โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ข้อความจากแม่สู่ลูกชาย เมื่อนักฟุตบอลต้องกลายเป็น ‘ตัวตลก’ ในสายตาแฟนบอลทั่วโลก

The Momentum

อัพเดต 14 ก.พ. 2567 เวลา 13.58 น. • เผยแพร่ 16 ก.ย 2566 เวลา 06.00 น. • THE MOMENTUM

วันอังคารที่ 12 กันยายน ที่ผ่านมา ในการแข่งฟุตบอลกระชับมิตรที่สนามแฮมป์เดน พาร์ค (Hampden Park) ทีมชาติอังกฤษเอาชนะสก็อตแลนด์ได้ 3 ประตูต่อ 1 โดยอังกฤษได้ประตูจาก ฟิล โฟเดน (Phil Foden), จู๊ด เบลลิงแฮม (Jude Bellingham) และแฮร์รี เคน (Harry Kane)

สกอร์ที่เกิดขึ้นก็ดูจะเป็นสกอร์ปกติที่เกิดขึ้นได้ในเกมการแข่งขัน ทั้งสามประตูที่อังกฤษยิงได้ และหนึ่งประตูที่เสียไป

หากแต่หนึ่งประตูที่อังกฤษเสียไปนั้น ไม่ได้มาจากเกมรุกของสก็อตแลนด์ ทว่ามาจากความผิดพลาดของ แฮร์รี แมคไกวร์ (Harry Maguire) เซ็นเตอร์แบ็กของอังกฤษ ที่เพิ่งถูกเปลี่ยนตัวลงมาได้เพียง 20 นาที และสกัดบอลพลาดจนเข้าประตูตัวเอง

การทำเข้าประตูตัวเองในการแข่งขันฟุตไม่ใช่เรื่องแปลก หากแต่เพราะชื่อของ ‘ผู้กระทำการ’ ดันเป็น ‘แฮร์รี แมคไกวร์’

มันจึงนำมาซึ่งการวิพากษ์วิจารณ์ที่ ‘เกินเส้น’ อย่างที่แฟนบอลคุ้นเคย…

บุรุษผู้ถูก ‘มีม’ กลบ ‘ฝีเท้า’

แน่นอนว่าเมื่อจบเกม ความผิดพลาดของเขาถูกสื่อและชาวเน็ตหยิบยกขึ้นมาเป็นหัวข้อหลักในการพาดหัวหรือล้อเลียน สาเหตุเพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่แมคไกวร์สร้างความผิดพลาดง่ายๆ จนทำให้ทีมเสียประตู แต่นี่เป็นภาพที่แฟน ‘ปีศาจแดง’ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต้นสังกัดของเขา ได้เห็นกันจนชินตา

ยังไม่นับเกมนัดก่อนหน้า ในวันเสาร์ 9 กันยายน ที่อังกฤษปะทะกับยูเครน ในการแข่งขันรอบคัดเลือกยูโร 2024 มีชาวเน็ตแคปภาพจังหวะป้องกันของแนวรับทีมชาติอังกฤษ ที่ปรากฏภาพแมคไกวร์ที่ไปประกบมาร์ค เกฮี (Mark Guehi) คู่เซ็นเตอร์ แทนที่จะเป็นฝ่ายตรงข้าม ทำให้พื้นที่หน้าประตูเปิดกว้าง และนำไปสู่ประตูขึ้นนำของยูเครน ในนาทีที่ 26 จนภาพดังกล่าวกลายเป็นไวรัล

‘ส่งบอลพลาดง่ายๆ’ ‘สกัดเพื่อนร่วมทีมตัวเอง’ ‘ทำบอลเข้าประตูตัวเอง’ ดูเหมือนว่าสิ่งเหล่านี้จะกลายเป็นภาพจำของแฟนบอลที่มีต่อแมคไกวร์มากกว่าฝีเท้าไปเสียแล้ว ทั้งที่เขาเคยเป็นนักเตะยอดเยี่ยมของ ‘จิ้งจอกสยาม’ เลสเตอร์ ซิตี้ ในฤดูกาล 2017-2018 และได้สวมปลอกแขนกัปตันทีมปีศาจแดงตั้งแต่ยุคของกุนซือ โอเล กุนนาร์ โซลชา ในปี 2020 (ก่อนโดนริบปลอกแขนในฤดูกาลล่าสุด เพราะกุนซือ เอริค เทน ฮาค ต้องการ ‘ความเปลี่ยนแปลง’)

นอกจากนี้ แมคไกวร์ยังมีบทบาทสำคัญในความสำเร็จของปีศาจแดงในศึกพรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2019–2020 ที่พวกเขาจบในอันดับ 3 ซึ่งสูงสุดเป็นลำดับสองนับตั้งแต่เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน อำลาทีมไป โดยแมคไกวร์ลงเล่นทุกนาทีในลีกทั้ง 38 เกม และกลายเป็นผู้เล่นเอาต์ฟิลด์คนแรกของสโมสรที่ทำได้นับตั้งแต่ปี 1995

แต่อย่างที่กล่าวไปข้างต้น เมื่อความผิดพลาดที่เกิดขึ้นบ่อยบวกกับโลกอินเทอร์เน็ต จึงปฏิเสธไม่ได้ว่าสิ่งเหล่านี้ทำให้แมคไกวร์ต้องกลายเป็น ‘มีม’ ของชาวเน็ตอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทุกครั้งที่เขากระทำการ ‘Human Error’ ในสนามขึ้นมา

การปกป้องจากผู้นำ

หลังจบเกมที่แมค์ไกวร์ทำบอลเข้าประตูตัวเอง แกเร็ธ เซาธ์เกต (Gareth Southgate)กุนซือทีมชาติอังกฤษ ออกมาปกป้องลูกทีมวัย 30 ปีโดยกล่าวว่า คำวิจารณ์ที่แมคไกวร์ต้องเผชิญนั้นเป็นเรื่อง ‘น่าขัน’

“ผมไม่เคยรู้จักนักเตะคนไหนที่ถูกปฏิบัติแบบเขาเลย เขาเป็นผู้แข็งแกร่งอย่างแท้จริงสำหรับพวกเรา เป็นส่วนสำคัญของทีมชาติอังกฤษชุดที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดเป็นอันดับสองในทศวรรษนี้ ผมได้พูดคุยกับผู้เล่นซีเนียร์ที่สำคัญในทีมแล้ว แน่นอนว่าเขาเป็นหนึ่งในนั้น

ทุกครั้งที่ลงสนาม สภาพจิตใจที่เขาแสดงออกมาช่างน่าเหลือเชื่อ เขาเป็นผู้เล่นระดับท็อป เราทุกคนอยู่เคียงข้างเขา และแฟนบอลอังกฤษก็สนับสนุนเขา

“จากมุมมองของแฟนบอลสกอตแลนด์ ผมเข้าใจได้ และไม่มีข้อตำหนิใดๆ กับสิ่งที่พวกเขาทำ” เซาธ์เกตกล่าวเสริม “แต่นี่เป็นผลพวงมาจากการปฏิบัติต่อเขาอย่างไร้สาระเป็นเวลานาน มันเป็นเรื่องน่าขัน ไม่ใช่โดยแฟนบอลชาวสก็อต แต่โดยนักวิจารณ์ กูรู หรืออะไรก็ตาม

“ผมคิดว่าแฟนๆ ของเรารับรู้แล้วว่า ‘โอเค อาจมีแรงปะทุเล็กน้อยจากกองเชียร์ของเรา แต่เราจะไม่ให้คนอื่นเข้ามาวุ่นวายกับเขา’”

แน่นอนว่าการออกโรงปกป้องลูกทีม เป็นสิ่งที่ผู้จัดการทีม หรือในแง่หนึ่งก็คือ ‘หัวหน้า’ ควรทำ ฟอร์มในสนามก็เรื่องหนึ่ง แต่การไม่วิจารณ์ความผิดพลาดลูกทีมออกสื่อก็นับเป็นวุฒิภาวะที่ผู้นำควรมี เพราะความผิดพลาดในสนามนั้นสามารถนำมาปรับปรุง แก้ไข กันในการฝึกซ้อมได้ มากกว่าการนำออกมาพูดออกสื่อ ซึ่งมีแต่จะเป็นการจุดประกายความขัดแย้งอันไม่สิ้นสุด

การวิจารณ์สมาชิกที่ทำผิดพลาดออกสื่อ มีแต่จะทำให้บรรยากาศของทีมแย่ลง และส่งผลต่อความสัมพันธ์ระหว่างผู้จัดการทีมกับผู้เล่น ดังที่มีตัวอย่างให้เห็นมาแล้วบ่อยๆ อย่างกรณีล่าสุดของทีมปีศาจแดง ที่จาดอน ซานโช (Jadon Sancho) ปีกตัวรุก ออกมาตอบโต้กุนซือเอริค เทน ฮาค (Eric Ten Hag) ประเด็นเรื่องการฝึกซ้อมผ่านสื่อโซเชียล

เสียงสนับสนุนจากเพื่อนร่วมชาติ

ไม่ใช่แค่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในทีมชุดปัจจุบันของอังกฤษอย่างกุนซือเซาธ์เกต แต่ คริส วัดเดิล (Chris Waddle) อดีตปีก และ ไมเคิล โอเวน (Michael Owen) อดีตศูนย์หน้าโกลเดนบอยของทีมชาติอังกฤษ ก็เห็นพ้องกันว่า แมคไกวร์กำลังตกเป็น ‘เป้า’ อย่างไม่ยุติธรรม

“อย่าทำให้อังกฤษถูกเยาะเย้ยอยู่ตลอดเวลา”วัดเดิล กล่าวกับรายการ BBC Radio 5 Live “ให้เครดิตเขาบ้างเถอะ ผมไม่เห็นเขาเสียบอลในเกมเลย สิ่งเดียวที่เขาพลาดคือทำเข้าประตูตัวเอง

“มันคงจะดีไม่น้อยหากเขาได้ลองไปเล่นฟุตบอลในต่างประเทศสักหนึ่งปี จากนั้นเมื่อเขากลับมาอังกฤษ เขาคงจะได้รับคำวิจารณ์แค่ครึ่งหนึ่ง จากสิ่งที่เขาได้รับในตอนนี้ และคำวิจารณ์ที่เขาได้รับตอนนี้มันไร้สาระมาก”

ขณะที่โอเวนโพสต์ในแอปพลิเคชัน X ว่า “ผมสงสัยมานานแล้วว่าทำไมแฮร์รี่ แมคไกวร์ ถึงถูกดูหมิ่นมากมายขนาดนี้ และผมดีใจที่ แกเร็ธ เซาธ์เกต ออกมาพูด

“ผมไม่รู้จักเขา (แมคไกวร์) เป็นการส่วนตัวมากนัก แต่เขาเป็นผู้เล่นที่ดีมากและก็ดูเป็นคนดี เขาไม่เคยทำให้ทีมชาติผิดหวัง แต่ดูเหมือนว่าเขาจะถูกเยาะเย้ยอยู่ตลอดเวลา”

นอกจากนี้ เนดุม โอนูโอฮา (Nedum Onuoha) อดีตปราการหลังของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ก็ระบุว่า แมคไกวร์เป็น ‘กองหลังอังกฤษที่ถูกใส่ร้ายป้ายสีมากที่สุด’ ด้วย

ทั้งนี้ ในเกมที่อังกฤษชนะสก็อตแลนด์ แฮร์รี แมคไกวร์ เดินออกสนามด้วยการสวมปลอกแขนกัปตันทีมชาติอังกฤษต่อจาก แฮร์รี เคน ดาวยิงคนสำคัญที่ทำประตูที่ 3 ปิดกล่องในอังกฤษ และเป็นกัปตันคนปัจจุบัน ซึ่งถูกเปลี่ยนตัวออกในนาทีที่ 84

การมอบปลอกแขนกัปตันให้แมคไกวร์ ทั้งที่เขาไม่ได้เป็นรองกัปตัน (รองกัปตันคือจอร์แดน เฮนเดอร์สัน) ด้วยซ้ำ แสดงให้เห็นถึงการให้เกียรติแมคไกวร์ และการสนับสนุนจากเพื่อนร่วมทีม ที่มองเห็นว่าแม้จะมีความผิดพลาด แต่เขาก็ยังเป็นซีเนียร์ และเป็นคนที่นักเตะในทีมให้การเคารพ

เหมือนที่กุนซือเซาธ์เกตชื่นชมคาแรกเตอร์ที่แข็งแกร่งของแมคไกวร์หลังจบเกมที่เขาออกจากสนามไปพูดกับสื่อที่มารอสัมภาษณ์เช่นปกติ

“เขาเป็นคนแบบนั้นแหละ เขาออกไปเผชิญหน้ากับทุกสิ่งเหมือนเช่นเคย นับเป็นเครดิตที่ยอดเยี่ยมสำหรับคาแรกเตอร์ของเขานะ”

โลกโซเชียลมีเดีย สารกระตุ้นความเกลียดชัง

โซอี้ ฮอดจ์ส (Zoe Hodges) แฟนบอลปีศาจแดงคนหนึ่งให้สัมภาษณ์กับ BBC Newsbeat ว่าเธอรู้สึก ‘เสียใจ’ กับแมคไกวร์ โดยระบุว่า แมคไกวร์ถูกละเมิดและถูกวิพากษ์วิจารณ์โดยไม่จำเป็นอย่างมากในโลกออนไลน์ รวมถึงเหล่า ‘กูรู’ทั้งหลาย

ในฐานะนักเตะ เขาต้องดิ้นรนอย่างมาก และมันไม่ใช่เรื่องดีเลยที่ต้องเห็นเรื่องพวกนี้ในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง เขาห่างหายจากสโมสรและทีมชาติมาระยะหนึ่งแล้ว และฉันเข้าใจเขานะ

แน่นอนว่าคำวิจารณ์และการล้อเลียนมากมายไม่ได้ส่งผลต่อตัวแมคไกวร์เพียงคนเดียว แต่มันหมายถึงคนรอบข้างที่เขารักด้วย คนที่ออกมาแสดงความคิดเห็นในเรื่องนี้ได้ดีที่สุดไม่ใช่ใคร แต่เป็น โซอี้ แมคไกวร์ (Zoe Maguire) แม่ของแฮร์รี แมคไกวร์ ที่ให้สัมภาษณ์กับสื่อในอังกฤษว่าสิ่งที่ลูกชายของเธอต้องเจอเป็นเรื่องที่ ‘ยอมรับไม่ได้โดยสิ้นเชิง’

โซอี้กล่าวว่า ความคิดเห็นเชิงลบต่างๆ ที่มุ่งเป้าไปยังลูกชายของเธอเป็นสิ่งที่น่าอับอาย ทั้งการที่เขาถูกแหนบอลโห่ใส่ระหว่างเกมที่อังกฤษชนะสก็อตแลนด์ 3 ต่อ 1 รวมถึงการวิจารณ์และการล้อเลียนหลังเกม มากไปกว่านั้น เขายังตกเป็นเป้าของแฟนบอลมาตั้งแต่การทัวร์พรีซีซันที่สหรัฐอเมริกาของทีมปีศาจแดงก่อนเริ่มฤดูกาลแล้วด้วยซ้ำ

“ในฐานะแม่ที่ได้เห็นข้อความเชิงลบและไม่เหมาะสมที่ลูกชายของฉันได้รับจากแฟนฟุตบอล กูรู และสื่อบางคนนั้นช่างน่าอับอาย และเป็นที่ยอมรับไม่ได้โดยสิ้นเชิง ไม่ว่ากับใครก็ตาม

“ฉันอยู่ที่บนอัฒจันทร์ (สนามแฮมป์เด็น นัดที่อังกฤษชนะสก็อตแลนด์) ตามปกติ สิ่งที่เกิดขึ้นวันนั้นเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้ ฉันเข้าใจว่าในโลกฟุตบอลมีทั้งขึ้นและลง ทั้งเชิงบวกและเชิงลบ แต่สิ่งที่แฮร์รีได้รับนั้นไปไกลกว่าคำว่า 'ฟุตบอล' สำหรับฉัน การเห็นสิ่งที่เขากำลังเผชิญอยู่นั้นไม่โอเคเสียเลย ฉันไม่อยากอยากเห็นพ่อแม่หรือนักเตะคนอื่นต้องพบเจอเรื่องแบบนี้ในอนาคต

“แฮร์รีมีหัวใจที่ยิ่งใหญ่และทำงานได้ดี เขามีสภาพจิตใจที่แข็งแกร่งและสามารถรับมือกับมันได้อย่างที่คนอื่นอาจไม่สามารถทำได้ ฉันหวังว่าการล่วงละเมิดแบบนี้จะไม่เกิดขึ้นกับใครก็ตาม”

หากแมคไกวร์เกิดไวกว่านี้ และเป็นนักเตะอาชีพในยุคที่เทคโนโลยียังไม่ก้าวหน้า โลกยังไม่รู้จักโซเชียลมีเดีย ความผิดพลาดของเขาอาจเป็นเรื่องปกติเหมือนที่ทุกคนพึงมี หากแต่เมื่อมันเกิดขึ้นในยุคที่ทุกคนมีสื่ออยู่ในมือ และพร้อมจะพูดหรือแสดงความคิดเห็นแย่ๆ บนโลกโซเชียลที่แพร่ไปได้ไม่รู้จบในไม่กี่วินาที เรื่องราวทั้งหมดจึงต่างออกไป

แน่นอนว่าความผิดพลาดในสนามเกิดขึ้นได้ แต่หากลองตรองดูดีๆ สมควรหรือไม่ที่คนคนหนึ่งต้องเผชิญพายุของความเกลียดชังและการล้อเลียนโดยที่ล้ำเส้นไปมากกว่าแค่เรื่องของ ‘ฟอร์มการเล่น’

สิ่งเหล่านี้ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อฟอร์มการเล่นเท่านั้น แต่มันยังส่งผลต่อเรื่องของจิตใจได้เช่นกัน

ลองคิดง่ายๆ จะมีใครอยากกลายเป็น ‘ตัวตลก’ ในสายตาของคนทั้งโลกบ้าง?

อ้างอิง

https://www.bbc.com/sport/football/66793217

https://www.skysports.com/football/scotland-vs-england/report/478927

https://www.theguardian.com/football/2023/sep/14/harry-maguire-mother-hits-out-at-defenders-critics

https://www.footballtransfers.com/en/transfer-news/uk-premier-league/2021-11-man-utd-news-how-many-errors-leading-goals-has-harry-maguire-made

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...