โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ชัยชนะของทรัมป์! สภาล่างสหรัฐผ่านร่างกฎหมายสกุลเงินดิจิทัล 3 ฉบับ

เดลินิวส์

อัพเดต 18 ก.ค. 2568 เวลา 14.11 น. • เผยแพร่ 18 ก.ค. 2568 เวลา 07.03 น. • เดลินิวส์
สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ มีมติผ่านร่างกฎหมายสกุลเงินดิจิทัลสำคัญ 3 ฉบับ นับเป็นการเติมเต็มคำมั่นสัญญาของรัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ที่มีต่ออุตสาหกรรมซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นที่ถกเถียง

สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 18 ก.ค. ว่า สมาชิกสภานิติบัญญัติของสหรัฐ ให้การอนุมัติกฎหมายแคลริตี (CLARITY Act) อย่างง่ายดาย โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างกรอบการกำกับดูแลที่ชัดเจนยิ่งขึ้น สำหรับสกุลเงินดิจิทัล และสินทรัพย์ดิจิทัลอื่น ๆ

ร่างกฎหมายดังกล่าว มีจุดประสงค์เพื่อชี้แจงกฎระเบียบของอุตสาหกรรม และแบ่งอำนาจการกำกับดูแล ระหว่างคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (เอสอีซี) กับคณะกรรมการกำกับการซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์ล่วงหน้า (ซีเอฟทีซี)

นอกจากนี้ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ ยังผ่านกฎหมายจีเนียส (GENIUS Act) ซึ่งประมวลการใช้สเตเบิลคอยน์ หรือสกุลเงินดิจิทัลที่ผูกติดกับสินทรัพย์ที่มีความเสถียร เช่น สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ หรือพันธบัตรสหรัฐ รวมถึงกำหนดกฎระเบียบต่าง ๆ เช่น ผู้ออกสเตเบิลคอยน์ ต้องมีทรัพย์สินสภาพคล่องสำรอง มูลค่าเท่ากับสกุลเงินดิจิทัลที่ตนเองถือครองอยู่

สำหรับร่างกฎหมายฉบับที่สาม ซึ่งได้รับการอนุมัติจากสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ ที่นำโดยพรรครีพับลิกัน คือ กฎหมายเฝ้าระวังต่อต้านสกุลเงินดิจิทัลของธนาคารกลาง ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อขัดขวางการออกสกุลเงินดิจิทัลของธนาคารกลาง (ซีบีดีซี) หรือเงินดอลลาร์สหรัฐดิจิทัลที่ออกโดยธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) แม้ในปัจจุบันยังไม่มีแผนสำหรับความพยายามดังกล่าวก็ตาม

ด้านสมาชิกพรรครีพับลิกันให้เหตุผลว่า ซีบีดีซีอาจทำให้รัฐบาลกลางตรวจสอบ ติดตาม และควบคุมธุรกรรมทางการเงินของประชาชนทั่วไป ซึ่งถือเป็นการบ่อนทำลายความเป็นส่วนตัว และเสรีภาพพลเมือง

อนึ่ง การผ่านกฎหมายทั้งสามฉบับนี้ มีขึ้นหลังเกิดความสงสัยต่อสกุลเงินดิจิทัลมานานหลายปี โดยได้รับแรงหนุนจากความเชื่อที่ว่า ภาคส่วนที่เกิดจากความสำเร็จของบิตคอยน์เช่นนี้ ควรได้รับการควบคุมอย่างเข้มงวด และแยกออกจากกลุ่มนักลงทุนกระแสหลัก.

เครดิตภาพ : AFP

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...