการฯ ระดับจังหวัด อำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

ขณะที่ตลอดช่วง 10 วัน ของการรณรงค์ความปลอดภัยทางถนน ตั้งแต่วันที่ 27 ธันวาคม 2567-5 มกราคม 2568 จะมีการประชุมร่วมกับศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนจังหวัด ติดตามสถานการณ์ วิเคราะห์ปัจจัยเสี่ยงอุบัติเหตุในพื้นที่ เพื่อวางมาตรการและปรับแนวทางการดำเนินงานให้สอดคล้องกับสภาพปัญหาอุบัติเหตุทางถนนในแต่ละพื้นที่

นอกจากนี้ จะมีการแถลงข่าวสรุปผลการดำเนินงานป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ เป็นประจำทุกวัน ตั้งแต่วันที่ 28 ธันวาคม 2567-6 มกราคม 2568 เพื่อให้ประชาชนรับทราบนโยบายและมาตรการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนของรัฐบาล รวมถึงย้ำเตือนให้ผู้ใช้รถใช้ถนนตระหนักถึงความสูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนนและมีจิตสำนึกด้านความปลอดภัยทางถนน

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...