โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

ค้นบริษัทต่อใบอนุญาตต่างด้าว รีดหัวคิว พบคนไทยโอนเงินให้ จนท.กัมพูชา เงินหมุนเวียน 700 ล้าน

Khaosod

อัพเดต 03 ก.ค. 2568 เวลา 09.47 น. • เผยแพร่ 03 ก.ค. 2568 เวลา 09.47 น.

ดีเอสไอตรวจค้น 4 จุด บริษัทต่อใบอนุญาตต่างด้าว รีดหัวคิวกัมพูชาทั่วประเทศ พบคนไทยโอนเงินให้ จนท.ระดับสูงของเขมร หมุนเวียนกว่า 700 ล้าน จ่อขยายผลถึง จนท.กระทรวงแรงงานไทย

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 3 ก.ค.68 ที่บริษัทแห่งหนึ่ง ถนนไทยรามัญ แขวงสามวาตะวันตก เขตคลองสามวา กทม. พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีเศษ พร้อมด้วย ร.ต.อ.ทินวุฒิ สีละพัฒน์ ผอ.กองกิจการต่างประเทศและคดีอาชญากรรมระหว่างประเทศ พ.ต.ท.ธนวัฒน์ วงศ์อนันต์ชัย ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านคดีพิเศษ นายจินกร แก้วศรี รอง ผอ.กองคดีการฟอกเงินทางอาญา และเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ ลงพื้นที่ตรวจค้น 4 จุดเป้าหมายในกรุงเทพ เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานขบวนการรีดหัวคิวแรงงานนำไปฟอกเงินผ่านเจ้าหน้าที่กัมพูชา

พ.ต.ต.ยุทธนา เปิดเผยภายหลังเข้าตรวจค้นว่า ตนได้รับรายงานจากคณะพนักงานสืบสวน จึงได้ลงพื้นที่ตรวจค้นกลุ่มขบวนการรีดเงินค่าหัวคิวจากแรงงานต่างด้าว ซึ่งมาจากการปรับวิธีการต่อใบอนุญาตแรงงานต่างด้าว มาใช้วิธีระบบออนไลน์ รวมถึงจากข้อมูลการสืบสวนนั้น นอกจากแรงงานต่างด้าวจะต้องจ่ายค่าใบอนุญาต ค่าประกันสังคม ค่าตรวจสุขภาพแล้ว กลับยังต้องจ่ายเงินอีก 2,500 บาทต่อรายหรือมากกว่านั้น

โดยเป็นการจ่ายผ่านบัญชีม้าหรือบัญชีนอกระบบ ซึ่งถ้าหากคูณจำนวนแรงงานกัมพูชาที่มีประมาณกว่า 280,000 ราย จะพบว่า มีแรงงานกัมพูชาที่ได้ต่อใบอนุญาตไปแล้วประมาณ 180,000 ราย คำนวณเป็นเงินประมาณ 300-400 ล้านบาท แต่ถ้าต่อใบอนุญาตครบทุกคน จะมีเงินที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับแรงงานกัมพูชาตรงนี้สูงถึง 700 ล้านบาท นี่เป็นมูลค่าเพียงแรงงานกัมพูชาเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม การสืบสวนเส้นทางการเงินยังพบว่าโอนผ่านไปยังเจ้าหน้าที่กัมพูชา ซึ่งจะต้องนำไปขยายผลตรวจสอบว่ามีการอ้างชื่อ มีการใช้บัญชีม้า หรือเป็นตัวจริงหรือไม่อย่างไร ทั้งนี้ หลังจากเส้นเงินโอนผ่านไปยังเจ้าหน้าที่กัมพูชาแล้ว บางส่วนก็มีการวนกลับมายังบุคคลไทยอีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งเราตรวจพบจากรายการเดินบัญชีประมาณร้อยล้านบาทที่วนกลับมา แต่ก็ต้องไปขยายผลดูเรื่องบัญชีม้าต่อไป

พ.ต.ต.ยุทธนา เปิดเผยอีกว่า โดยพฤติการณ์ของกลุ่มขบวนการดังกล่าว พนักงานสืบสวนพบว่า หากแรงงานกัมพูชาไม่จ่ายค่าส่วนต่าง 2,500 บาทนี้ ก็มีการอ้างว่าระบบออนไลน์ในการต่อใบอนุญาตการทำงานจะไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้ ซึ่งจะทำให้แรงงานไม่ได้รับเอกสารสำหรับไปใช้ในการตรวจสุขภาพ หรือทำประกันต่างๆ หรือยื่นขอต่อวีซ่า ตรงนี้ถือเป็นความเดือดร้อนของแรงงานต่างด้าว ที่มาทำงานในไทยได้ค่าจ้างเพียง 300-400 บาท แต่กลับต้องมาจ่ายค่าเรียกเก็บหัวคิว

ทั้งนี้ อาจเป็นการร่วมกันทำระหว่างเจ้าหน้าที่กัมพูชาและไทย จึงต้องสืบสวนเพิ่มเติม ส่วนที่มาที่ไปของขบวนการรีดหัวคิว พบว่าเริ่มทำตั้งแต่เดือน พ.ย.67 นับตั้งแต่กระทรวงแรงงานของไทยได้มีประกาศกระทรวงแรงงาน ลงวันที่ 26 พ.ย.67 ผ่อนผันให้มีการต่อใบอนุญาตทำงานให้กับแรงงานต่างด้าว สัญชาติเมียนมา กัมพูชา ลาว และเวียดนาม ที่ครบกำหนดวันสิ้นสุดการอนุญาตในวันที่ 13 ก.พ.68

ซึ่งประกอบด้วย เมียนมา 2,012,856 คน กัมพูชา 287,557 คน ลาว 94,132 คน และเวียดนาม 3,673 คน โดยกำหนดเงื่อนไขใหม่ขึ้นมาว่าผู้ที่จะต่อใบอนุญาตทำงานได้ ต้องได้รับการรับรองจากสถานทูตและนายหน้าจัดหางาน จากประเทศต้นทางเสียก่อน จึงทำให้มีขบวนการเรียกรับเงินจากแรงงานต่างด้าวที่ต้องการจะต่อใบอนุญาตทำงานดังกล่าว

ส่วนจะมีความเชื่อมโยงกับคนในกระทรวงแรงงานหรือไม่ ก็ต้องสืบสวนให้ชัดเจน เพราะเราพบว่าปลายปี 67 ดังกล่าวมีการปรับระบบในการต่อใบอนุญาตแรงงานต่างด้าวขึ้นมา โดยระบบออนไลน์ ดังนั้น คนที่จะต่อใบอนุญาตจะต้องประสานผ่านบริษัทจัดหางาน และคนพวกนี้จะมีการคีย์เข้าระบบว่ามีแรงงานใดบ้างจะขอต่อใบอนุญาต รวมถึงมีการอ้างจ่ายค่าส่วนต่างตรงนี้ว่าแรงงานต้องจ่าย ระบบจึงจะดำเนินการได้

พ.ต.ต.ยุทธนา เปิดเผยอีกว่า สำหรับบัญชีม้าที่พบ เราเจอทั้งคนต่างด้าวและคนไทย ก็ต้องไปพิสูจน์ทราบต่อไป ส่วนประเด็นที่ปรากฏว่ามีเจ้าหน้าที่กัมพูชาเข้ามาเกี่ยวข้องกับขบวนการรีดค่าหัวคิวนั้น ในข้อมูลการสืบสวนเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูง ส่วนเส้นทางการเงินของเจ้าหน้าที่กัมพูชาระดับสูงที่โอนเงินมายังคนไทย ซึ่งคนไทยที่ว่านี้ไม่ใช่เจ้าหน้าที่ เเต่เป็นบุคคลหรือเป็นเอกชน ซึ่งก็อาจจะเป็นตัวแทนหรือนอมินีก็ได้

โดยเบื้องต้นพบเจ้าหน้าที่กัมพูชาประมาณ 2-3 ราย ขณะที่มูลค่าเงินที่โอนจากฝั่งไทยไปยังเจ้าหน้าที่กัมพูชา ประมาณ 100 ล้านบาท แต่ตอนนี้ยังอยู่ระหว่างรวบรวมรายการเดินบัญชีจากธนาคารต่างๆ คาดว่าอาจมีสูงกว่านี้ ส่วนค่าหัวคิว 2,500 บาทที่ได้จากการแรงงานต่างด้าว เมื่อไปดูขั้นตอนการแบ่งเปอร์เซ็นต์กันของคนไทยและเจ้าหน้าที่กัมพูชาที่ทำร่วมกัน พบว่าเปอร์เซ็นต์ไม่แน่นอน

นอกจากนี้ หากดูสถิติการต่อใบอนุญาตแรงงานกัมพูชาที่ต่อไปแล้ว 180,000 ราย ดังนั้น หากเป็นไปตามการสืบสวน ที่อ้างว่าไม่จ่ายจะต่อใบอนุญาตไม่ได้ เงินจะสูงถึง 400-500 ล้านบาท ซึ่งเงินส่วนนี้คือเงินที่ไหลออกนอกระบบผ่านบัญชีม้า

พ.ต.ต.ยุทธนา เปิดเผยอีกว่า การกระทำความผิดเกี่ยวกับเรื่องเงิน มันคือการกระทำผิดในมูลฐานความผิดฟอกเงิน ดังนั้นการได้ทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดและมีการโอนผ่านบัญชีม้าหรือบุคคลอื่น ก็ถือเป็นพฤติการณ์ปกปิดอำพรางและเปลี่ยนแปลงสภาพทรัพย์สิน เข้าข่ายเป็นการฟอกเงิน แล้วยังมีการโอนไปยังต่างประเทศ และโอนกลับมาไทยอีกนั้น ก็เป็นการปกปิด เข้าข่ายเป็นความผิดอาญาฐานฟอกเงินด้วย แต่ต้องขยายผลก่อน ส่วนเรื่องความเกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่กัมพูชานั้น เราทราบเบาะแสแล้ว แต่ขอให้สืบสวนอย่างชัดเจนก่อน รวมไปถึงการสันนิษฐานว่าอาจมีเจ้าหน้าที่ไทยไปเกี่ยวข้อง ก็ต้องสืบสวนให้ชัดเจน

พ.ต.ต.ยุทธนา เปิดเผยต่อว่า สำหรับจุดเป้าหมายที่ตรวจค้นในวันนี้ซึ่งเป็นสำนักงานพบว่ามีเจ้าของเป็นคนไทย และทำธุรกิจโดยคนไทย เพียงแต่ว่ามีผลประโยชน์ทั้งฝ่ายไทยและฝ่ายกัมพูชา ส่วนการแบ่งหน้าที่กันทำ โดยเฉพาะในส่วนการเรียกหักค่าหัวคิวแรงงาน 2,500 บาทต่อรายนั้น พบว่ามีบุคคลที่คอยชี้บอกว่าจะต้องจ่ายเงินส่วนต่างจำนวนดังกล่าวผ่านบัญชีตามที่กำหนด ซึ่งที่เราพบก็คือบัญชีที่ผ่านไปยังเจ้าหน้าที่ของกัมพูชา

โดยพฤติการณ์ คือ คนไทยไปพูดกับคนไทยเรื่องการหักค่าหัวคิวดังกล่าวกับแรงงานกัมพูชา ว่าต้องจ่าย 2,500 บาท ทั้งนี้ พบว่าบุคคลที่อยู่ในขบวนการเครือข่ายนี้มีประมาณมากกว่า 10 ราย กระจายในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ส่วนคนงานที่ถูกหักค่าหัวคิวส่วนใหญ่เป็นผู้ใช้แรงงาน ซึ่งแรงงานกัมพูชาเพียงอย่างเดียวก็ประมาณ 280,000 ราย ขณะที่แรงงานเมียนมา ประมาณ 2,000,000 ราย ดังนั้น หากรวมจำนวนแรงงานเกือบทุกสัญชาติ (ลาว กัมพูชา เมียนมา เวียดนาม) และไปเก็บค่าหัวคิวรายละ 2,500 บาท มันจะมีเงินที่ถูกใช้ในขบวนการดังกล่าวทั้งสิ้น 6,000 ล้านบาท

ซึ่งโดยปกติแล้วแรงงานจะจ่ายเงินค่าใช้จ่ายต่างๆ ประมาณ 3,700 บาทต่อราย ก็จะเป็นค่าประกันสังคม ค่าตรวจสุขภาพ ค่าต่อใบอนุญาต แต่มีการไปถูกบวกเพิ่มเรื่องการต่อใบอนุญาตระบบออนไลน์อีก 2,500 บาท ซึ่งการต่อใบอนุญาตดังกล่าวเกิดขึ้นสองปีครั้ง ตอนนี้พบเพียงแรงงานกัมพูชาที่ถูกอ้างเรื่องการต่อใบอนุญาตผ่านระบบออนไลน์เท่านั้น จึงพบว่ามีเรื่องของผลประโยชน์ร่วมกันเกิดขึ้น

เมื่อถามว่าขอบเขตการรับผิดชอบดังกล่าวจะอยู่ที่กระทรวงแรงงานไทยและกระทรวงแรงงานกัมพูชา ใช่หรือไม่นั้น พ.ต.ต.ยุทธนา กล่าวว่า ใช่ แต่ก็ต้องมีหลักฐานชัดเจนก่อนว่าเป็นเจ้าหน้าที่รัฐหรือไม่ แต่ปฎิเสธไม่ได้ว่าเนื้อหาลักษณะของงานอยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงแรงงาน ส่วนจะเป็นเจ้าที่ภายในกระทรวงแรงงานด้วยหรือไม่นั้น ต้องขยายผลต่อไป

เมื่อถามว่ากลุ่มเจ้าหน้าที่ระดับใดของกระทรวงแรงงานที่จะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการออกใบอนุญาตการต่ออายุของแรงงานต่างด้าว พ.ต.ต.ยุทธนา กล่าวว่า มีตั้งแต่ระดับปฏิบัติงานจนถึงผู้ที่สามารถอนุมัติได้ นอกจากนี้ การลงพื้นที่เปิดปฏิบัติการตรวจค้นเป้าหมาย 4 จุดในวันนี้ ประกอบด้วยบริเวณพื้นที่ถนนไทยรามัญ แขวงสามวาตะวันตก เขตคลองสามวา กทม. จำนวน 2 จุด และอีก 2 จุด อยู่ที่บริเวณถนนแจ้งวัฒนะ กทม. เบื้องต้นวันนี้ได้สอบสวนปากคำพยานบุคคลไปแล้ว 2 ราย คือเจ้าของบริษัทและพนักงาน

ขณะที่ พ.ต.ท.ธนวัฒน์ วงศ์อนันต์ชัย ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านคดีพิเศษ เปิดเผยว่า วันนี้ได้ตรวจยึดพยานเอกสารประเภท หลักฐานที่ใช้ในการต่อใบอนุญาตแรงงานต่างด้าว และเอกสารอนุมัติ เป็นต้น ซึ่งมีเอกสารจำนวนมาก และเชื่อว่ายังมีเอกสารที่ถูกจัดเก็บกระจายไปยังสำนักงานจุดอื่นอีกมาก

ทั้งนี้กรมสอบสวนคดีพิเศษ รายงานว่า กรณีนี้สืบเนื่องจากได้รับหนังสือร้องเรียนจากผู้ใช้ชื่อว่า "กลุ่มนายจ้าง“ ที่ได้รับความเดือดร้อน ร้องเรียนว่า ตามที่กระทรวงแรงงานของไทยได้มีประกาศกระทรวงแรงงาน ลงวันที่ 26 พ.ย.67 ผ่อนผันให้มีการต่อใบอนุญาตทำงานให้กับแรงงานต่างด้าว สัญชาติเมียนมา กัมพูชา ลาว และเวียดนาม ที่ครบกำหนดวันสิ้นสุดการอนุญาตในวันที่ 13 ก.พ.68

ซึ่งประกอบด้วย เมียนมา 2,012,856 คน กัมพูชา 287,557 คน ลาว 94,132 คน และเวียดนาม 3,673 คน โดยกำหนดเงื่อนไขใหม่ขึ้นมาว่าผู้ที่จะต่อใบอนุญาตทำงานได้ ต้องได้รับการรับรองจากสถานทูตและนายหน้าจัดหางาน จากประเทศต้นทางเสียก่อน จึงทำให้มีขบวนการเรียกรับเงินจากแรงงานต่างด้าวที่ต้องการจะต่อใบอนุญาตทำงานดังกล่าว โดยแรงงานต่างด้าวแต่ละคน จะจ่ายเงินเพิ่มเติมจากค่าใช้จ่ายปกติตามที่ทางราชการกำหนด อีกรายละ 2,500 บาท โดยการบอกกล่าวจากนายหน้าคนไทย เป็นคนแจ้งไปยังนายจ้างและแรงงานต่างด้าวให้โอนเงินส่วนนี้ผ่านบัญชีม้า ซึ่งเป็นบัญชีของคนต่างด้าวด้วยกัน หากไม่จ่ายเงินส่วนนี้ก็จะไม่ได้รับการอนุมัติให้ต่อใบอนุญาตทำให้แรงงานต่างด้าวเกิดความกลัวว่าจะถูกจับกุม จึงยอมทำตาม สร้างความเสียหายให้กับแรงงานต่างด้าว นายจ้าง และบริษัทผู้รับจ้าง

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ค้นบริษัทต่อใบอนุญาตต่างด้าว รีดหัวคิว พบคนไทยโอนเงินให้ จนท.กัมพูชา เงินหมุนเวียน 700 ล้าน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...