วาฬ Ethereum ทุ่มซื้อ $39 ล้าน ท่ามกลางตลาดแดง หลังสหรัฐโจมตีอิหร่าน
วาฬ Ethereum ทุ่มซื้อ $39 ล้าน ท่ามกลางตลาดแดง หลังสหรัฐโจมตีอิหร่าน
นักลงทุนรายใหญ่ในตลาดอีเธอเรียม (Ethereum Whale) ได้ทุ่มซื้อ ETH มูลค่ากว่า 39 ล้านดอลลาร์ ในช่วงที่ราคาตลาดร่วงหนักจากเหตุการณ์ที่สหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีอิหร่าน ส่งผลให้ความตึงเครียดในตะวันออกกลางพุ่งขึ้น
ราคาดิ่ง แต่วาฬไม่กลัว
วาฬรายหนึ่งที่ใช้กระเป๋าเงินดิจิทัลหมายเลขขึ้นต้นด้วย 0x7355…213 ได้ซื้อ ETH ราว 9,400 เหรียญ (คิดเป็นมูลค่าราว 39 ล้านดอลลาร์) เมื่อวันที่ 22 มิถุนายนที่ผ่านมา และทำให้ยอดการถือครองรวมของกระเป๋านี้เพิ่มขึ้นเป็น 330 ล้านดอลลาร์
ในช่วงเวลาเดียวกัน ETH เป็นหนึ่งในเหรียญที่ร่วงแรงที่สุด โดยราคาดิ่งลงประมาณ 12.8% ภายใน 24 ชั่วโมง เหลือแค่ $2,155 ในขณะที่ Bitcoin ร่วงน้อยกว่าที่ -4.7% เท่านั้น
สาเหตุหลักที่ทำให้ตลาดคริปโตร่วงในรอบนี้ มาจากรายงานข่าวว่าทางการสหรัฐฯ ได้ใช้กำลังทหารโจมตีอิหร่านโดยตรง ถือเป็นการยกระดับความขัดแย้งหลังจากปฏิบัติการ “Operation Rising Lion” ของอิสราเอลเมื่อ 13 มิถุนายน
วาฬเก็บของผ่าน Lido ท่ามกลางความกลัว
แม้ตลาดจะดูน่ากลัว แต่วาฬรายนี้ยังนำ ETH ที่ซื้อไปเข้าโปรโตคอล Lido ซึ่งเป็นระบบ Staking แบบไม่ล็อกเหรียญ (Liquid Staking) บ่งชี้ว่ากำลังมองการลงทุนในระยะยาวและเชื่อว่านี่คือจังหวะ
“Buy the dip” แทนที่จะหนีตลาด
ข้อมูลจาก Glassnode ยังยืนยันแนวโน้มนี้ โดยพบว่าในวันที่ 21 มิถุนายน วาฬที่ถือ ETH มากกว่า 10,000 เหรียญได้เข้าซื้อสุทธิรวมกันมากถึง 116,893 ETH (มูลค่ากว่า 265 ล้านดอลลาร์) ซึ่งเกิดขึ้นทั้งในวันที่โจมตีและช่วงวันก่อนหน้า
ลุ้น ETH รีบาวด์ 25%
นักวิเคราะห์ตลาดที่ใช้ชื่อว่า Sensei ชี้ว่า ETH ยังคงยืนเหนือเส้นแนวรับสำคัญ และมีโอกาสเด้งขึ้นแรงอีกครั้ง
โดยหากประวัติศาสตร์ซ้ำรอยเหมือนช่วงเมษายน–พฤษภาคม 2025 ที่ ETH เด้งขึ้น 55% จากจุดเดียวกัน ราคาก็อาจพุ่งสู่แนวต้าน $2,735 หรือเพิ่มขึ้นราว 25% จากระดับปัจจุบัน
อ้างอิง : cointelegraph.com
ที่มา https://www.bitcoinaddict.com/news/ethereum-whale-stacks-39m-eth-despite-ether-falling-harder-than-bitcoin
"Nothing Stops This Orange!" Strategy ส่งสัญญาณลับ เตรียมช้อป BTC อีกรอบ?
ไมเคิล เซย์เลอร์ ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท Strategy (ชื่อเดิม MicroStrategy) โพสต์ข้อความปริศนาบน X (Twitter) เมื่อวันที่ 22 มิถุนายนที่ผ่านมา พร้อมแผนภูมิราคาบิทคอยน์และข้อความว่า“Nothing Stops This Orange” หรือ “ไม่มีอะไรมาหยุดเจ้าส้มนี้ได้” ซึ่งสื่อถึง Bitcoin และถูกมองว่าเป็นสัญญาณว่าอาจมีการซื้อเพิ่มในเร็ว ๆ นี้
กลยุทธ์เดิมที่คุ้นเคยของเซย์เลอร์
ก่อนหน้านี้ เซย์เลอร์ก็มักจะโพสต์อะไรแบบนี้ก่อนที่บริษัท Strategy จะยื่นรายงานการซื้อ BTC ต่อ ก.ล.ต. สหรัฐ (SEC) ดังนั้นนักลงทุนจึงจับตาโพสต์ของเขาอย่างใกล้ชิด
บริษัท Strategy ปัจจุบันถือ BTC จำนวน 592,100 เหรียญ มูลค่ารวมกว่า $60,000 ล้านดอลลาร์ คิดเป็นประมาณ 2.8% ของอุปทาน Bitcoin ทั้งโลก ทำให้เป็นบริษัทเอกชนที่ถือ BTC มากที่สุดในโลก
เชื่อมั่นไม่เปลี่ยน! เป้าหมาย Bitcoin $21 ล้านภายใน 21 ปี
แม้จะถือ Bitcoin เป็นจำนวนมากแล้ว แต่เซย์เลอร์ก็ยังคงเชื่อมั่นในแนวโน้มระยะยาว โดยเขาโพสต์ข้อความว่า:
"$21 million in 21 years."
หรือแปลว่า Bitcoin อาจมีมูลค่าถึง 21 ล้านดอลลาร์ในอีก 21 ปีข้างหน้า
แต่ก็ไม่ไร้เสียงค้าน…
จิม ชาโนส (Jim Chanos) นักลงทุนชื่อดังผู้เคยทำนายการล้มของ Enron ออกมาตั้งคำถามถึงความเสี่ยงของกลยุทธ์นี้ โดยเฉพาะเรื่องหนี้ของบริษัท Strategy
เซย์เลอร์อธิบายว่า หนี้ของบริษัทเป็นแบบ “ไม่มีหลักประกัน”, “เปลี่ยนเป็นหุ้นได้” และ “ไม่มีสิทธิไล่เบี้ย” แต่ชาโนสไม่เห็นด้วย โดยยืนยันว่าบริษัทยังต้องรับผิดชอบหากหนี้ยังไม่ถูกเปลี่ยนเป็นหุ้นเมื่อถึงกำหนดชำระ
ชาโนสถึงกับเปิดเผยว่า ตอนนี้เขากำลัง “ชอร์ต” หุ้นบริษัท Strategy (พนันว่าราคาจะตก) แต่ยังคงถือครอง Bitcoin อยู่ นั่นแปลว่าเขาเชื่อใน BTC แต่ไม่เชื่อในวิธีการของเซย์เลอร์
อ้างอิง : beincrypto.com
ที่มา https://www.bitcoinaddict.com/news/saylor-microstrategy-more-bitcoin-purchase-rumors
FTX สวนกลับ! ไม่จ่ายหนี้ 1.5 พันล้านดอลลาร์ให้ 3AC ชี้ “เทรดพลาดเอง ยังจะโทษใคร”
สามเดือนหลังจากศาลล้มละลายในเดลาแวร์อนุญาตให้ Three Arrows Capital (3AC) เพิ่มยอดเคลมจากเดิม 120 ล้านดอลลาร์เป็น 1.5 พันล้านดอลลาร์ จากกรณีที่อ้างว่า FTX ได้ขายสินทรัพย์ของบริษัทไปก่อนที่ตัวเองจะเข้าสู่กระบวนการล้มละลาย — ล่าสุด ฝั่ง FTX ออกมายื่นคัดค้านอย่างเป็นทางการเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา
FTX ระบุว่า 3AC ไม่ควรได้อะไรเลย เพราะขาดทุนจากการเทรดของตัวเอง ไม่ใช่เพราะ FTX
ประเด็นหลักที่ FTX ยกมาคัดค้าน
- FTX ยอมรับว่าเคย บังคับขายสินทรัพย์ของ 3AC มูลค่า 82 ล้านดอลลาร์ จริง
- แต่การขายนั้นเป็น ไปตามเงื่อนไขเครดิตและมาร์จิ้นที่เซ็นกันไว้
- ในช่วงเดือนมิถุนายน 2022 หลังเหตุดราม่า Terra ล่ม 3AC มีเงินไม่พอในบัญชี และ เพิกเฉยต่อการแจ้งเตือนของ FTX นานกว่า 6 ชั่วโมง
- แทนที่จะเติมเงินกลับไป 3AC ดึง ETH ออกมาอีก 18 ล้านดอลลาร์
- การบังคับขายของ FTX ช่วยรักษามูลค่าสินทรัพย์ เพราะหากไม่ทำ บัญชีจะติดลบ 18 ล้านดอลลาร์ในวันที่ FTX ล้มละลาย
FTX ยังแนบรายงานจาก Steven P. Coverick (Alvarez & Marsal) ที่ระบุว่าการขายเป็นไปอย่างเหมาะสม รวมถึงความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญกฎหมายใน British Virgin Islands ที่บอกว่าแนวทางของ 3AC “ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย”
FTX มองว่า 3AC พยายาม "ใช้ระบบ" เพื่ออุดรูการล้มละลายของตัวเอง
FTX ชี้ว่า 3AC กำลังพยายามเคลมเงินจากทรัพย์สินของ FTX เพื่อลดปัญหาในการชำระหนี้ของตัวเอง ซึ่งจะเป็นการ เบียดเบียนเจ้าหนี้รายอื่นของ FTX ที่มีสิทธิชอบธรรมมากกว่า
“FTX ไม่ควรต้องเป็นคนรับผิดชอบจากกลยุทธ์การเทรดที่ล้มเหลวของ 3AC” — ทีมกฎหมาย FTX
ตอนนี้ 3AC ต้องยื่นคำชี้แจงกลับภายในวันที่ 11 กรกฎาคม และมีการนัดไต่สวน (ไม่ใช่แบบพิสูจน์หลักฐาน) ในวันที่ 12 สิงหาคมนี้
อ้างอิง : theblock.co