โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

เสื้อแดงโคราชไม่หวั่นม็อบ ฟันธงล้มรัฐบาลไม่ได้

ข่าวเวิร์คพอยท์ 23

อัพเดต 26 มิ.ย. 2568 เวลา 04.11 น. • เผยแพร่ 26 มิ.ย. 2568 เวลา 04.11 น. • ข่าวเวิร์คพอยท์

(26 มิ.ย. 68) ภายหลังจากกลุ่ม "รวมพลังแผ่นดิน" ได้ออกมาประกาศจะจัดการชุมนุมใหญ่ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ กรุงเทพมหานคร ในวันที่ 28 มิ.ย. 68 นี้ เพื่อเรียกร้องให้ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ลาออกจากตำแหน่ง หลังจากกรณีคลิปเสียงหลุดที่เผยบทสนทนากับสมเด็จฮุน เซน อดีตนายกรัฐมนตรีกัมพูชา ซึ่งถูกกล่าวหาว่าส่งผลกระทบต่ออธิปไตยและความมั่นคงของชาติ การชุมนุมครั้งนี้ได้จุดกระแสการเมืองให้ร้อนระอุ และสร้างความแตกแยกในความคิดเห็นของประชาชนเป็นวงกว้าง โดยเฉพาะเมื่อวันที่ 21 มิ.ย. 68 ได้มีกลุ่มประชาชนคนโคราชกว่า 200 คน ออกมาชุมนุมที่ลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี (ลานย่าโม) พร้อมกับประกาศจะระดมคนไปร่วมชุมนุมใหญ่ที่กรุงเทพมหานคร ในวันที่ 28 มิ.ย. นี้ด้วย

ล่าสุด วันนี้ ผู้สื่อข่าวได้สอบถามความเห็นของกลุ่มคนเสื้อแดงโคราช โดยนายสมโภชน์ ประสาทไทย แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงอำเภอเมืองนครราชสีมา กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า ไม่ได้รู้สึกวิตกกังวลอะไรกับการชุมนุมขับไล่นายกรัฐมนตรีในครั้งนี้ และความเห็นต่างก็เป็นเรื่องปกติของระบอบประชาธิปไตย แต่ควรให้อยู่ในขอบเขตของข้อกฎหมาย และเชื่อว่าการชุมนุมจะไม่บานปลายถึงกับให้นายกรัฐมนตรีต้องลาออกแน่นอน

ด้านนายเทพบุตร แสงสุข กลุ่มคนเสื้อแดงโคราช กล่าวว่า ตนยังคงยืนยันที่จะสนับสนุนรัฐบาลของน.ส.แพทองธาร ชินวัตร และขอยืนหยัดอยู่ในจุดยืนเดิม โดยไม่หวั่นไหวกับการเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ชุมนุมที่ออกมาเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีลาออก ตนไม่เชื่อว่าการชุมนุมครั้งนี้จะสามารถล้มรัฐบาลได้ เพราะในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา แทบไม่มีม็อบไหนที่สามารถโค่นล้มรัฐบาลได้อย่างแท้จริง และโดยเฉพาะการชุมนุมครั้งนี้ที่มีข้อจำกัดหลายด้าน ทั้งในเรื่องของเวลา ซึ่งกำหนดไว้เพียงช่วงเย็นจนถึงค่ำ และสถานที่อย่างอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ซึ่งไม่เกี่ยวข้องโดยตรงกับทำเนียบรัฐบาล

ตนมองว่าการเคลื่อนไหวครั้งนี้เป็นเพียงสัญลักษณ์มากกว่า ที่ต้องการรักษากระแสของกลุ่มไว้ ไม่ให้ขบวนการเคลื่อนไหวของตนเองเงียบหายไปจากสังคม ทั้งนี้ ตนยอมรับว่าประชาชนบางส่วนอาจเข้าใจในเหตุผลของกลุ่มผู้ชุมนุม แต่ก็ไม่ใช่เหตุผลที่มีน้ำหนักพอจะกดดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองได้อย่างจริงจัง ตนมีความมั่นใจอย่างมากว่าการชุมนุมนี้ไม่น่าจะติดกระแสหรือประสบความสำเร็จแต่อย่างใด

และในส่วนของกลุ่มคนเสื้อแดงโคราช ก็จะไม่มีการจัดม็อบเพื่อเผชิญหน้ากับฝ่ายตรงข้าม แต่จะยังคงอยู่ในพื้นที่ฐานที่มั่น และส่งสารสนับสนุนรัฐบาลผ่านช่องทางอื่นแทน ตนยังเน้นย้ำถึงความจำเป็นที่ประเทศจะต้องมีรัฐบาลที่มีอำนาจเต็มในการบริหารจัดการประเทศ เพราะหากนายกรัฐมนตรีลาออกหรือยุบสภา ประเทศจะต้องอยู่ภายใต้รัฐบาลรักษาการ ซึ่งไม่มีอำนาจเต็มในการบริหาร และนั่นจะเป็นช่องว่างให้ประเทศเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชา ใช้ประโยชน์จากสถานการณ์ได้ ตนจึงเห็นว่าการมีรัฐบาลที่เข้มแข็ง และสามารถตัดสินใจได้อย่างเด็ดขาด เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในช่วงเวลานี้ ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตามที่ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ไม่จำเป็นต้องเป็น น.ส.แพทองธาร ชินวัตร เท่านั้น แต่ประเทศต้องมีผู้นำ และรัฐบาลที่มีอำนาจเต็มเพื่อรักษาเสถียรภาพและความมั่นคงของชาติ

ด้านนายสุพจน์ พิริยะเกียรติสกุล แกนนำกลุ่มมวลชนคนโคราช และอดีตแกนนำกปปส.โคราชเปิดเผยว่า ในวันที่ 28 มิ.ย.นี้ เวลา 09.00น.กลุ่มมวลชนคนโคราชได้นัดรวมตัวกันที่หน้าอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี(ย่าโม)เพื่อขึ้นรถทัวร์โดยสารจำนวน 3 คัน และรถตู้อีก 10 คัน เดินทางไปร่วมชุมนุมกับกลุ่ม คปท.ที่กรุงเทพฯขับไล่นายกรัฐมนตรีแพรทองธาร ชินวัตร เพราะพวกเราเห็นว่านายกรัฐมนตรีไทยคนปัจจุบันหมดความชอบธรรมที่จะบริหารประเทศแล้ว อยู่ต่อไปก็อายชาวโลกและจะทำให้ชาติไทยเสียหายไปมากกว่านี้ ควรลาออกเพื่อแสดงความรับผิดชอบกับการกระทำของตนเองส่วนจะเลือกนายกรัฐมนตรีใหม่แล้วจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่นั้นก็เป็นเรื่องของรัฐสภาแต่จะให้ดีที่สุดคือยุบสภาคืนอำนาจให้กับประชาชนจะเป็นทางออกสุดท้าย. สำหรับกลุ่มมวลชนคนโคราชที่จะไปร่วมชุมนุมที่กทม.คาดว่าไม่ต่ำกว่า 400 คน นายสุพจน์ฯกล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...