กาญจนบุรี – กรมชลประทาน ลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้า “โครงการอ่างเก็บน้ำลำตะเพินตอนบน (ระบบผันน้ำ)” จ.สุพรรณบุรีและกาญจนบุรี
วันที่ 15 กรกฎาคม 2568 นายพิเชษฐ รัตนปราสาทกุล ผู้อำนวยการสำนักออกแบบและสถาปัตยกรรม กรมชลประทาน พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร และสื่อมวลชน ลงพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี เพื่อติดตามความก้าวหน้าของงานจ้างสำรวจและออกแบบ “โครงการอ่างเก็บน้ำลำตะเพินตอนบน (ระบบผันน้ำ)” ซึ่งครอบคลุมพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรีและกาญจนบุรี โดยได้ลงพื้นที่ที่สำนักชลประทานที่ 13 และเขื่อนแม่กลอง อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี
นายพิเชษฐ รัตนปราสาทกุล กล่าวว่า พื้นที่รอยต่อระหว่างจังหวัดกาญจนบุรีและสุพรรณบุรี ได้แก่ อำเภอหนองปรือ อำเภอเลาขวัญ จังหวัดกาญจนบุรี และอำเภอด่านช้าง อำเภอหนองหญ้าไซ จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นพื้นที่ที่มีสภาพแห้งแล้ง การพัฒนาแหล่งน้ำส่วนใหญ่เป็นโครงการขนาดเล็ก เช่น อ่างเก็บน้ำและฝายทดน้ำตามลำห้วยต่างๆ โดยมีเพียงอ่างเก็บน้ำลำตะเพิน ซึ่งเป็นโครงการขนาดกลาง มีความจุประมาณ 50 ล้านลูกบาศก์เมตร แต่ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้น้ำในพื้นที่โดยรอบ
พื้นที่ลุ่มน้ำห้วยตะเพินตอนบน หรือบริเวณเหนืออ่างเก็บน้ำลำตะเพินในปัจจุบัน มีศักยภาพด้านปริมาณน้ำท่าค่อนข้างมาก โดยมีค่าเฉลี่ยน้ำท่ารายปีที่ไหลลงสู่อ่างอยู่ที่ประมาณ 78.56 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งสามารถผันน้ำไปช่วยเหลือพื้นที่เกษตรกรรมในจังหวัดสุพรรณบุรีและกาญจนบุรีได้ ก่อนหน้านี้ได้มีการสำรวจและออกแบบอ่างเก็บน้ำลำตะเพินตอนบนแล้ว ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการสำรวจและออกแบบระบบผันน้ำเพิ่มเติม
การออกแบบแนวท่อผันน้ำจะวางแนวไปตามถนนเดิมเป็นหลัก โดย ท่อผันน้ำสายหลัก (MP)มีความยาวประมาณ 34.9 กิโลเมตร ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 1.80 เมตร สามารถบริหารจัดการน้ำให้พื้นที่ชลประทานได้ประมาณ 13,500 ไร่
จากนั้นจะมีท่อผันน้ำแยกออกจากสายหลัก เป็น ท่อผันน้ำสายหลักที่ 1 (MP1)ความยาวประมาณ 29.8 กิโลเมตร ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางตั้งแต่ 1.00 – 0.20 เมตร สามารถผันน้ำได้เกือบตลอดทั้งปี เพื่อส่งน้ำไปยังพื้นที่เกษตรกรรมในตำบลหนองฝ้าย อำเภอเลาขวัญ (บางส่วน) และพื้นที่ชลประทานเปิดใหม่ในตำบลหนองนกแก้ว และตำบลทุ่งกระบ่ำ อำเภอเลาขวัญ จังหวัดกาญจนบุรี รวมทั้งผันน้ำเติมให้อ่างเก็บน้ำห้วยเทียน และสระเก็บน้ำต่างๆ ตามแนวท่อ รวมพื้นที่ชลประทานที่ได้รับประโยชน์ประมาณ 23,923 ไร่
ส่วน ท่อผันน้ำสายหลักที่ 2 (MP2)มีความยาวประมาณ 20.7 กิโลเมตร ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 1.50 – 1.00 เมตร จะใช้ผันน้ำในช่วงฤดูฝนเป็นหลัก ส่งไปยังพื้นที่อำเภอด่านช้าง และอำเภอหนองหญ้าไซ จังหวัดสุพรรณบุรี โดยจะผันน้ำไปเติมอ่างเก็บน้ำห้วยตะเคียน อ่างเก็บน้ำพุปลาก้าง และในอนาคตจะผันไปเติมอ่างเก็บน้ำห้วยทวีป รวมถึงคลองส่งน้ำชลประทานตลอดแนวถนนสาย 333 ซึ่งจะช่วยให้พื้นที่ชลประทานได้รับประโยชน์รวมประมาณ 19,690 ไร่
โครงการนี้จะช่วยเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนเพื่อสนับสนุนการเกษตรและการอุปโภค-บริโภคให้แก่ประชาชนในพื้นที่อำเภอหนองปรือ อำเภอเลาขวัญ จังหวัดกาญจนบุรี และอำเภอด่านช้าง อำเภอหนองหญ้าไซ จังหวัดสุพรรณบุรี
ทั้งนี้ ตลอดกระบวนการดำเนินงาน กรมชลประทานได้จัดกิจกรรมเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น ผ่านการประชุมหารือและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การพัฒนาโครงการสอดคล้องกับความต้องการของประชาชนในพื้นที่ให้ได้มากที่สุด
สำหรับงานสำรวจและออกแบบระบบผันน้ำ คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนพฤศจิกายน 2568 และกรมชลประทานจะดำเนินการขออนุมัติงบประมาณจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อไป ทั้งนี้ ยังไม่สามารถระบุระยะเวลาในการดำเนินการขั้นต่อไปได้อย่างชัดเจน.