โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

TISCO กำไรอ่อนแอ ชูเงินปันผลเด่น 8%

หุ้นวิชั่น

อัพเดต 11 ก.ค. 2568 เวลา 18.15 น. • เผยแพร่ 13 ก.ค. 2568 เวลา 12.00 น. • HoonVision | หุ้นวิชั่น - หุ้น ข่าวหุ้น หุ้นไทยวันนี้ หุ้นวันนี้ หุ้นเด่น วิเคราะห์หุ้น ธุรกิจ การเงิน เศรษฐกิจ การลงทุน ดัชนีราคาหุ้น

หุ้นวิชั่น -TISCO (จะรายงานผลการดำเนินงานในวันที่ 15 กรกฎาคม 2568) โบรกฯ คาดการณ์กำไร บริษัท ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) (TISCO) จะลดลงทั้ง YoY และ QoQ จากการตั้งสำรองที่ยังเพิ่มขึ้น รายได้ดอกเบี้ยสุทธิลดลง และรายได้ค่าธรรมเนียมที่ชะลอตัวลง จากธุรกิจด้านตลาดทุน แต่ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานลดลง และสินเชื่อพลิกกลับมาเติบโต ส่วน NPL เพิ่มขึ้นเล็กน้อยมาอยู่ที่ 2.47% จากไตรมาสก่อนที่ 2.42% ขณะที่มองภาพทั้งปี กำไรมีแนวโน้มอ่อนแอ พร้อมชูมีปันผลเด่น dividend yield สูงสุงเป็นอันดับต้นของกลุ่มธนาคารทั้งปีคาดที่ 8%

นายกรกช เสวตร์ครุตมัต ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ บล.กสิกรไทย ประเมิน TISCO จะมีการรายงานกำไรที่ 1,600 ล้านบาท ลดลง 3% เมื่อทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) และลดลง 9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) จาก Credit cost เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง สู่ระดับ 75 bps จาก 67 bps เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า รวมถึงรายได้ค่าธรรมเนียมที่ลดลง จากไตรมาสแรกด้วย ซึ่งเป็นไปตามภาวะตลาด

ขณะที่ในด้านของค่าใช้จ่าย คาดลดลง 1% เมื่อเทียบกับไตรมาสแรก และ 5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากสามารถควบคุมต้นทุนได้ดีขึ้น ส่วน NPL ปรับตัวขึ้นเล็กน้อย สู่ระดับ 2.47% จากเดิมอยู่ที่ 2.42% เป็นไปตามภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลง ส่งผลกระทบต่อความสามารถในการเก็บเงินได้ยากมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้า SME และรีเทล

ทั้งนี้ประเมินกำไรในปี 2568 คาดลดลง 4% มาอยู่ที่ 6,655 ล้านบาท และคาดปี 2569 น่าจะทำได้ทรงตัว จากการตั้งสำรองที่ยังเพิ่มสูงขึ้น และ NPL ที่คาดปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง จากภาวะเศรษฐกิจโดยรวมไม่ได้มีปัจจัยหนุนมากนัก และยังเผชิญกับปัจจัยลบ โดยเฉพาะการส่งออก ที่น่าจะเห็นผลกระทบชัดเจนในครึ่งปีหลังนี้เป็นต้นไป รวมถึงการบริโภคภายในประเทศที่ยังไม่ฟื้นตัว อย่างไรก็ตาม NPL ที่ปรับตัวขึ้นก็อาจจะไม่ได้รุนแรงมากนัก เนื่องจากยังมีมาตรการช่วยเหลือ อย่างคุณสู้เราช่วยเฟส 2 เป็นต้น ประกอบกับธนาคารยังคุมเข้มการปล่อยสินเชื่อ

แนะนำ ถือ ราคาเป้าหมายที่ 97 บาท แม้ผลการดำเนินงานยังไม่โดดเด่น แต่ยังมีเงินปันผลราว 7.9% ในปีนี้

ฝั่ง บล.พาย คาดกำไรสุทธิในไตรมาส 2/2568 ที่ 1.54 พันล้านบาท (-12.2% YoY, -6.6% QoQ) กำไรปรับลดลง YoY และ QoQ เนื่องจาก (1) รายได้ดอกเบี้ยสุทธิลดลง (2) สำรองหนี้ฯ เพิ่มขึ้น จากคุณภาพสินเชื่ออ่อนแอลงเล็กน้อย และความเสี่ยงสูงขึ้นจากเศรษฐกิจชะลอตัว และ (3) รายได้ค่าธรรมเนียมชะลอตัวจากธุรกิจด้านตลาดทุน แม้ว่าค่าธรรมเนียมจากสินเชื่อ และ Bancassurance เติบโตได้

คาดสินเชื่อพลิกกลับมาเติบโต 1.5% QoQ จาก -0.4% QoQ ในไตรมาส 1/2568 หลังจากสินเชื่อสุทธิเดือน เม.ย.-พ.ค. เพิ่มขึ้นราว 1.1% จากเดือน มี.ค. ส่วนใหญ่จากการเติบโตของสินเชื่อบริษัทขนาดใหญ่ เช่าซื้อรถยนต์ใช้แล้ว และจักรยานยนต์ใหม่

ส่วนต่างดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) แนวโน้มลดลง QoQ ที่ 4.8% (-14 bps YoY, -6 bps QoQ) เพราะแม้ควบคุมต้นทุนการเงินได้ แต่อัตราผลตอบแทนสินเชื่อ (loan yield) ลดลง จากการปรับลดดอกเบี้ยเงินกู้ และ (2) การเพิ่มขึ้นของสินเชื่อที่มีอัตราผลตอบแทนต่ำ

หนี้เสียแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากสินเชื่อจำนำทะเบียนล้อกับตามเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวเปาะบาง คาดว่า NPL ratio จะทรงตัว QoQ ที่ 2.4% เพราะฐานสินเชื่อที่ขยายตัวเช่นกัน และ Coverage ratio ลดลงต่อเนื่องที่ 151.4% โดย คาด Credit cost ในไตรมาส 2/2568 ที่ 90 bps (+20 bps YoY, +23 bps QoQ)

กำไรในปี 2568 มีแนวโน้มอ่อนแอกว่าคาด

การปรับขึ้นภาษีของสหรัฐกดดันตลาดทุนผันผวน และสินเชื่อขยายตัวจำกัดจากเศรษฐกิจที่ชะลอตัว และความกังวลจากหนี้เสียสูงขึ้นส่งผลให้รายได้ดอกเบี้ย และรายได้ค่าธรรมเนียมชะลอตัวมากกว่าคาด มองว่ากำไรมีแนวโน้มอ่อนแอกว่าคาดว่าจะปรับลดลง 5.5% ในปี 2568 และสามารถกลับมาขยายตัว 5.2% ในปี 2569 โดยจะประเมินแนวโน้มการเติบโตอีกครั้งหลังการายงานผลการดำเนินงานในไตรมาส 2/2568

อย่างไรก็ดี เงินกองทุนทต่อสินทรัพย์เสี่ยงที่แข็งแกร่ง 18.8% มองว่า TISCO สามารถรักษาระดับการจ่ายเงินปันผล หรืออาจปรับเพิ่ม Payout ratio จากระดับ 89.9% ในปี 2567 เป็นสูงกว่า 90% ได้

คงคำแนะนำ "ถือ" มูลค่าพื้นฐาน 100 บาท

ประเมินมูลค่าพื้นฐานที่ 100 บาท ด้วยวิธี GGM (ROE 15%, Terminal growth 2%) อิง 1.83x PBV’25E หรือ +0.25SD ของค่าเฉลี่ย 10 ปี (2558-2567)

ด้าน บล.ดาโอ ประมาณการกำไรสุทธิไตรมาส 2/2568 ที่ 1.58 พันล้านบาท ลดลง -10% YoY และ -4% QoQ จากการตั้งสำรองฯ ที่เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 542 ล้านบาท เพิ่มขึ้น +35% YoY และ +40% QoQ ตามความเสี่ยงของสินเชื่อผลตอบแทนสูงที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับมี NIM ที่ลดลงมาอยู่ที่ 4.64% จากไตรมาสก่อนอยู่ที่ 4.75% เพราะ Loan yield ที่ลดลง จากโครงการคุณสู้เราช่วย รวมถึงมีการปล่อยสินเชื่อสมหวังลดลงเพราะกลัวความเสี่ยงมากขึ้น ส่วน Cost of fund เริ่มลดลงได้บ้างหลังจากที่ กนง. ลดอัตราดอกเบี้ยเมื่อปลายเดือน เม.ย.68

ด้านรายได้ค่าธรรมเนียมสุทธิลดลง -6% YoY และ -2% QoQ เพราะไม่มีดีล IB และธุรกิจหลักทรัพย์ที่มี มูลค่าการซื้อขายที่หดตัวลง -12% YoY และ -11% QoQ แต่มี Bancassurance เพิ่มขึ้นจากการปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ใหม่เพิ่มขึ้น ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน (OPEX) ลดลง -9% YoY และ -4% QoQ เพราะไม่มีการขยายสาขาสมหวังเพิ่มแล้วตั้งแต่ไตรมาส 1/2568 และมีค่าใช้จ่ายทางการตลาดที่ลดลง ด้านสินเชื่อรวมเพิ่มขึ้น +0.3% YoY และ +1.0% QoQ หรือ +0.5% YTD จากสินเชื่อรายใหญ่โดยเฉพาะจากกลุ่ม Real Estate และโรงไฟฟ้าเป็นหลัก รวมถึงเริ่มมีการปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อในส่วนของรถยนต์ใหม่เพิ่มขึ้น ขณะที่สินเชื่อจำนำทะเบียนปรับตัวลดลงเพรากังวลหนี้ครัวเรือนที่สูงขึ้น

ส่วน NPL เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 2.47% จากไตรมาสก่อนที่ 2.42% มาจากจำนำทะเบียนรถเป็นหลัก

ปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2568-2569 ลงปีละ -6%, คาดกำไรไตรมาส 3/2568 จะหดตัวทั้ง YoY/QoQ ต่อ มีการปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2568-2569 ลงปีละ -6% โดยมีการปรับการเติบโตของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิปีนี้ลงเป็น -3% YoY จากเดิมที่ +6% YoY ตามมูลค่าการซื้อขายในตลาดหุ้นที่ลดลงอย่างมาก ประกอบกับปรับ NIM ลดลงปีละ -10bps จากการปล่อยสินเชื่อจำนำทะเบียนที่ลดลง ทำให้ได้กำไรสุทธิปี 2568 อยู่ที่ 6.4 พันล้านบาท ลดลง -7% YoY จากสำรองฯ ที่เพิ่มขึ้น ขณะที่คาดว่าแนวโน้มกำไรไตรมาส 3/2568 มีโอกาสที่จะลดลงทั้ง YoY และ QoQ ต่อจากสำรองฯ ที่จะเพิ่มขึ้นตามสินเชื่อผลตอบแทนสูงที่เพิ่มขึ้น

ปรับราคาเป้าหมายปี 2568 ลงมาอยู่ที่ 94.00 บาท อิง 2568 PBV เดิมที่ 1.75 เท่า (+0.50SD above 10-yr average PBV) จากเดิมที่ 96.00 บาท จากการปรับกำไรลดลง ขณะที่มีความเสี่ยงจากสำรองฯ ที่มีความเสี่ยงมากกว่าคาดหากภาพรวมเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลงและหนี้ครัวเรือนมีทิศทางที่สูงขึ้น นอกจากนี้มีความเสี่ยงเรื่องเงินปันผลโดยหาก TISCO ต้องการจ่ายที่ DPS จำนวนเท่ากับปีก่อนที่ 7.75 บาทต่อหุ้น จะต้องมีกำไรสุทธิต่อปีไม่ต่ำกว่า 6.2 พันล้านบาท หากอิง Dividend payout ที่สูงสุดที่ 100% อย่างไรก็ดี ปี 2568 ยังคาดว่า TISCO จะยังคงเป็นหุ้นที่มี Dividend yield สูงถึงระดับ 8% (จ่ายเงินปันผลปีละ 2 ครั้ง โดยจะ XD ช่วงเดือน ก.ย. และ เม.ย.)

ในส่วน บล.กรุงศรี คาด TISCO รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 2/2568 ที่ 1.56 พันล้านบาท กำไรลดลง -11%y-y และ -5% q-q เพราะรายได้ดอกเบี้ย (NII) ลดลง -3% y-y และ -1% q-q จาก NIM ที่ 4.65% ลดลง จากไตรมาส 2/2567 ที่ 4.84% และไตรมาส 1/2568 ที่ 4.76% จากการลดลงของ yield on loan จากดอกเบี้ยนโยบายที่ปรับลง และการลดภาระดอกเบี้ยให้ลูกหนี้ในโครงการ คุณสู้เราช่วย, รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย (Non-NII) ลดลง -18% y-y และ -6% q-q จากการลดลงของเงินลงทุน (FVTPL) และธุรกิจจัดการกองทุน-หลักทรัพย์, ค่าใช้จ่ายสำรอง (ECL) เพิ่มขึ้น +9% y-y และ +13% q-q จากการปรับเพิ่มไปสู่ระดับปกติ และคุณภาพสินทรัพย์อ่อนแอ โดยเฉพาะสินเชื่อรายย่อย NPL Ratio อยู่ที่ 2.50% เพิ่มจากไตรมาส 1/2568 ที่ 2.42% สำหรับสินเชื่อรวม +1.0% q-q คิดเป็น +0.6% YTD จากสินเชื่อธุรกิจ

คาดกำไรสุทธิไตรมาส 3/2568 ลดลง y-y และ q-q กดดันหลักจากการลดลงของ NIM จากการลดภาระดอกเบี้ยให้ลูกหนี้ในโครงการ คุณสู้เราช่วย, การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายสำรอง (credit cost) จากการปรับเพิ่มไปสู่ระดับปกติและคุณภาพสินทรัพย์อ่อนแอ จากความไม่แน่นอนในการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ สำหรับสินเชื่อรวมคาดทรงตัว q-q จากธนาคารเน้นคุณภาพของลูกหนี้เป็นหลัก

คงคำแนะนำ NEUTRAL และคงราคาเป้าหมาย ที่ 93 บาท มองTISCO เป็นหุ้นปันผล โดยมีปันผลเด่น dividend yield สูงสุงเป็นอันดับต้นของกลุ่มธนาคารทั้งปีคาดที่ 8% โดยครึ่งปีแรก คาดจ่ายที่ 2.0 บ./หุ้น dividend yield ที่ 2%

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...