โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“คลัง” เตรียม Soft Loan 2 แสนล้าน งบกระตุ้นเศรษฐกิจ 1.57 แสนล้าน อุ้มผู้ได้รับผลกระทบภาษีทรัมป์

การเงินธนาคาร

อัพเดต 18 ก.ค. 2568 เวลา 11.06 น. • เผยแพร่ 18 ก.ค. 2568 เวลา 04.06 น.

"เผ่าภูมิ" ย้ำเกมภาษีทรัมป์ผู้ชนะคือประเทศที่ได้ประโยชน์สูงสุด ทั้งผู้ส่งออกและผู้ผลิตในประเทศต้องสมดุล มองข้อเสนอภาษี 2 เรทเชื่อไทยมีซัพพลายเชนลึกได้เปรียบเวียดนาม เตรียม Soft Loan 2 แสนล้าน และมาตราการการเงิน 1.57 แสนล้าน กระตุ้นเศรษฐกิจรับมือผลกระทบดัน Financial Hub, แก้หนี้ประชาชน, ดึงเม็ดเงินคริปโตฯ และขับเคลื่อน Soft Power

นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงทิศทางการเจรจาภาษีทรัมป์ และมาตรการรับมือผลกระทบทางเศรษฐกิจ ในงานสัมมนา “ปลดล็อก อนาคตประเทศไทย สู้วิกฤติโลก UNLOCKING THAILAND’S FUTURE” จัดโดย อสมท. โดยเน้นย้ำว่า "ผู้ชนะไม่ใช่ประเทศที่ได้เรทที่ต่ำที่สุด แต่ผู้ชนะคือประเทศที่ได้ดีลที่ดีที่สุด ซึ่งดีลที่ดีที่สุดนั้นก็คือประเทศได้อะไรและประเทศเสียอะไร"

นายเผ่าภูมิอธิบายว่า เรื่องของภาษีต้องคำนึงถึง 2 ส่วน คือผู้ส่งออกที่จะได้รับผลกระทบจากภาษีและ สิ่งที่ประเทศจะต้องนำไปแลกเปลี่ยน ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อผู้ผลิตในประเทศ ทั้งสองส่วนนี้จะต้องถูกทำให้เกิดความสมดุล โดยทีมเจรจาของไทยกำลังดำเนินการในเรื่องนี้อย่างเต็มที่ เพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชนทั้งประเทศ

เจาะลึกภาษีทรัมป์: ไทยได้เปรียบเวียดนาม?

รมช.คลัง ชี้ให้เห็นถึงความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการเปรียบเทียบดีลภาษีกับประเทศอื่น โดยยกตัวอย่างเวียดนามที่มักถูกมองว่าได้ดีลภาษี 20% แต่ในความเป็นจริง ภาษีเวียดนามแบ่งเป็น 2 เรทคือ 20% และ 40% โดยมีเส้นแบ่งที่ Regional Value Content (RVC) หรือสัดส่วนการผลิตในภูมิภาค หากการผลิตในภูมิภาคเยอะจะเสียภาษี 20% แต่หากเกินเส้นแบ่งนั้นจะเสีย 40% ซึ่งส่วนใหญ่เวียดนามมักจะเสียภาษีในอัตรา 40%

นายเผ่าภูมิกล่าวว่า หากเทียบกับเศรษฐกิจของประเทศไทย ซึ่งมีการผลิตและซัพพลายเชนที่ยาวและลึกกว่า นั่นหมายความว่าไทยผลิตโดยใช้ Local Content มากกว่า ดังนั้น"ถ้าเจอเรทเดียวกันเราจะได้เปรียบ เพราะฉะนั้นเวลาดูต้องดูให้ลึกๆ ว่าเวียดนามไม่ใช่เสีย 20% ทั้งหมด" และในการเจรจาของประเทศไทย หากจะต้องมี 2 เรทเช่นกัน ก็ต้องย้อนกลับมาดูว่าเส้นแบ่ง RVC ที่ไทยจะได้รับนั้นอยู่ที่กี่เปอร์เซ็นต์ ซึ่งคงไม่ได้ดูเพียงแค่อัตราภาษีสุดท้ายเท่านั้น แต่ต้องพิจารณารายละเอียดภายในอีกมาก

มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและรับมือผลกระทบ

เพื่อรับมือกับผลกระทบจากภาษีทรัมป์และความผันผวนทางเศรษฐกิจในภาพรวม กระทรวงการคลังได้เตรียมมาตรการทั้งทางการเงินและทางการคลัง:

มาตรการทางการเงิน:

  • เตรียม Soft Loan วงเงิน 200,000 ล้านบาท ผ่านธนาคารออมสิน ธนาคารรัฐ และธนาคารเอกชน เพื่อกระจายเม็ดเงิน
    • สำหรับสินเชื่อเดิม จะมีมาตรการ พักหนี้และลดดอกเบี้ย
    • สำหรับสินเชื่อใหม่ จะเชื่อมโยงกับ Soft Loan และมีสินเชื่อเพื่อสนับสนุนให้ผู้ประกอบการ หาตลาดใหม่ๆ โดยใช้โครงสร้างสินเชื่อและภาษีในการสนับสนุนและสร้างแรงจูงใจ

มาตรการทางการคลัง:

มีงบกระตุ้นเศรษฐกิจ 157,000 ล้านบาทโดย ครม.ได้อนุมัติไปแล้ว 115,000 ล้านบาทในส่วนของโครงสร้างพื้นฐาน

เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการทำให้ภายในประเทศแข็งแกร่ง เพื่อรับมือกับความไม่แน่นอนจากต่างประเทศ โดยจะเน้นการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานขนาดเล็กและกระจายตัว ในด้านคมนาคมและการชลประทาน เพื่อสร้างการจ้างงานและพัฒนาเศรษฐกิจ

เดินหน้าแผนยุทธศาสตร์พลิกฟื้นประเทศ

นอกจากมาตรการเฉพาะหน้าแล้ว รัฐบาลยังคงเดินหน้าแผนยุทธศาสตร์ระยะยาวที่สำคัญหลายประการ:

  • Financial Hub (ศูนย์กลางทางการเงิน): รัฐบาลกำลังดำเนินการเพื่อทำให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางทางการเงิน โดยธรรมชาติแล้ว เม็ดเงินจะไหลเข้าสู่ประเทศที่มีผลตอบแทนสูง ทำธุรกิจได้ง่าย และมีกฎหมายที่เอื้ออำนวย ซึ่งขณะนี้กำลังร่างกฎหมายใหม่และสร้างองค์กรเพื่อกำกับดูแล ออกใบอนุญาต และสนับสนุน Financial Hub ทั้งระบบ โดย ครม. ได้อนุมัติหลักการและส่งเข้าสภาเพื่อเป็นวาระแรกแล้ว
    • แก้หนี้ประชาชนทั้งระบบ: รัฐบาลให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาหนี้สินของประชาชน ทั้งหนี้ในระบบและหนี้นอกระบบ โดยเฉพาะหนี้นอกระบบที่ต้องรีบกำจัดและดึงเข้ามาในระบบ ผ่านโครงการต่างๆ ที่กระทรวงการคลังจะร่วมกับกระทรวงมหาดไทยดำเนินการอย่างมีประสิทธิภาพ
    • ดึงเม็ดเงินใหม่ๆ: รัฐบาลกำลังศึกษาและดำเนินการเกี่ยวกับ คริปโตเคอร์เรนซี เพื่อให้นักท่องเที่ยวหรือนักลงทุนต่างชาติสามารถนำมาใช้จ่ายและกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านกลไกต่างๆ ที่กำลังจัดทำอยู่
    • Soft Power: นายเผ่าภูมิกล่าวว่า Soft Power เป็นสิ่งสำคัญที่รัฐบาลกำลังพยายามผลักดัน เพราะคนไทยมีศักยภาพที่ซ่อนอยู่จำนวนมาก แต่ที่ผ่านมายังไม่ได้ถูกดึงออกมาใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่ การดึงศักยภาพเหล่านี้ออกมาคือการสร้าง เม็ดเงินมหาศาล ที่ซ่อนตัวอยู่ และจะเป็นการสร้างเม็ดเงินใหม่ๆ ให้กับประเทศ

อ่านข่าว เศรษฐกิจทั่วไทย ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...