โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ถอดปมความขัดแย้ง ภาพยนตร์ "CIVIL WAR" เหตุประธานาธิบดีสมัยที่ 3 ?

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 20 เม.ย. 2567 เวลา 03.06 น. • เผยแพร่ 18 เม.ย. 2567 เวลา 10.54 น.

ภาพยนตร์ “Civil War” จากค่าย A24 ที่เข้าฉายในปี 2024 นี้ นำเสนอเหตุการณ์ “สงครามกลางเมืองสหรัฐอเมริกา” ผ่านสายตาของนักข่าวและช่างภาพกลุ่มหนึ่ง ที่ต้องเดินทางไปยังกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เพื่อสัมภาษณ์ประธานาธิบดีผู้เป็นที่เกลียดชังของประชาชน

ในภาพยนตร์ เราทราบโครงเรื่องว่า เกิด “ความขัดแย้ง” อย่างรุนแรงในสหรัฐอเมริกา จนนำไปสู่สงครามกลางเมืองครั้งใหญ่ รัฐต่าง ๆ แบ่งฝักแบ่งฝ่ายออกเป็น 4 กลุ่ม คือ 1. New People’s Army (รัฐต่าง ๆ ทางตะวันตกเฉียงเหนือ) 2. Loyalist States (รัฐต่าง ๆ ทางชายฝั่งตะวันออก ซึ่งสนับสนุนประธานาธิบดี) 3. Western Forces (พันธมิตรระหว่างรัฐแคลิฟอร์เนีย และรัฐเท็กซัส) 4. Florida Alliance (รัฐฟลอริดาและรัฐพันธมิตรใกล้เคียง)

ภาพยนตร์ไม่ได้ระบุว่า “ความขัดแย้ง” ใดที่นำไปสู่สงคราม บอกนัยเพียงเศษเสี้ยวที่ไม่ปะติดปะต่อกันเท่าใดนักว่า ประธานาธิบดีดำรงตำแหน่งอยู่ในสมัยที่ 3 เมื่อถึงจุดหนึ่ง เขาสั่งยุบสำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐอเมริกา หรือ FBI และสั่งโจมตีทางอากาศใส่ประชาชนจนมีคนบาดเจ็บล้มตาย

ในบรรดา “ความขัดแย้ง” ที่ภาพยนตร์ได้บอกเอาไว้นั้น เรื่องการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยที่ 3 ดูน่าจะเป็นเหตุแห่งความแตกหักได้มากที่สุด

รัฐธรรมนูญของสหรัฐอเมริกา กำหนดไม่ให้ประธานาธิบดีดำรงตำแหน่งเกิน 2 สมัย หรือ 8 ปี การที่ประธานาธิบดีในภาพยนตร์ “Civil War” สามารถดำรงตำแหน่งต่อในสมัยที่ 3 น่าจะสร้างความไม่พอใจให้กับประชาชนจำนวนมาก จนนำไปสู่ “สงครามกลางเมืองสหรัฐอเมริกา”

ทว่า หากเราย้อนกลับไปดูประวัติศาสตร์ รัฐธรรมนูญสหรัฐอเมริกาเพิ่งจะมีบทบัญญัติห้ามประธานาธิบดีดำรงตำแหน่งเกิน 2 สมัย หรือ 8 ปี เมื่อ ค.ศ. 1951 นี้เอง โดยก่อนหน้านั้นนับร้อยปี สหรัฐอเมริกาไม่มีกฎหมายเช่นนี้ระบุไว้เลย และก็ไม่มีประธานาธิบดีคนไหนดำรงตำแหน่งเกิน 2 สมัย

เพราะอะไร?

จอร์จ วอชิงตัน ประธานาธิบดีคนแรกของประเทศ ดำรงตำแหน่งตั้งแต่ ค.ศ. 1789-1797 เขาเลือกปฏิเสธดำรงตำแหน่งต่อในสมัยที่ 3 นี่จึงทำให้ประธานาธิบดีคนถัด ๆ มาจึงยึดตามจอร์จ วอชิงตัน เป็นแบบอย่าง จนเรื่องนี้กลายเป็น “ประเพณีปฏิบัติ” ของการเมืองสหรัฐอเมริกา แม้ในรัฐธรรมนูญจะไม่ได้กำหนดไว้เลยก็ตาม

การตัดสินใจของจอร์จ วอชิงตัน ที่ปฏิเสธการดำรงตำแหน่งต่อในสมัยที่ 3 ถูกมองว่าเป็นการป้องกันอำนาจเผด็จการของผู้นำประเทศนั่นเอง

หลังจากยุคของจอร์จ วอชิงตัน ประธานาธิบดีหลายคนก็เคยพยายามที่จะดำรงตำแหน่งต่อในสมัยที่ 3 เช่น ยูลิสซีส เอส. แกรนต์ (Ulysses S. Grant), ธีโอดอร์ โรสเวลต์ (Theodore Roosevelt), วูดโรว์ วิลสัน (Woodrow Wilson) แต่พวกเขาก็ไปไม่ถึงฝัน

แต่มีบุรุษเพียงคนเดียวเท่านั้นที่เคยดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยที่ 3 และถึงขั้นต่อสมัยที่ 4 ได้อีกด้วย ผู้นั้นคือ แฟรงคลิน ดี. โรสเวลต์ (Franklin D. Roosevelt)

แฟรงคลิน ดี. โรสเวลต์ ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยแรกใน ค.ศ. 1933 เขาอยู่ครบวาระ 2 สมัย จนถึง ค.ศ. 1940 ที่จะมีการเลือกตั้งครั้งใหม่ แต่ในช่วงเวลานั้น มนุษยชาติกำลังเข้าสู่สงครามโลกครั้งที่ 2 ช่วงเวลาหัวเลี้ยวหัวต่อนี้เองที่อเมริกันชนหวาดกลัวภัยสงคราม ความไม่แน่นอนของยุคสมัยทำให้ แฟรงคลิน ดี. โรสเวลต์ ใช้บริบทนี้นำมาสร้างจุดแข็งทางการเมืองในการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งในปีนั้น และเขาก็ได้รับชัยชนะ

อย่างไรก็ตาม ชาวอเมริกัน 1 ใน 3 โดยเฉพาะบรรดานักธุรกิจและผู้ที่มีฐานะไม่เห็นด้วยและต่อต้านเรื่องนี้ พวกเขาแย้งว่า การดำรงตำแหน่งสมัยที่ 3 กำลังนำอเมริกาไปสู่เส้นทางสังคมนิยม

อีก 4 ปีต่อมา ในการเลือกตั้ง ค.ศ. 1944 สงครามโลกยังไม่จบ และแน่นอนว่า ประธานาธิบดี 3 สมัย ก็ได้รับชัยชนะอีกครั้ง ประชาชนยังคงลงคะแนนเสียงเลือกตั้งให้แฟรงคลิน ดี. โรสเวลต์ ดำรงตำแหน่งต่อในสมัยที่ 4 นับเป็นประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญของสหรัฐอเมริกา แต่ในอีกมุมหนึ่ง นี่ก็นับเป็นช่วงเวลาที่อันตรายต่อระบบการเมืองสหรัฐอเมริกา และสั่นคลอนรัฐธรรมนูญ อันเป็นกฎหมายสูงสุดของชาติ

โทมัส อี. ดิวอี้ (Thomas E. Dewey) อดีตผู้ว่าการรัฐนิวยอร์ก และอดีตผู้สมัครท้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดีของพรรครีพับลิกัน เคยกล่าวไว้ว่า วาระ 4 สมัย หรือ 16 ปี ถือเป็นภัยคุกคามต่อเสรีภาพที่อันตรายที่สุดเท่าที่เคยมีมา เขาเห็นด้วยกับการกำหนดเงื่อนไขในการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีด้วยการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

แฟรงคลิน ดี. โรสเวลต์ ดำรงตำแหน่งสมัยที่ 4 ได้เพียง 11 สัปดาห์ ก็ถึงแก่อสัญกรรม ในตำแหน่ง เมื่อวันที่ 12 เมษายน ค.ศ. 1945 ตามมาด้วยการเรียกร้องให้มีการจำกัดการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี

สภาคองเกรส หรือฝ่ายนิติบัญญัติของสหรัฐอเมริกาพยายามจำกัดวาระการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี เพื่อป้องกันการใช้อำนาจในทางที่ผิด และอาจถึงขั้นร้ายแรงจนนำไปสู่ระบอบเผด็จการ โดยหลังจากที่แฟรงคลิน ดี. โรสเวลต์ ถึงแก่อสัญกรรม สภาคองเกรสก็พิจารณากฎหมายและการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ

กระทั่ง 2 ปีให้หลังจากมรณกรรมของประธานาธิบดี 4 สมัย สภาคองเกรสผ่านการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญครั้งที่ 22 (22nd Amendment – Two-Term Limit on Presidency) จำกัดการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีไว้ได้เพียง 2 สมัย หรือ 8 ปี เท่านั้น

ดังนั้น ในภาพยนตร์ “Civil War” ประธานาธิบดีน่าจะใช้อิทธิพลทางการเมืองผลักดันให้ตนเองก้าวสู่อำนาจอีกสมัยหนึ่ง อาจพึ่งพากลไกลัทธิเผด็จการ หรือประกาศระงับใช้รัฐธรรมนูญ แต่ไม่ว่าจะด้วยวิธีการที่ถูกกฎหมายหรือไม่ถูกกฎหมาย มันก็นำไปสู่ความไม่พอใจของประชาชน นำไปสู่ความขัดแย้งทางการเมือง ฯลฯ และสุดท้ายก็นำไปสู่ “สงครามกลางเมืองสหรัฐอเมริกา”

ทว่า จากเค้าโครงของภาพยนตร์เรื่องนี้นำมาสู่ข้อถกเถียงว่า มันสามารถเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นจริงในสหรัฐอเมริกาได้จริงหรือ?

คำตอบหนึ่งที่น่าสนใจหนึ่งคือ อย่าคิดว่าเหตุการณ์ที่ไม่น่าจะเกิด ไม่ได้หมายความว่ามันจะไม่เกิดขึ้น ดังเช่น เหตุการณ์ที่ผู้สนับสนุนอดีตประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ บุกอาคารรัฐสภาสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 6 มกราคม ค.ศ. 2021 ซึ่งก็ไม่มีใครคาดคิดว่าเหตุการณ์เช่นนี้จะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน

แต่สุดท้ายมันก็ปะทุเป็น “Civil War” กลางกรุงวอชิงตัน ดี.ซี.

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

LESLEY KENNEDY. How FDR Became the First—And Only—President to Serve Four Terms, Accessed 18 April 2024, from https://www.history.com/news/fdr-four-term-president-22-amendment

NCC Staff. FDR’s third-term election and the 22nd amendment, Accessed 18 April 2024, from https://constitutioncenter.org/blog/fdrs-third-term-decision-and-the-22nd-amendment

Jordan Hoffman. ‘Civil War’ Succeeds Because Its Politics Make No Sense, Accessed 18 April 2024, from https://foreignpolicy.com/2024/04/13/civil-war-movie-review-garland-us-politics-election-trump/

Saba Hamedy. A24’s fictional ‘Civil War’ film brings a divided America to life, Accessed 18 April 2024, from https://www.nbcnews.com/pop-culture/movies/civil-war-movie-2024-rcna147303

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 18 เมษายน 2567

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ถอดปมความขัดแย้ง ภาพยนตร์ “CIVIL WAR” เหตุประธานาธิบดีสมัยที่ 3 ?

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...