โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

CGSI ชู BBL ท็อปพิก “กลุ่มแบงก์” อัพ EPS ปี 68-69 ขึ้น 2.5% เคาะเป้า 193 บาท

ข่าวหุ้นธุรกิจ

เผยแพร่ 23 ม.ค. 2568 เวลา 09.08 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ฝ่ายวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) หรือ CGSI ระบุในบทวิเคราะห์ ว่า ไตรมาส 4/67 ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BBL มีกำไรสุทธิ 1.04 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.4% จากปีก่อน แต่ลดลง 16.6% จากไตรมาสก่อนหน้า สอดคล้องกับประมาณการของฝ่ายวิเคราะห์ฯ และ Bloomberg consensus โดย BBL ทำกำไรสุทธิทั้งปี 67 ที่ 4.52 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.6% จากปีก่อน

ทั้งนี้ BBL มีกำไรก่อนตั้งสำรอง (PPOP) ไตรมาส 4/67 เติบโต 13.2% จากปีก่อนหน้า แต่ลดลง 12.4% จากไตรมาสก่อน ขณะที่สินเชื่อเติบโตสูงขึ้น 0.8% จากปีก่อน และ 2.1% จากไตรมาสก่อนหน้า นำโดยเงินกู้ระยะยาวที่ปล่อยให้กับลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่ และส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย (NIM) เพิ่มขึ้น จากไตรมาสก่อน เป็น 3.11% จาก 3.06% ไตรมาส 3/67 นอกจากนี้มีอัตราส่วน NPL ลดลง จากไตรมาสก่อน เป็น 3.45% จาก 3.94% ในไตรมาส 3/67 และสำรองหนี้สูญลดลงจากไตรมาสก่อนเป็น 115bp คาดว่าคุณภาพสินทรัพย์ที่ดีขึ้นมากกว่าคาด จะทำให้ตลาดมองเชิงบวกและเปิดทางให้อัตราสำรองหนี้สูญของ BBL ลดลงในปี 68

ฝ่ายวิเคราะห์ CGSI ปรับประมาณการ EPS ของ BBL ในปี 68 และ 69 ขึ้น 1.3-2.5% หลังปรับลดสมมติฐานอัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้เป็น 47.9% และ 48.1% ตามลำดับ จาก 48.4% และ 49.3% แต่ปรับลดประมาณการอัตราการเติบโตของสินเชื่อในปี 68 และ 69 เหลือ 1.3-2.0% จากเดิม 3.5-3.7%

โดยยังแนะนำ “ซื้อ” BBL ที่ราคาเป้าหมายใหม่ 193 บาท ลดลงจาก 195 บาท ซึ่งยังเท่ากับ P/BV 0.62 เท่าในปี 68 รวมทั้งมีอัตราส่วนการตั้งสำรองต่อหนี้ NPL แข็งแกร่ง 308% และมีอัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงสูงที่ 20.4% ในไตรมาส 4/67 โดย BBL เป็นหนึ่งในหุ้น Top pick ของกลุ่มธนาคาร

ฝ่ายวิเคราะห์ CGSI ระบุในบทวิเคราะห์ว่า สำหรับ SCB นั้น ทำกำไรสุทธิ 1.17 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.5% จากปีก่อน และ 7.0% จากไตรมาสก่อน ในไตรมาส 4/67 ซึ่งสูงกว่าประมาณการของฝ่ายวิเคราะห์ฯ 10.4% และสูงกว่า Bloomberg consensus 19% เนื่องจากอัตราสำรองหนี้สูญต่ำกว่าคาดที่ 162bp เทียบกับสมมติฐานที่ 180bp ดังนั้น SCB จึงมีกำไรสุทธิ 4.39 หมื่นล้านบาทในปี 67 หรือคิดเป็น 102% ของประมาณการทั้งปี โดยในไตรมาส 4/67 SCB มีสินเชื่อลดลง 1.0% จากปีก่อน และ 1.3% จากไตรมาสก่อน เพราะสินเชื่อ SME, สินเชื่อรถและพอร์ตสินเชื่อของบริษัท คาร์ด เอกซ์ลดลง

จากการประชุมนักนักวิเคราะห์ บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCB ประกาศเป้าหมายทางการเงินปี 68 ประกอบด้วย อัตราการเติบโตของสินเชื่อ 1-3%, ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย (NIM) 3.6-3.8% จาก 3.85% ในปี 67, อัตราการเติบโตรายได้ค่าธรรมเนียมสุทธิ 2-4% จากลดลง 5.6% ในปี 67, อัตราสำรองหนี้สูญ 150-170bp จาก 176bp ในปี 67, อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ 42-44% จาก 42.3% ในปี 67 โดยเป้าหมายเหล่านี้ยังไม่รวมผลกระทบจากมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และน่าจะสะท้อนให้เห็นว่า SCB มีความระมัดระวังต่อการทำธุรกิจสินเชื่อ

ฝ่ายวิเคราะห์ CGSI ปรับประมาณการ EPS ของ SCB ลง 0.1-5.1% ในปี 68-69 โดยประมาณการกำไรของ SCB ลดลงเนื่องจากปรับลดสมมติฐานอัตราการเติบโตของสินเชื่อเป็น 1-2% ในปี 68-69 จากเดิม 2-3% และปรับ NIM ลง 11-21bp นอกจากนี้ ยังปรับประมาณการอัตราการเติบโตของรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยจาก 3.7% เป็น 3.1% และปรับอัตราการสำรองหนี้สูญลง 11bp ในปี 68-69

โดยยังแนะนำ “ซื้อ” คงราคาเป้าหมายที่ 130 บาท ซึ่งจะเท่ากับ P/BV 0.88 เท่าในปี 68 มองว่าอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลที่ 9.0-9.5% ต่อปีในปี 68-70 ยังน่าสนใจและ ROE น่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 9.4-9.5% ในปี 68-70

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...