ครม.เห็นชอบ ปรับปรุงระบบ การประกาศเรื่องในราชกิจจานุเบกษา เชื่อมระบบดิจิทัล
ครม. เห็นชอบ ร่างระเบียบสำนักนายกฯ เรื่องการประกาศในราชกิจจาฯ ปรับปรุงให้เชื่อมโยงระบบดิจิทัลเต็มรูปแบบ
เมื่อวันที่ 22 มีนาคม รายงานข่าวแจ้งว่าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 22 มีนาคม มติเห็นชอบในหลักการร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการประกาศเรื่องในราชกิจจานุเบกษา พ.ศ. … ตามที่สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) เสนอ และให้ส่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณา โดยให้รับความเห็นของกระทรวงการคลัง กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงพลังงาน กระทรวงแรงงาน สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี สำนักงานขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติและการสร้างความสามัคคีปรองดอง สำนักงาน ก.พ.ร. สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินไปประกอบการพิจารณา แล้วดำเนินการต่อไปได้ และให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีรับความเห็นของกระทรวงการคลัง กระทรวงอุตสาหกรรม และสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริไปพิจาณาดำเนินการต่อไปด้วย
ทั้งนี้ ร่างระเบียบฯ ที่สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีเสนอเป็นการปรับปรุงระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการประกาศเรื่องในราชกิจจานุเบกษา พ.ศ.2547 เพื่อรองรับการปรับปรุงระบบการประกาศเรื่องในราชกิจจานุเบกษาให้มีความเชื่อมโยงผ่านระบบดิจิทัลเต็มรูปแบบ โดยกำหนดให้การส่งเรื่องไปประกาศในราชกิจจานุเบกษาต้องดำเนินการด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์เป็นหลัก ซึ่งสอดคล้องกับการใช้ระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยงานสารบรรณ (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2564 และแก้ไขขั้นตอนการประกาศเรื่องในราชกิจจานุเบกษาให้มีความชัดเจนยิ่งขึ้น รวมทั้งสอดคล้องกับพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของทางราชการ พ.ศ.2540 ที่กำหนดเกี่ยวกับการส่งเรื่องที่มีการเผยแพร่ให้แพร่หลายพอสมควรแล้วไปประกาศในราชกิจจานุเบกษา
โดยมีสาระสำคัญสรุปได้ดังนี้ 1.แก้ไขบทบัญญัติเกี่ยวกับเรื่องที่สามารถประกาศในราชกิจจานุเบกษาได้เฉพาะในส่วนตามข้อ 3.1.2 จากเดิมที่กำหนดให้เรื่องที่สามารถประกาศในราชกิจจานุเบกษาได้นั้น ได้แก่
1.1 กฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ ข้อกำหนด ประกาศ หรือคำสั่งของหน่วยงานเจ้าของเรื่องและเรื่องที่กฎหมายหรือมติคณะรัฐมนตรีกำหนดให้ต้องประกาศในราชกิจจานุเบกษา และ
1.2 เรื่องที่ สลค. พิจารณาเห็นสมควรประกาศให้ประชาชนทั่วไปได้รับทราบ ซึ่งได้แก้ไขเป็น “เรื่องนอกจากข้อ 3.1.1 ที่หน่วยงานเจ้าของเรื่องส่งประกาศซึ่งเป็นเรื่องที่ สลค. พิจารณาว่าเป็นประโยชน์มีความจำเป็น และสมควรประกาศให้ประชาชนทั่วไปได้รับทราบ” เพื่อให้มีความชัดเจนว่า ส่วนราชการสามารถส่งเรื่องอื่นนอกจากที่กำหนดตามข้อ 3.1.1 มาประกาศในราชกิจจานุเบกษาได้ แต่เป็นดุลพินิจในการพิจารณาของ สลค. ว่าเรื่องดังกล่าวเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดให้สามารถประกาศราชกิจจานุเบกษาได้หรือไม่
2.แก้ไขบทบัญญัติเกี่ยวกับการส่งเรื่องมาประกาศในราชกิจจานุเบกษาจากเดิมที่กำหนดให้การส่งเรื่องมาประกาศในราชกิจจานุเบกษายังต้องมีการส่งเอกสารมายัง สลค. พร้อมทั้งต้องจัดเก็บเอกสารต้นฉบับไว้เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการตรวจสอบยืนยันความถูกต้องโดยแก้ไขเป็นให้ส่งเรื่องมาประกาศในราชกิจจานุเบกษาผ่านระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์
3.แก้ไขระยะเวลาการส่งเรื่องไปประกาศในราชกิจจานุเบกษา โดยกำหนดที่หน่วยงานเจ้าของเรื่องส่งเรื่องไปถึง สลค. ก่อนวันที่ประสงค์จะให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาไม่น้อยกว่าสองสัปดาห์ เพื่อให้ สลค.สามารถบริหารจัดการเรื่องที่ส่งมาประกาศในราชกิจจานุเบกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
4.เพิ่มบทบัญญัติเกี่ยวกับการส่งเรื่องไปประกาศในราชกิจจานุเบกษาตามกฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการ โดยในกรณีที่ได้มีการจัดพิมพ์เรื่องดังกล่าวให้แพร่หลายตามจำนวนพอสมควร ประกาศทางช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ของหน่วยงานนั้น หรือสถานที่อื่นใดซึ่งเป็นที่เห็นได้ว่าจะทำให้ประชาชนได้รู้ถึงเรื่องดังกล่าว
5.กำหนดบทเฉพาะกาลให้หน่วยงานเจ้าของเรื่องที่ยังไม่สามารถปฏิบัติตามระเบียบนี้ได้สามารถดำเนินการส่งเรื่องและเอกสารแนบไปประกาศในราชกิจจานุเบกษาโดยวิธีปกติที่เคยปฏิบัติมาไปพลางก่อน ทั้งนี้ ต้องไม่เกินเก้าสิบวันนับแต่วันที่ระเบียบนี้ใช้บังคับ และในกรณีที่มีเหตุจำเป็นหรือเหตุสุดวิสัยที่ไม่สามารถปฏิบัติตามระเบียบนี้ภายในกำหนดเวลาได้ ให้หน่วยงานเจ้าของเรื่องทำความตกลงกับ สลค. เพื่อพิจารณาผ่อนผันการปฏิบัติเป็นรายกรณีไป
นอกจากนี้ ยังได้แก้ไขบทนิยามและบทบัญญัติในส่วนอื่นๆ ให้มีความชัดเจนและสอดคล้องกับการแก้ไขให้การส่งเรื่องไปประกาศในราชกิจจานุเบกษาดำเนินการผ่านระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ด้วยแล้ว