โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

นโยบายรถไฟฟ้า 20 บาท กำไรประชาชนหรือภาระการคลัง?

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 12 ก.ค. 2568 เวลา 16.28 น.
รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย เริ่มต้นจากนโยบายหาเสียง สู่โครงการนำร่องและข้อถกเถียงในรัฐสภา ว่าด้วยเรื่อง “สิทธิพื้นฐาน” หรือ “ภาระงบประมาณ” ที่รัฐต้องตอบคำถาม

รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย เดินหน้านโยบายลดค่าครองชีพหรือจุดปะทะใหม่ทางการเมือง

แนวนโยบายที่ดูเหมือนจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชน กำลังกลายเป็นหัวใจของข้อถกเถียงในทางการเมือง นโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ซึ่งเริ่มต้นจากคำมั่นสัญญาในช่วงเลือกตั้ง ได้ถูกผลักดันอย่างจริงจังในรัฐบาลชุดปัจจุบัน ก่อนจะกลายเป็นเป้าการวิพากษ์จากฝ่ายค้านที่ตั้งคำถามถึงภาระงบประมาณและข้อสงสัยเรื่องการเอื้อผลประโยชน์ให้กลุ่มทุนเอกชน ในขณะที่รัฐบาลยืนยันหนักแน่นว่านี่คือ “การลงทุนเพื่อคนส่วนใหญ่” และ “การคืนสิทธิขั้นพื้นฐานด้านการเดินทางให้ประชาชน”

ก่อนเลือกตั้ง 2566 นโยบายรถไฟฟ้าราคาถูกกลายเป็นหมุดหมายใหม่

ช่วงก่อนการเลือกตั้งใหญ่ในปี 2566 หลายพรรคการเมืองได้หยิบยกประเด็นค่าครองชีพในเมืองหลวงมาเป็นหัวใจสำคัญของการหาเสียง หนึ่งในนั้นคือการลดค่าโดยสารรถไฟฟ้า ซึ่งถูกมองว่าเป็นต้นทุนที่ถ่วงชีวิตคนทำงานในเมือง พรรคเพื่อไทยประกาศชัดว่า หากได้เป็นรัฐบาล จะผลักดันนโยบาย “รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย” โดยไม่จำกัดจำนวนสถานีหรือต้องเปลี่ยนสายกี่ครั้ง ตราบใดที่ยังอยู่ในระบบ ก็จะจ่ายไม่เกิน 20 บาทต่อเที่ยว ขณะที่อดีตพรรคก้าวไกลเสนอแนวทางคล้ายกันในกรอบราคาที่แตกต่าง โดยใช้กลไกอุดหนุนจากรัฐเป็นเครื่องมือสำคัญ

กลางปี 2567 รัฐบาลเร่งศึกษาความเป็นไปได้และเริ่มต้นโครงการนำร่อง

ภายหลังการจัดตั้งรัฐบาล พรรคเพื่อไทยเริ่มขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าว โดยเริ่มต้นจากการศึกษารูปแบบการอุดหนุนที่เหมาะสม ซึ่งต้องไม่ขัดกับสัญญาสัมปทานที่เอกชนถืออยู่ในหลายสาย ทั้งนี้ รัฐได้เริ่มต้นนำร่องในสายสีแดงและสายสีม่วง ซึ่งพบว่ามีจำนวนผู้โดยสารเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้รัฐบาลตัดสินใจขยายผลและเร่งเตรียมการสำหรับการเปิดใช้งานนโยบายนี้ในวงกว้าง

กรกฎาคม 2568 ข้อถกเถียงเริ่มปรากฏชัดจากฝ่ายค้าน

ในช่วงกลางปี 2568 เมื่อรัฐบาลประกาศว่าจะเริ่มใช้นโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสายในวันที่ 1 ตุลาคม โดยครอบคลุม 8 สายหลักในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ภายใต้เงื่อนไขว่าผู้โดยสารต้องลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” พร้อมยืนยันตัวตน ฝ่ายค้านเริ่มแสดงท่าทีคัดค้านมากขึ้น โดยเฉพาะพรรคประชาชนที่ตั้งข้อสงสัยว่า งบประมาณอุดหนุนปีละกว่า 10,000 ล้านบาทอาจกลายเป็นภาระทางการคลัง และตั้งคำถามว่าการช่วยจ่ายส่วนต่างค่าโดยสารให้เอกชนที่ถือสัมปทานอยู่ เป็นการเอื้อประโยชน์ให้ทุนใหญ่หรือไม่

11 กรกฎาคม 2568 ฝ่ายรัฐบาลออกมาชี้แจงต่อเสียงวิจารณ์

ในช่วงที่กระแสวิพากษ์ดังขึ้น นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ชี้แจงว่าแนวทางดังกล่าวไม่ใช่การอุดหนุนทุน แต่เป็นการช่วยคนทำงานที่ต้องจ่ายค่าเดินทางเดือนละหลายพันบาท โดยรัฐมีแผนจัดสรรงบประมาณอย่างชัดเจน พร้อมมาตรการควบคุมผ่านระบบลงทะเบียนสิทธิ์ และมองว่านี่คือการลงทุนที่ส่งผลเชิงบวกทั้งต่อเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ไม่ใช่เพียงตัวเลขในบัญชีงบประมาณ

ในช่วงเวลาเดียวกัน พรรคเพื่อไทยออกโรงโต้กลับฝ่ายค้าน

นายชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และนางสาวขัตติยา สวัสดิผล รองโฆษกพรรคเพื่อไทย ออกมาโพสต์ข้อความผ่าน X โดยตั้งคำถามกลับไปยังพรรคประชาชนว่า ทำไมตอนหาเสียงถึงเคยพูดเรื่อง “อุดหนุนค่ารถไฟฟ้า” แต่เมื่อถึงเวลาทำนโยบายจริงกลับออกมาต่อต้าน พร้อมย้ำว่าการอุดหนุนบริการขนส่งสาธารณะเป็นแนวปฏิบัติทั่วไปในต่างประเทศ และหากไม่ใช้เงินรัฐช่วยเหลือประชาชน จะลดต้นทุนการเดินทางอย่างเป็นธรรมได้อย่างไร

ทั้งสองยังเน้นย้ำด้วยว่า นโยบายนี้ไม่ได้หมายถึงการโอนเงินให้เอกชนโดยตรง แต่คือการบริหารต้นทุนร่วมกัน เพื่อให้ประชาชนได้รับราคาที่เป็นธรรม และสร้างสภาพแวดล้อมการเดินทางที่ปลอดภัย สะอาด และเชื่อมต่อกันได้ทั่วทั้งเมือง

1 ตุลาคม 2568 วันเริ่มใช้นโยบายในชีวิตจริง

รัฐบาลประกาศแผนเริ่มใช้นโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสายในวันที่ 1 ตุลาคม 2568 โดยในระยะแรกจะครอบคลุม 8 สายหลักและเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนล่วงหน้าผ่านแอป “ทางรัฐ” โดยผู้ที่มีสิทธิ์จะต้องเป็นบุคคลสัญชาติไทยและผูกบัญชีจ่ายเงินไว้กับบัตรโดยสาร เช่น Rabbit Card หรือบัตร EMV เพื่อให้ระบบสามารถหักส่วนลดค่าโดยสารให้โดยอัตโนมัติ

แม้จะยังมีคำถามเรื่องความยั่งยืนของงบประมาณ แต่รัฐบาลระบุว่ากำลังพิจารณารูปแบบกองทุนอุดหนุนในระยะยาว รวมถึงอาจปรับโครงสร้างสัมปทานใหม่ในอนาคต เพื่อให้ระบบขนส่งสาธารณะมีความเท่าเทียมและไม่สร้างภาระทางการคลังเกินควร

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...