โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

สกู๊ปหน้า 1 : เสือดำถึงเสือโคร่ง ไล่ล่าไม่ลดละ

MATICHON ONLINE

อัพเดต 16 ม.ค. 2565 เวลา 02.30 น. • เผยแพร่ 16 ม.ค. 2565 เวลา 00.18 น.

สกู๊ปหน้า 1 : เสือดำถึงเสือโคร่ง ไล่ล่าไม่ลดละ

ความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่าของ จ.กาญจนบุรี ถือว่าอยู่ในลำดับต้นๆ ของประเทศ อีกทั้งยังมีผืนป่าที่เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยสำคัญของสัตว์ป่าหายากหลายชนิด และบางชนิดอยู่ในสถานะใกล้สูญพันธุ์ และกลายเป็นสิ่งล่อตาล่อใจกลุ่มนักล่าที่ยังคงปรากฏให้เห็นอยู่เนืองๆ

กรณี คดีเสือดำ นายเปรมชัย กรรณสูต กรรมการ บมจ.อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์พร้อมพวก 4 คน ถูกเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติจับกุมขณะตั้งแคมป์ล่าสัตว์ป่าในพื้นที่หวงห้ามกลางป่าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตกด้านตะวันตก จ.กาญจนบุรี ของกลางประกอบด้วย ซากเสือดำ ไก่ฟ้าหลังเทาเก้ง พร้อมอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนจำนวนมาก เหตุเกิดระหว่างวันที่ 4-6 ก.พ.2561

ต่อมาวันที่ 8 ธ.ค.2564 ศาลจังหวัดทองผาภูมิอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ คงจำคุก นายเปรมชัยเป็นเวลา 2 ปี 14 เดือน นายยงค์ โดดเครือ คงจำคุก2 ปี 17 เดือน และนายธานี ทุมมาศ คงจำคุก2 ปี 21 เดือน และให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหาย 2 ล้านบาท

ถือเป็นการปิดฉาก คดีเสือดำ ที่นายเปรมชัยกับพวกต่อสู้คดีมากว่า 3 ปี

ผ่านมาได้แค่เพียงเดือนเศษ เหตุการณ์การล่า เสือ ในผืนป่าของ จ.กาญจนบุรี กลายเป็นข่าวดังอีกครั้ง เมื่อวันที่ 9 ม.ค.2565 เวลาประมาณ 10.00 น. เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าลาดตระเวนไปถึงป่าลำห้วยปิล๊อก หมู่ 4 ต.ปิล๊อก อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี ตรวจพบกลุ่มควันไฟมาจากลำห้วย จึงซุ่มเข้าตรวจสอบ พบกลุ่มบุคคล 5 คน ตั้งแคมป์อยู่ริมลำห้วย ระหว่างเข้าจับกุมตัว สุนัขของกลุ่มคนร้ายที่ใช้นำทางเห่าหอนขึ้นมาเสียก่อน ทำให้ทั้งหมดไหวตัวและวิ่งหลบหนีเข้าป่าไป เจ้าหน้าที่พยายามวิ่งไล่ติดตามแต่ไม่ทัน

ตรวจสอบบริเวณโดยรอบแคมป์พัก เจ้าหน้าที่รู้สึกหดหู่ใจเป็นอย่างมาก พบซาก เสือโคร่ง ถูกยิงเสียชีวิต 2 ตัว ขณะแล่เอาเนื้อมาย่างไฟส่วนหนังของเสือโคร่งทั้งสองตัวถูกนำมาขึงให้แห้ง ยังพบอาวุธปืน จำนวน 4 กระบอก ซึ่ง 1 ในนั้นเป็นปืนหลวง พร้อมอุปกรณ์ต่างๆ อีก 29 รายการ ตรวจสอบโดยรอบ พบซากวัว 1 ตัว ผูกไว้กับต้นไผ่ ไว้เป็นเหยื่อล่อเสือโคร่ง

ตรวจสอบซากเสือโคร่งทั้ง 2 ตัว เบื้องต้นพบว่า ตัวหนึ่งเป็นเพศเมีย น้ำหนักประมาณ 50 กิโลกรัม พบรอยวิถีกระสุนบริเวณคอ 4 ตำแหน่ง โดยวิถียิงมาจากด้านหลัง อีกตัวหนึ่งเป็นเพศผู้ น้ำหนักประมาณ 80 กิโลกรัม พบรอยวิถีกระสุนบริเวณตำแหน่งกะโหลก 2 รอย เจ้าหน้าที่สันนิษฐานน่าจะเป็นรอยกระสุนลูกปลาย

จากข้อมูลการวิจัย ไม่ปรากฏว่าเสือโคร่งมีถิ่นที่อยู่อาศัยในพื้นที่อุทยานฯ ทองผาภูมิ มาก่อน จึงต้องประสาน นายสมโภชน์ ดวงจันทราศิริ หัวหน้าสถานีวิจัยสัตว์ป่าเขานางรำ ผู้ที่มีความเชี่ยวชาญด้านเสือโคร่งตรวจสอบลายของเสือ เพื่อจะได้ทราบเสือทั้ง 2 ตัวมาจากพื้นที่ใด

ต่อมาวันที่ 13 ม.ค.2565 เวลาประมาณ 06.00 น. เจ้าหน้าที่สืบสวนทราบว่า คนร้ายที่ยิงเสือโคร่งมีจำนวน 5 คน ประกอบด้วย 1.นายรัชชานนท์ เจริญทรัพย์ อายุ 30 ปี 2.นายศุภชัย ทรัพย์เจริญ อายุ 34 ปี 3.นายจอแห่ง พนารักษ์ อายุ 38 ปี 4.นายกูกือ ยินดี อายุ 37 ปี และ 5.นายโชเอ ไม่มีนามสกุล อายุ 66 ปี ทั้งหมดมีภูมิลำเนาอยู่ในหมู่บ้านปิล๊อกคี่ หมู่ 4 ต.ปิล็อก อ.ทองผาภูมิ จึงเดินทางไปติดตามหาตัว และพนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขออนุมัติศาลจังหวัดทองผาภูมิเพื่อออกหมายจับ

ผู้ต้องหาที่ 1-4 ให้การรับสารภาพว่ากระทำความผิดจริง โดยอ้างว่ามีอาชีพเลี้ยงวัวและควาย ต้อนเอาไปเลี้ยงในป่าเขา ที่ผ่านมาวัวและควายของถูกเสือกินไปแล้วกว่า 20 ตัว จึงนำอาวุธปืนที่ติดตัวไปเพื่อป้องกันสัตว์เลี้ยง ก่อนจะไล่ยิงเสือโคร่ง 2 ตัว และถูกเจ้าหน้าที่อุทยานทองผาภูมิตรวจพบ ขณะนั้นพวกตนตกใจจึงวิ่งหลบหนีไป ส่วนนายโชเอ ไม่มีนามสกุล ผู้ต้องหาที่ 5 ให้การว่าไม่ได้ร่วมยิงเสือ

นิพนธ์ จำนงสิริศักดิ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) เปิดเผยว่า คณะสัตวแพทย์ตรวจพิสูจน์แล้วพบว่าเสือโคร่งถูกยิงเข้าหัวเพียงตำแหน่งเดียว เป็นลักษณะการจ่อยิง ซึ่งขณะนี้สถานีวิจัยสัตว์ป่าเขานางรำกำลังเร่งตรวจสอบว่าเสือทั้งสองตัวมาจากพื้นที่ใด

ขณะที่ เจริญ ใจชน หัวหน้าอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ เคยชี้แจง รวมทั้งมีนักวิจัยให้ข้อมูลไว้ว่า พื้นที่เขตอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิไม่เคยพบเสือโคร่งมาก่อน แต่เมื่อมาพบเสือก็ถูกล่าไปแล้ว บ่งชี้ได้ว่าเสือโคร่งมีการขยายพันธุ์มากขึ้นจึงขยายถิ่นออกไป หรือเสือทั้ง 2 ตัวที่ถูกล่าอาจจะเป็นเสือที่อาศัยอยู่ฝั่งประเทศเพื่อนบ้านแล้วข้ามเขตเข้ามาหากินในเขตอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิที่มีชายแดนติดต่อกันก็เป็นไปได้เช่นกัน

กรณีที่ผู้ต้องหาบอกว่า 2 เดือนที่ผ่านมา เสือโคร่งเข้ามากัดวัวของชาวบ้านตายไปหลายตัวนั้น สอบถามไปยังเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ ยืนยันว่าไม่เคยพบเห็นเหตุการณ์มาก่อน หากเกิดขึ้นจริงชาวบ้านจะต้องมาแจ้งให้เจ้าหน้าที่อุทยานฯ เข้าไปตรวจสอบ เพื่อหาแนวทางให้ความช่วยเหลือแล้ว

อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าเสือทั้ง 2 ตัวอาจจะย้ายถิ่นฐานมาจากพื้นที่อื่น และเข้ามาอาศัยหากินอยู่ในเขตอุทยานทองผาภูมิได้ประมาณ 1-2 เดือน และเมื่อกลุ่มนายพรานเห็นร่องรอยของเสือโคร่ง จึงร่วมกันวางแผนในการล่าเสือโคร่งทั้ง 2 ตัวดังกล่าว นายนิพนธ์กล่าว

ในทางคดี เบื้องต้นพนักงานสอบสวน สภ.ทองผาภูมิ ตั้งข้อหากับผู้ต้องหาทั้ง 5 คน รวม 10 ข้อหา อัตราโทษสูงสุดของทุกข้อหาจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งเป็นบทลงโทษเดียวกันกับ คดีเสือดำ

ข้อมูลจากแหล่งข่าวต่างๆ รายงานว่า ยังคงมีกลุ่มคนที่มีความเข้าใจผิดๆ เรื่องการบริโภคเนื้อเสือ หรือเสาะหาอวัยวะของเสือส่วนต่างๆ ครอบครองเพื่อประดับบารมี ฐานะ และอำนาจของตัวเอง ทำให้ เสือ ตกเป็นเป้าหมายอันดับหนึ่งของนักเปิบพิสดารและนักสะสมของหายาก ทำให้มูลค่าของเสือในตลาดมืดสูงกว่า 3 ล้านบาท

สำหรับเสือตายในไทยราคาอยู่ที่ 6-8 แสนบาทเมื่อส่งไปขายยังประเทศลาว เวียดนาม และจีน ราคาจะเพิ่มสูงขึ้นราว 4 เท่า หรือประมาณ 2.4-3.2 ล้านบาท หัวเสือมีราคา 5-6 หมื่นบาทเขี้ยวเสือในไทย 2-5 หมื่นบาท แต่ในจีนราคาจะอยู่ที่ 8 แสนบาท 1 ล้านบาทต่อคู่ กระดูกกิโลกรัมละ 3-5 หมื่นบาท หนังเสือราคา 1.4-1.5 แสนบาท อวัยะเพศตัวผู้ 6-7 หมื่นบาท เล็บ 1 เล็บ ราคา 1 พันบาท

อาจด้วยเพราะผลประโยชน์ที่จูงใจนี้ จึงทำให้เสือผู้ที่เป็นสัตว์นักล่าที่อยู่บนสุดของห่วงโซ่อาหาร ไม่อาจหลีกเลี่ยงจากน้ำมือมนุษย์ และดูเหมือนการล่ายังคงดำรงอยู่ต่อไป ตราบใดที่ความต้องการในตลาดมืดยังไม่สิ้นสุด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...