โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘สามารถ’ ซูบผอม-อ่อนเพลีย พ่อฝากความห่วงใยขอให้ยอมทานข้าว 1 มื้อก็ยังดี

The Bangkok Insight

อัพเดต 04 ธ.ค. 2567 เวลา 00.31 น. • เผยแพร่ 04 ธ.ค. 2567 เวลา 00.31 น. • The Bangkok Insight

ทนายเผย “สามารถ” ซูบผอม-อ่อนเพลีย “พ่อ-แม่” ยังไม่ได้เข้าเยี่ยมไม่ได้ เหตุชื่อยังไม่เข้าระบบงาน ฝากความห่วงใยขอให้ยอมทานข้าว 1 มื้อก็ยังดี

ร.อ.ธีรศานต์ แก้วสง ทนายความของนายสามารถ เปิดเผยหลังเข้าเยี่ยมนายสามารถ ว่า วันนี้ทางคุณพ่อของนายสามารถ ยังไม่ได้เยี่ยมลูกชาย เนื่องด้วยชื่อญาติที่นายสามารถได้ระบุไว้ยังไม่เข้าระบบ ต้องรอขั้นตอนของทางเรือนจำฯก่อน ทำให้วันนี้คุณพ่อยังไม่ได้เยี่ยมลูกชาย แต่คุณพ่อก็ได้ฝากสื่อสารไปกับทางตนว่ามีความเป็นห่วงลูกชาย และรอให้นายสามารถได้กลับออกมา และก็อยากให้กลับมาทานอาหาร ส่วนนายสามารถก็เป็นห่วงคุณพ่อ เพราะพ่ออายุเยอะ ป่วยหลายโรค หลัก ๆ ก็โรคหัวใจ เพราะคุณพ่อได้ผ่าตัดมาแล้ว 3 ครั้ง ทั้งนี้ ในส่วนของคุณแม่เองก็ยังไม่สามารถเข้าเยี่ยมได้ เพราะชื่อยังไม่เข้าบันทึกในระบบ

สำหรับรายชื่อญาติที่นายสามารถได้ระบุไว้กับเรือนจำฯ ได้แก่พ่อและแม่ และบุคคลสนิทใกล้ชิดกับนายสามารถ รวม 3 ราย แต่ไม่มีนักการเมืองในรายชื่อ

ร.อ.ธีรศานต์ เผยว่า ส่วนสภาพจิตใจของนายสามารถตอนนี้ยังคงมีอาการเครียดที่ยังคงอยู่ และร่างกายค่อนข้างผอมลงกว่าเดิม มีอาการอ่อนเพลีย ถึงขนาดเวลานั่งต้องพิงพนักหลังตลอดเวลา อย่างไรก็ตาม นายสามารถ ยอมจิบน้ำแล้ว แต่เรื่องการรับประทานอาหารนั้น ตนเองและคุณพ่อของนายสามารถ ก็ได้ย้ำเตือนให้นายสามารถกลับมารับประทานอาหารดังเดิม ก็อยู่ที่เขาว่าเย็นนี้จะยอมรับประทานอาหารหรือไม่ ทั้งนี้ สังเกตได้ว่านายสามารถมีท่าทีที่อ่อนลง เงียบ และไม่ขัดขืนเหมือนช่วงแรก จึงทำให้ตนเชื่อว่าหลังจากนี้นายสามารถ อาจจะกลับมารับประทานอาหารดังเดิม อย่างน้อยวันละ 1 มื้อก็ยังดี ซึ่งถือเป็นเรื่องดีเพราะจะได้มีกำลังวังชาในการต่อสู้คดีต่อไปเพื่อความยุติธรรม เพราะนายสามารถอดอาหารมาตั้งแต่วันที่ 26 พ.ย.ที่ผ่านมาจนถึงวันนี้ พร้อมยืนยันว่าสถานการณ์ภายในเรือนจำฯ นายสามารถยังไม่ถูกใครรังแก เพราะทางเรือนจำฯ ก็ดูแลค่อนข้างดี

ร.อ.ธีรศานต์ เผยต่อว่า ด้านความคืบหน้าการทำคำให้การต่อสู้คดีของดีเอสไอนั้น ขณะนี้อยู่ในระหว่างการขอคัดเอกสารจากดีเอสไอ ว่าดีเอสไอได้ไปตรวจค้นบ้านและได้ตรวจยึดเอกสารอะไรไปบ้าง ทราบเบื้องต้นว่าเอกสารส่วนใหญ่เป็นเอกสารเกี่ยวกับเส้นทางการเงิน ดังนั้น หากคัดเอกสารมาไม่ทัน ตนก็อาจจะต้องยืดขยายเวลายื่นคำให้การออกไปก่อน ซึ่งจะขยายเวลากี่วันนั้น ก็ขึ้นอยู่กับความเมตตาของดีเอสไอ ถ้าหากได้เอกสารเร็วขึ้น ก็จะสามารถทำคำให้การได้เร็วขึ้น

ร.อ.ธีรศานต์ เผยด้วยว่า สำหรับข้อต่อสู้ของนายสามารถ ก็ยังคงยืนยันในประเด็นเดิม คือ ข้อหามูลฐานที่ถูกดำเนินคดีร่วมกันฟอกเงินและสมคบกันฟอกเงินนั้น ยังไม่ชัดเจนว่า The Icon เข้าข่ายแชร์ลูกโซ่หรือไม่ และนายสามารถ ไม่มีพฤติการณ์หลบหนี ที่ไป จ.เชียงราย คือ ไปทำบุญ มีพยานยืนยัน และมีตั๋วเดินทางไป-กลับชัดเจน อีกทั้งนายสามารถไม่เคยยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน โดยเฉพาะเงินในบัญชีที่ถูกอายัดไปแล้วก็ไม่สามารถไปยุ่งได้ นอกจากนี้ นายสามารถไม่เคยสมคบที่จะกระทำความผิดฟอกเงินหรือรับเงินบุคคลอื่นมา ซึ่งประเด็นดังกล่าวไม่มีพยานหลักฐานชัดเจนตามที่ถูกกล่าวหา

ร.อ.ธีรศานต์ เผยอีกว่า ส่วนเรื่องของการจะยื่นประกันตัวชั่วคราวนั้น คงต้องไปรวบรวมพยานหลักฐานอื่นเพิ่มเติมก่อน เพื่อเอามาแนบเสนอต่อศาล ว่า นายสามารถ ไม่เคยมีพฤติการณ์หลบหนีและยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน ซึ่งกระบวนการหลังจากนี้ ตนจะต้องปรึกษากับทีมทนายความก่อนว่าจะดำเนินการอย่างไร แต่คาดว่าน่าจะดำเนินการยื่นเพื่อขอไต่สวนและเพิ่มเงื่อนไขขอให้นายสามารถติดกำไล EM รวมทั้งหลักทรัพย์ในการยื่นประกันนั้นอาจจะต้องเพิ่มกว่าครั้งก่อน

ผู้สื่อข่าวสอบถามว่า มีความกังวลหรือไม่ว่านายสามารถอาจจะไม่ได้รับการประกันอีกรอบ เพราะแม้กระทั่งบรรดาบอสของ The Icon Group ที่ป่วยเป็นโรคประจำตัว ศาลก็ไม่ให้ประกันตัว ร.อ.ธีรศานต์ ระบุว่า ก็มีความกังวลในประเด็นนี้ แต่มองว่าเป็นเพราะคดี The Icon Group เป็นคดีหลัก แต่คดีร่วมกันฟอกเงินฯ ของนายสามารถ มันเพียงแค่ 2.5 ล้านบาท เมื่อเทียบกับมูลค่าความเสียหายของ The Icon Group ที่มีมากกว่า 9,000 ล้านบาท จึงค่อนข้างน้อยมาก โดยจะเพิ่มประเด็นดังกล่าวในการยื่นขอประกันตัวในครั้งต่อไปด้วย

ร.อ.ธีรศานต์ ระบุอีกว่า เป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญที่ผู้ต้องหาจะได้รับการประกันตัวในระหว่างการฝากขัง จึงอยากวิงวอนให้ศาลเมตตาพิจารณาให้ประกันตัวผู้ต้องหาที่ถูกฝากขังในระหว่างการสอบสวน ไม่ว่าจะคดีอะไรก็ตามทุกคดีเป็นอันดับแรก ส่วนเงื่อนไขว่าจะไม่ให้ประกันตัวด้วยเหตุเพราะอะไร ค่อยพิจารณาเป็นลำดับถัดไป ซึ่งนายสามารถก็ยังได้ฝากบอกเน้นย้ำว่า อยากให้การดำเนินคดีใด ๆ ก็ตามมีพยานหลักฐานที่ชัดเจน ถี่ถ้วน พร้อมที่จะฟ้องก่อน แล้วค่อยมาควบคุมตัวผู้ต้องหา

“ตอนนี้สิ่งที่นายสามารถต้องการที่สุด คืออยากพบคุณพ่อคุณแม่ เพราะเนื่องจากไม่ได้พบมาหลายวันแล้ว และไม่ได้ฝากบอกอะไรเพิ่มเติมอีก ต้องการแค่อยากให้คุณพ่อคุณแม่มาเยี่ยมเท่านั้น แต่ต้องรอว่าชื่อของพ่อแม่นายสามารถจะเข้าระบบที่สามารถเยี่ยมได้เมื่อไหร่ โดยผมภาวนาว่า ชื่อจะปรากฏและนายสามารถเยี่ยมได้ตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไป”ร.อ.ธีรศานต์ กล่าว

รายงานข่าวแจ้งว่า ร.อ.ธีรศานต์ จะเดินทางมาตรวจสอบรายชื่อบุคคลที่สามารถเข้าเยี่ยมนายสามารถได้ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครอีกครั้งในวันพรุ่งนี้ (4 ธ.ค.) ซึ่งถ้าหากพบว่าปรากฏรายชื่อ ก็จะรีบแจ้งให้พ่อและแม่นายสามารถทราบทันที คาดว่าพ่อของนายสามารถจะเดินทางมาเยี่ยมในวันพรุ่งนี้ช่วงบ่ายในทันทีหากปรากฏรายชื่อ แต่แม่ของนายสามารถ ยังไม่มีการประสานข้อมูลแต่อย่างใด

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...