โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ไทยพาณิชย์ มองเงินบาทอ่อนค่าเร็ว เหนือ 32.50 บาท เป็นจังหวะให้ผู้ส่งออกขาย ก่อนที่เงินบาทจะกลับมาแข็งค่า รับแนวโน้มดีลการค้ากับสหรัฐฯ หลังเปิดช่องเจรจาอีก

BTimes

อัพเดต 09 ก.ค. 2568 เวลา 12.22 น. • เผยแพร่ 09 ก.ค. 2568 เวลา 03.50 น. • อัพเดตข่าวหุ้น ธุรกิจ การเงิน การลงทุน การตลาด การค้า สุขภาพ กับ บัญชา ชุมชัยเวทย์ - BTimes.Biz

นายวชิรวัฒน์ บานชื่น นักกลยุทธ์ตลาดการเงินอาวุโส สายงานตลาดการเงิน ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่าสหรัฐฯ ประกาศเก็บภาษีนำเข้าจากไทย 36% แต่จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม เป็นต้นไป โดยในระหว่างนี้ ทรัมป์ยังเปิดโอกาสให้ไทยเข้าเจรจาการค้ากับสหรัฐฯ และหากเป็นที่น่าพอใจก็พร้อมจะปรับลดอัตราภาษีลงให้ได้บางส่วน สำหรับผลกระทบต่อเงินบาท พบว่าเงินบาทยังทรงตัว หลังจากที่อ่อนค่าขึ้นไปราว 30 สตางค์ (ราว 0.9%) ตั้งแต่วันก่อน เพราะมีรายงานข่าวว่า ทรัมป์เตรียมขึ้นภาษีนำเข้าจากประเทศที่มีความเกี่ยวข้องกับกลุ่ม BRICS เพิ่มอีก 10% (จากเดิมที่ถูกเรียกเก็บที่ 10% อยู่แล้ว) จึงทำให้ดัชนีเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้น ขณะที่เงินเยน เงินวอน และเงินบาท อ่อนค่าลง

เงินบาทที่อ่อนค่าขึ้นไปเร็วเหนือระดับ 32.50 เป็นจังหวะดีที่ผู้ส่งออกจะรีบขาย USDTHB ในช่วงนี้ เนื่องจากมองว่ามีโอกาสที่ทรัมป์จะปรับลดอัตราภาษีต่อไทยลงได้ส่วนหนึ่งในระยะต่อไป โดยหากดูจากแถลงการณ์ของสหรัฐฯ จะพบว่าทางสหรัฐฯ เปิดช่องทางให้ไทยเจรจา โดยกล่าวว่าหากไทยสามารถ 1) เข้าไปลงทุนและผลิตสินค้าในสหรัฐฯ 2) นำเข้าสินค้าสหรัฐฯ มากขึ้น และ 3) ปรับลดอัตราภาษีนำเข้าที่เรียกเก็บจากสหรัฐฯ ก็อาจพิจารณาปรับลดอัตราภาษีนำเข้าลงได้

โดยล่าสุดทางการไทยได้ยื่นข้อเสนอล่าสุดต่อสหรัฐฯ ไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งค่อนข้างครอบคลุมกับสิ่งที่สหรัฐฯ เรียกร้องในแถลงการณ์ จึงมีโอกาสที่สหรัฐฯ จะลดภาษีลงได้ อย่างไรก็ดี หากประเมินจากข้อเสนอที่เวียดนามได้ยื่นให้แก่สหรัฐฯ และอัตราภาษีที่สหรัฐฯ เรียกเก็บจากเวียดนามที่ 20% ก็ทำให้อนุมานได้ว่า ไทยอาจถูกเก็บภาษีในอัตราที่สูงกว่า 20% ได้ จึงมองว่ามีโอกาสที่ไทยอาจถูกปรับลดภาษีลงมาอยู่ระหว่าง 20-35% ซึ่งอาจทำให้เงินบาทมีแนวโน้มแข็งค่าจากระดับปัจจุบันได้

สำหรับผู้ส่งออก USDTHB ที่ระดับราว 32.50-32.80 เป็นระดับที่ขายได้ โอกาสที่บาทจะอ่อนค่าแรงมีน้อยลงแล้ว เว้นแต่สถานการณ์การเมืองไทยจะแย่ลง โดยหากไม่สามารถโหวตเลือกนายกฯ ได้เร็ว หรือมีแนวโน้มที่จะยุบสภา ก็อาจทำให้บาทอ่อนค่าใกล้ระดับ 33.00 บาทต่อดอลลาร์ได้ สำหรับการเจรจาการค้ากับสหรัฐฯ สิ่งที่น่ากังวลคือเรื่องการสวมสิทธิ์ส่งออกของจีน ซึ่งยังไม่ถูกกล่าวถึงในแถลงการณ์ของสหรัฐฯ และเป็นปัญหาใหญ่ที่ไทยอาจต้องใช้เวลาในการแก้ไข หากประเด็นนี้ถูกหยิบยกมาใช้ต่อรองกับไทย ก็อาจเป็นเหตุให้ไทยถูกเรียกเก็บภาษีนำเข้าในอัตราสูงได้ และทำให้บาทอ่อนค่าต่อ

สำหรับผู้นำเข้า USDTHB ที่ระดับราว 32.00-32.30 เป็นระดับที่ซื้อได้ โดยนายวชิรวัฒน์มองว่า อาจให้รอการเจรจาการค้าระหว่างทางการไทยกับสหรัฐฯ ไปก่อน ซึ่งมองว่าที่ผ่านมา หลังจากที่สหรัฐฯ ประกาศขึ้นภาษี หรือขู่ว่าจะขึ้น จะพบว่าดัชนีเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นพร้อมกับสกุลเงินภูมิภาคที่อ่อนค่าลง อย่างไรก็ดี หลังจากที่มีการเลื่อน Deadline ออกไปหรือลดอัตราภาษีลงบางส่วน ค่าเงินภูมิภาคก็จะทยอยกลับมาแข็งค่าขึ้น ซึ่งในรอบนี้ SCB FM มองว่ามีโอกาสสูงที่เงินบาทจะทยอยกลับมาแข็งค่าในกรอบใกล้เคียงเดิม จึงแนะให้ลูกค้ารอเข้าซื้อได้ อย่างไรก็ดี ด้วยเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ (เช่น ตลาดแรงงาน) ที่ออกมาดี ทำให้โอกาสที่ Fed จะลดดอกเบี้ยลงเร็วมีน้อยลง จึงทำให้ดัชนีเงินดอลลาร์อาจไม่อ่อนค่าได้มากในระยะสั้นนี้ จึงมองว่าโอกาสที่เงินบาทจะแข็งค่าต่ำกว่า 32.00 มีไม่มากนัก แต่ในระยะยาว (เช่น ปลายไตรมาส 3) ก็อาจเห็นเงินบาทแข็งค่าต่ำกว่า 32.00 ได้ในบางช่วง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...