สกู๊ปหน้า 1 : เสือดำถึงเสือโคร่ง ไล่ล่าไม่ลดละ
สกู๊ปหน้า 1 : เสือดำถึงเสือโคร่ง ไล่ล่าไม่ลดละ
ความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่าของ จ.กาญจนบุรี ถือว่าอยู่ในลำดับต้นๆ ของประเทศ อีกทั้งยังมีผืนป่าที่เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยสำคัญของสัตว์ป่าหายากหลายชนิด และบางชนิดอยู่ในสถานะใกล้สูญพันธุ์ และกลายเป็นสิ่งล่อตาล่อใจกลุ่มนักล่าที่ยังคงปรากฏให้เห็นอยู่เนืองๆ
กรณี คดีเสือดำ นายเปรมชัย กรรณสูต กรรมการ บมจ.อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์พร้อมพวก 4 คน ถูกเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติจับกุมขณะตั้งแคมป์ล่าสัตว์ป่าในพื้นที่หวงห้ามกลางป่าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตกด้านตะวันตก จ.กาญจนบุรี ของกลางประกอบด้วย ซากเสือดำ ไก่ฟ้าหลังเทาเก้ง พร้อมอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนจำนวนมาก เหตุเกิดระหว่างวันที่ 4-6 ก.พ.2561
ต่อมาวันที่ 8 ธ.ค.2564 ศาลจังหวัดทองผาภูมิอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ คงจำคุก นายเปรมชัยเป็นเวลา 2 ปี 14 เดือน นายยงค์ โดดเครือ คงจำคุก2 ปี 17 เดือน และนายธานี ทุมมาศ คงจำคุก2 ปี 21 เดือน และให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหาย 2 ล้านบาท
ถือเป็นการปิดฉาก คดีเสือดำ ที่นายเปรมชัยกับพวกต่อสู้คดีมากว่า 3 ปี
ผ่านมาได้แค่เพียงเดือนเศษ เหตุการณ์การล่า เสือ ในผืนป่าของ จ.กาญจนบุรี กลายเป็นข่าวดังอีกครั้ง เมื่อวันที่ 9 ม.ค.2565 เวลาประมาณ 10.00 น. เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าลาดตระเวนไปถึงป่าลำห้วยปิล๊อก หมู่ 4 ต.ปิล๊อก อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี ตรวจพบกลุ่มควันไฟมาจากลำห้วย จึงซุ่มเข้าตรวจสอบ พบกลุ่มบุคคล 5 คน ตั้งแคมป์อยู่ริมลำห้วย ระหว่างเข้าจับกุมตัว สุนัขของกลุ่มคนร้ายที่ใช้นำทางเห่าหอนขึ้นมาเสียก่อน ทำให้ทั้งหมดไหวตัวและวิ่งหลบหนีเข้าป่าไป เจ้าหน้าที่พยายามวิ่งไล่ติดตามแต่ไม่ทัน
ตรวจสอบบริเวณโดยรอบแคมป์พัก เจ้าหน้าที่รู้สึกหดหู่ใจเป็นอย่างมาก พบซาก เสือโคร่ง ถูกยิงเสียชีวิต 2 ตัว ขณะแล่เอาเนื้อมาย่างไฟส่วนหนังของเสือโคร่งทั้งสองตัวถูกนำมาขึงให้แห้ง ยังพบอาวุธปืน จำนวน 4 กระบอก ซึ่ง 1 ในนั้นเป็นปืนหลวง พร้อมอุปกรณ์ต่างๆ อีก 29 รายการ ตรวจสอบโดยรอบ พบซากวัว 1 ตัว ผูกไว้กับต้นไผ่ ไว้เป็นเหยื่อล่อเสือโคร่ง
ตรวจสอบซากเสือโคร่งทั้ง 2 ตัว เบื้องต้นพบว่า ตัวหนึ่งเป็นเพศเมีย น้ำหนักประมาณ 50 กิโลกรัม พบรอยวิถีกระสุนบริเวณคอ 4 ตำแหน่ง โดยวิถียิงมาจากด้านหลัง อีกตัวหนึ่งเป็นเพศผู้ น้ำหนักประมาณ 80 กิโลกรัม พบรอยวิถีกระสุนบริเวณตำแหน่งกะโหลก 2 รอย เจ้าหน้าที่สันนิษฐานน่าจะเป็นรอยกระสุนลูกปลาย
จากข้อมูลการวิจัย ไม่ปรากฏว่าเสือโคร่งมีถิ่นที่อยู่อาศัยในพื้นที่อุทยานฯ ทองผาภูมิ มาก่อน จึงต้องประสาน นายสมโภชน์ ดวงจันทราศิริ หัวหน้าสถานีวิจัยสัตว์ป่าเขานางรำ ผู้ที่มีความเชี่ยวชาญด้านเสือโคร่งตรวจสอบลายของเสือ เพื่อจะได้ทราบเสือทั้ง 2 ตัวมาจากพื้นที่ใด
ต่อมาวันที่ 13 ม.ค.2565 เวลาประมาณ 06.00 น. เจ้าหน้าที่สืบสวนทราบว่า คนร้ายที่ยิงเสือโคร่งมีจำนวน 5 คน ประกอบด้วย 1.นายรัชชานนท์ เจริญทรัพย์ อายุ 30 ปี 2.นายศุภชัย ทรัพย์เจริญ อายุ 34 ปี 3.นายจอแห่ง พนารักษ์ อายุ 38 ปี 4.นายกูกือ ยินดี อายุ 37 ปี และ 5.นายโชเอ ไม่มีนามสกุล อายุ 66 ปี ทั้งหมดมีภูมิลำเนาอยู่ในหมู่บ้านปิล๊อกคี่ หมู่ 4 ต.ปิล็อก อ.ทองผาภูมิ จึงเดินทางไปติดตามหาตัว และพนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขออนุมัติศาลจังหวัดทองผาภูมิเพื่อออกหมายจับ
ผู้ต้องหาที่ 1-4 ให้การรับสารภาพว่ากระทำความผิดจริง โดยอ้างว่ามีอาชีพเลี้ยงวัวและควาย ต้อนเอาไปเลี้ยงในป่าเขา ที่ผ่านมาวัวและควายของถูกเสือกินไปแล้วกว่า 20 ตัว จึงนำอาวุธปืนที่ติดตัวไปเพื่อป้องกันสัตว์เลี้ยง ก่อนจะไล่ยิงเสือโคร่ง 2 ตัว และถูกเจ้าหน้าที่อุทยานทองผาภูมิตรวจพบ ขณะนั้นพวกตนตกใจจึงวิ่งหลบหนีไป ส่วนนายโชเอ ไม่มีนามสกุล ผู้ต้องหาที่ 5 ให้การว่าไม่ได้ร่วมยิงเสือ
นิพนธ์ จำนงสิริศักดิ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) เปิดเผยว่า คณะสัตวแพทย์ตรวจพิสูจน์แล้วพบว่าเสือโคร่งถูกยิงเข้าหัวเพียงตำแหน่งเดียว เป็นลักษณะการจ่อยิง ซึ่งขณะนี้สถานีวิจัยสัตว์ป่าเขานางรำกำลังเร่งตรวจสอบว่าเสือทั้งสองตัวมาจากพื้นที่ใด
ขณะที่ เจริญ ใจชน หัวหน้าอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ เคยชี้แจง รวมทั้งมีนักวิจัยให้ข้อมูลไว้ว่า พื้นที่เขตอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิไม่เคยพบเสือโคร่งมาก่อน แต่เมื่อมาพบเสือก็ถูกล่าไปแล้ว บ่งชี้ได้ว่าเสือโคร่งมีการขยายพันธุ์มากขึ้นจึงขยายถิ่นออกไป หรือเสือทั้ง 2 ตัวที่ถูกล่าอาจจะเป็นเสือที่อาศัยอยู่ฝั่งประเทศเพื่อนบ้านแล้วข้ามเขตเข้ามาหากินในเขตอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิที่มีชายแดนติดต่อกันก็เป็นไปได้เช่นกัน
กรณีที่ผู้ต้องหาบอกว่า 2 เดือนที่ผ่านมา เสือโคร่งเข้ามากัดวัวของชาวบ้านตายไปหลายตัวนั้น สอบถามไปยังเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ ยืนยันว่าไม่เคยพบเห็นเหตุการณ์มาก่อน หากเกิดขึ้นจริงชาวบ้านจะต้องมาแจ้งให้เจ้าหน้าที่อุทยานฯ เข้าไปตรวจสอบ เพื่อหาแนวทางให้ความช่วยเหลือแล้ว
อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าเสือทั้ง 2 ตัวอาจจะย้ายถิ่นฐานมาจากพื้นที่อื่น และเข้ามาอาศัยหากินอยู่ในเขตอุทยานทองผาภูมิได้ประมาณ 1-2 เดือน และเมื่อกลุ่มนายพรานเห็นร่องรอยของเสือโคร่ง จึงร่วมกันวางแผนในการล่าเสือโคร่งทั้ง 2 ตัวดังกล่าว นายนิพนธ์กล่าว
ในทางคดี เบื้องต้นพนักงานสอบสวน สภ.ทองผาภูมิ ตั้งข้อหากับผู้ต้องหาทั้ง 5 คน รวม 10 ข้อหา อัตราโทษสูงสุดของทุกข้อหาจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งเป็นบทลงโทษเดียวกันกับ คดีเสือดำ
ข้อมูลจากแหล่งข่าวต่างๆ รายงานว่า ยังคงมีกลุ่มคนที่มีความเข้าใจผิดๆ เรื่องการบริโภคเนื้อเสือ หรือเสาะหาอวัยวะของเสือส่วนต่างๆ ครอบครองเพื่อประดับบารมี ฐานะ และอำนาจของตัวเอง ทำให้ เสือ ตกเป็นเป้าหมายอันดับหนึ่งของนักเปิบพิสดารและนักสะสมของหายาก ทำให้มูลค่าของเสือในตลาดมืดสูงกว่า 3 ล้านบาท
สำหรับเสือตายในไทยราคาอยู่ที่ 6-8 แสนบาทเมื่อส่งไปขายยังประเทศลาว เวียดนาม และจีน ราคาจะเพิ่มสูงขึ้นราว 4 เท่า หรือประมาณ 2.4-3.2 ล้านบาท หัวเสือมีราคา 5-6 หมื่นบาทเขี้ยวเสือในไทย 2-5 หมื่นบาท แต่ในจีนราคาจะอยู่ที่ 8 แสนบาท 1 ล้านบาทต่อคู่ กระดูกกิโลกรัมละ 3-5 หมื่นบาท หนังเสือราคา 1.4-1.5 แสนบาท อวัยะเพศตัวผู้ 6-7 หมื่นบาท เล็บ 1 เล็บ ราคา 1 พันบาท
อาจด้วยเพราะผลประโยชน์ที่จูงใจนี้ จึงทำให้เสือผู้ที่เป็นสัตว์นักล่าที่อยู่บนสุดของห่วงโซ่อาหาร ไม่อาจหลีกเลี่ยงจากน้ำมือมนุษย์ และดูเหมือนการล่ายังคงดำรงอยู่ต่อไป ตราบใดที่ความต้องการในตลาดมืดยังไม่สิ้นสุด