โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

“สุริยะ” กำชับ “ทล.-ทช.” เร่งฟื้นฟูถนน ดูแลปชช.กลับมาสัญจรได้ปกติโดยเร็ว “บขส.” เปิดเส้นทางกรุงเทพฯ-ทุ่งช้าง แล้ว

สยามรัฐ

อัพเดต 28 ก.ค. 2568 เวลา 10.46 น. • เผยแพร่ 28 ก.ค. 2568 เวลา 10.46 น.

“สุริยะ” กำชับ “ทล. - ทช.” เร่งฟื้นฟูถนนช่วยเหลืออำนวยความสะดวกประชาชนให้กลับมาสัญจรได้ปกติโดยเร็ว ด้าน “บขส.” เปิดให้บริการเส้นทางกรุงเทพฯ – ทุ่งช้าง แล้ว

วันที่ 28 กรกฎาคม 2568 นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานส่งเจ้าหน้าที่เข้าลงพื้นที่จุดที่ได้รับผลกระทบจากพายุโซนร้อนวิภา เพื่อดูแลและให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ประสบภัยโดยเฉพาะโซนภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือบางพื้นที่เกิดน้ำท่วมฉับพลัน และมีผลกระทบต่อการสัญจรของประชาชน โดยขณะนี้สถานการณ์ดีขึ้น จึงได้กำชับให้ทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องเร่งฟื้นฟูสภาพถนนช่วยเหลืออำนวยความสะดวกประชาชนที่ได้ผลกระทบพายุโซนร้อนวิภาให้กลับมาสัญจรได้ปกติโดยเร็ว

นายสุริยะ กล่าวต่อว่า ได้กำชับให้กรมทางหลวง (ทล.) จัดเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกด้านการจราจรในพื้นที่ ระดมกำลังช่วยเหลือผู้ประสบภัยและเฝ้าระวังสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมทั้งเร่งดำเนินการเพื่อให้เส้นทางกลับมาใช้สัญจรได้โดยเร็วที่สุด ขณะที่กรมทางหลวงชนบท (ทช.) ได้รับผลกระทบ 37 แห่ง จึงสั่งการให้เร่งดำเนินการฟื้นฟูทำความสะอาดและเข้าสำรวจถนน หลังจากสถานการณ์น้ำท่วมในบางพื้นที่เริ่มคลี่คลายเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและอำนวยความสะดวกในการเดินทางให้กับประชาชน โดยขอให้ประชาชนโปรดใช้ความระมัดระวังในการเดินทาง ปฏิบัติตามป้ายเตือน ป้ายแนะนำอย่างเคร่งครัดด้วย

โดยสายทางของ ทล. ได้รับผลกระทบใน 5 จังหวัด รวม 14 แห่ง สัญจรผ่านได้ 5 สายทาง ได้แก่ จังหวัดสุโขทัย ทล.1056 (อ.ศรีสำโรง) กม.0+400 – 1-000 และ ทล.1293 (อ.เมือง) ช่วง กม.0+000 – 0+225 จังหวัดเชียงราย (ดอยหลวง) ทล.1 กม.ที่942+350 – 942+450 ทล.1098 (อ.ดอยหลวง) กม.20+500 – 20+600 และ กม.35+700 – 35+950 เส้นทางที่รถยังผ่านไม่ได้ 9 แห่ง ได้แก่ จังหวัดเชียงราย ทล.1093 (อ.เชียงของ) ช่วง กม.47+900 - 47+940 และ 45+950 - 46+400 ทล.1155 (อ.เวียงแก่น) ช่วง กม.45+950 – 46+400 ทล.1173 (อ.เวียงรุ้ง) กม.ที่46+100 – 47+133 จังหวัดแพร่ ทล.1125 (อ.วังชิ้น) ช่วง กม.7+900 - 11+000 จังหวัดน่าน ทล.1083 (อ.นาน้อย) ช่วง กม.53+750 - 53+800 ทล.1256 (อ.ปัว) ช่วง กม.25+000 - 26+000 และ 26+260 - 26+300 จังหวัดสุโขทัย ทล.101 (อ.เมือง) ช่วง กม. 82+040 - 84+500 ทล.1195 (อ.ศรีสำโรง) กม.17+300 – 20+000 จังหวัดอุตรดิตถ์ ทล.1243 (อ.บ้านโคก) กม.18+325 – 18+700

สำหรับสายทางของ ทช. ได้รับผลกระทบ 37 แห่ง ยังคงเหลือเส้นทางในพื้นที่จังหวัดน่านและแพร่ที่ไม่สามารถสัญจรผ่านได้อีก 10 สายทาง ได้แก่ นน.4022 กม. 1-100 – 1+300 นน.3007 กม.8+700 – 10+000 นน.011 กม.0+000 – 0+300 นน.1256 กม.26+260 – 26+300 นน.3019 กม.7+000 – 8+000 นน.021 กม.0+000 – 0+300 นน.4020 กม.10+500 – 10+900 และ กม.31+690 – 32+200 พร.4013 กม.27+725 – 27+800 และ กม.20+050 – 20+350 พร.001 กม.0+480 – 1+185

ส่วนบริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดน่านเริ่มคลี่คลายแล้วสามารถเปิดให้บริการเดินรถโดยสาร สายที่ 47 กรุงเทพฯ – ทุ่งช้าง เข้ารับส่งผู้โดยสารและวิ่งในเส้นทางได้ตามปกติปกติ ตั้งแต่วันที่ 28 กรกฎาคม 2568 เป็นต้นไป ส่วนพื้นที่จังหวัดแพร่ระดับน้ำได้ลดลงเป็นปกติแล้ว รถโดยสารสามารถเข้ารับ – ส่ง ผู้โดยสารในสถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดแพร่ได้ตามปกติ

ทั้งนี้ ประชาชนสามารถตรวจสอบรายละเอียดข้อมูลและติดตามสถานการณ์อุทกภัยบนโครงข่ายคมนาคมได้ที่ www.mot.go.th : รายงานสถานการณ์อุทกภัยบนโครงข่ายคมนาคม Facebook : ประชาสัมพันธ์กระทรวงคมนาคม ติดต่อขอรับการช่วยเหลือ สอบถามข้อมูลการเดินทางเพิ่มเติม หรือแจ้งเหตุฉุกเฉินระหว่างการเดินทางได้ที่ สายด่วนกระทรวงคมนาคม 1356 ทล. 1586 ทช. 1146 และสอบถามข้อมูลการเดินทาง บขส. ได้ที่ Social booking (จองตั๋ว) โทรศัพท์ 0 2936 3660 หรือ ทาง Facebook Page : บขส. และ Line บขส. : @TCL99

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...