โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ทรัมป์อ้าง ถ้วยแชมป์สโมสรโลก จะตั้งอยู่ในห้องทำงานรูปไข่ตลอดไป

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 15 ก.ค. 2568 เวลา 03.59 น.
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ อ้างว่า ถ้วยแชมป์ฟุตบอลสโมสรโลก ที่ตั้งไว้ในห้องทำงานรูปไข่ในทำเนียบขาว จะถูกตั้งไว้อย่างถาวร โดยทางฟีฟ่าได้ทำถ้วยแชมป์จำลองอีกถ้วยมอบให้กับทีมฟุตบอลเชลซี ที่เพิ่งเอาชนะทีมปารีส แซงต์ แชร์กแม็ง และคว้าแชมป์ไปได้ เมื่อวันอาทิตย์ (13 ก.ค.)

ประธานาธิบดีทรัมป์, คณะรัฐมนตรีอีกหลายคน และจานนี่ อินฟานติโน่ ประธานฟีฟ่า ได้เข้าชมรอบชิงชนะเลิศการแข่งขันฟุตบอลสโมสรโลก โดยประธานาธิบดีสหรัฐฯ และประธานฟีฟ่า ได้ร่วมมอบถ้วยแชมป์ให้กับรีซ เจมส์ กัปตันทีมเชลซี ซึ่งเขาและเพื่อนร่วมทีมคนอื่น มีสีหน้าที่งุนงง เมื่อทรัมป์เข้ามายืนอยู่หน้าสุดตรงกลาง ขณะรับถ้วย ไม่ได้หลบลงเวทีไป

ถ้วยแชมป์สโมสรโลก เปิดตัวครั้งแรกที่ห้องทำงานรูปไข่ เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา และถ้วยแชมป์ก็ถูกตั้งตกแต่งในห้องตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา โดยโดนัลด์ ทรัมป์ ได้กล่าวในการให้สัมภาษณ์ไว้ว่า ผมถามฟีฟ่าว่า เมื่อไหร่นายจะไปรับถ้วยรางวัลล่ะ? [พวกเขาบอกว่า] ’พวกเราจะไม่รับมันหรอก นายเก็บไว้ที่ห้องทำงานรูปไข่ได้ตลอดไปเลย เรากำลังทำอันใหม่อยู่ แล้วพวกเขาก็ทำอันใหม่ขึ้นมาด้วย น่าตื่นเต้นมาก ตอนนี้มันอยู่ในห้องทำงานรูปไข่นะ

อย่างไรก็ตาม ความแตกต่างระหว่างถ้วยรางวัลทั้งสองใบนั้นยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด

ในการให้สัมภาษณ์เดียวกัน ทรัมป์แนะนำว่า เขาสามารถออกคำสั่งฝ่ายบริหารเพื่อเปลี่ยนคำว่า Soccer ซึ่งหมายถึงฟุตบอลในภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน เป็น Football แบบที่ภาษาอังกฤษแบบบริติชได้ และกล่าวว่าผู้นำของประเทศอื่น ๆ เรียกสหรัฐฯ ว่าเป็น “ประเทศที่ร้อนแรงที่สุดในโลก” โดยอ้างถึงกิจกรรมทางเศรษฐกิจและจุดยืนทางการเมือง

ทรัมป์กล่าวถึงการนำฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรโลกและฟุตบอลโลกชายของฟีฟ่ามาจัดที่สหรัฐอเมริกาว่า มันเป็นเรื่องของความสามัคคี เป็นเรื่องของการที่ทุกคนมารวมตัวกัน และความรักใคร่ระหว่างประเทศต่าง ๆ เขาคิดว่า นี่น่าจะเป็นกีฬาที่เป็นสากลมากที่สุด ดังนั้นจึงสามารถเชื่อมโยงโลกเข้าด้วยกันได้อย่างแท้จริง

การวางแผนจัดฟุตบอลโลกปีหน้าต้องเผชิญกับอุปสรรคบางประการที่เกิดจากรัฐบาลทรัมป์สมัยที่ 2 เอง รวมถึงการห้ามการเดินทาง ที่จะส่งผลกระทบต่อแฟนบอลจากทั่วโลก ที่หวังจะเดินทางไปยังสหรัฐอเมริกาเพื่อชมการแข่งขัน แม้ว่าจะมีข้อยกเว้นสำหรับนักกีฬาและเจ้าหน้าที่ก็ตาม

นอกจากนี้ ยังมีภัยคุกคามจากการบุกจับของ เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองในระหว่างการแข่งขัน และระยะเวลาการรอคอยวีซ่าเข้าประเทศยาวนานที่อาจทำให้แฟนบอลจำนวนมากตัดสินใจ ไม่มาชมการแข่งขันที่สหรัฐฯ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...