โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

เกาหลีเหนือเปิด "รีสอร์ตหรู" แต่ใครคือคนมาเที่ยวเมื่อประชาชนยังสู้กับความอดอยาก

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 28 มิ.ย. 2568 เวลา 10.53 น.
เกาหลีเหนือเปิดตัวรีสอร์ตหรูริมทะเล หวังเป็นแลนด์มาร์กดึงเงินเข้าประเทศ แต่ใครจะมาเที่ยว? เมื่อชาวเกาหลีเหนือยังคงดิ้นรนสู้ชีวิตเอาชนะความอดยากจากวิกฤตเศรษฐกิจตกต่ำที่เกิดขึ้นภายใต้การปกครองของ คิม จอง-อึน

คิม จอง-อึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ เพิ่งตัดริบบิ้นเปิดตัวรีสอร์ตหรูริมทะเลแห่งใหม่ที่ สื่อของรัฐยกย่องว่าเป็นเมืองท่องเที่ยว “ระดับสมบัติของชาติ” ท่ามกลางเสียงวิจารณ์จากผู้สังเกตการณ์สิทธิมนุษยชนว่า เป็นภาพความยิ่งใหญ่ที่ตรงข้ามกับความอดอยากและความทุกข์ยากที่ประชาชนส่วนใหญ่ในประเทศต้องเผชิญ

สำนักข่าว KCNA ของรัฐบาลเกาหลีเหนือรายงานว่า คิมได้เปิดตัวโครงการ เขตท่องเที่ยวชายฝั่งวอนซาน-คัลมา (Wonsan-Kalma Coastal Tourist Zone) ซึ่งเป็นรีสอร์ตริมทะเลขนาดใหญ่ที่มีสวนน้ำ โรงแรมหรู และที่พักสำหรับแขกถึง 20,000 คน ที่เมืองวอนซาน บริเวณชายฝั่งตะวันออกของประเทศเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา และพร้อมเปิดให้บริการสำหรับ “คนภายในประเทศ” ก่อนในวันที่ 1 กรกฎาคมนี้ คำถามคือ “ใครกันที่จะมาเที่ยวในรีสอร์ตหรูนี้ ?”

ตั้งแต่พิธีเปิดตัวรีสอร์ตหรูเมื่อวันที่ 24 มิถุนายนที่ผ่านมา โครงการเขตท่องเที่ยวแห่งนี้เป็นส่วนหนึ่งในความพยายามของคิม จอง-อึน ที่จะสร้างภาพลักษณ์ของ อารยธรรมสังคมนิยมและกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว โดยมีแผนจะขยายเขตท่องเที่ยวไปยังพื้นที่อื่น ๆ ของประเทศในอนาคตด้วย

CNN รายงานว่า ผู้เชี่ยวชาญบางคนสงสัยและเป็นกังวลต่ออนาคตของสวนน้ำและโรงแรมหรูแห่งนี้ เมื่อคิมประกาศว่ามันจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่จะสร้างรายได้ให้เกาหลีเหนือ แต่ประเทศของเขายังเผชิญข้อจำกัดด้านการเดินทางอย่างเข้มงวดรวมไปถึงเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ การเปิดสวนน้ำสำหรับชาวเกาหลีเหนืออาจไม่ใช่หนทางสร้างรายได้ที่ดีนักสำหรับประชาชนในประเทศที่กำลังเผชิญวิกฤตเหล่านี้

โวลเกอร์ เติร์ก หัวหน้าสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติอธิบายว่าเกาหลีเหนือภายใต้การปกครองของคิม จอง-อึน เป็นสภาพแวดล้อมที่น่าอึดอัดและหวาดกลัว และเพราะเหตุนี้ทำให้ชีวิตประจำวันของชาวเกาหลีเหนือคือการต่อสู้กับชีวิตที่ไร้ความหวัง"

แล้วใครจะเป็น นักท่องเที่ยวกลุ่มแรก ?

อิม อึล-ชุล ผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยคยองนัมในเกาหลีใต้เชื่อว่า “กลุ่มเป้าหมายแรก” ของรีสอร์ตหรูแห่งนี้ แม้จะระบุว่าเปิดสำหรับชาวเกาหลีเหนือทุกคน แต่หากพิจารณาจากสภาพเศรษฐกิจตกต่ำที่ประชาชนต้องเผชิญ ก็พบว่ามันไกลเกินเอื้อมสำหรับชาวเกาหลีเหนือธรรมดาไปมาก จึงทำให้นักท่องเที่ยวกลุ่มแรกนี้หมายถึง ชาวเกาหลีเหนือที่เป็น “ชนชั้นนำ” ในกรุงเปียงยาง อาทิ เจ้าหน้าที่พรรคแรงงานเกาหลีเหนือ หรือ บุคคลระดับสูงผู้ใกล้ชิดกับคิม จอง-อึน อย่าง รี ซอล-จู ภรรยาของเขาและ คิม จู-แอ ลูกสาวของเขา

ด้าน เรเชล มิน ยอง-ลี (Rachel Minyoung Lee) นักวิจัยจากโครงการ 38 North ซึ่งเป็นโครงการวิเคราะห์และติดตามสถานการณ์ในเกาหลีเหนือกล่าวว่าแม้รีสอร์ตหรู วอนซาน-คัล จะเปิดให้เฉพาะชาวเกาหลีเหนือในตอนนี้ แต่ก็ไม่ต้องแปลกใจหากเห็นชาวรัสเซียมาใช้บริการรีสอร์ตแห่งนี้ด้วย ที่อาจเข้ามาเป็นตัวช่วยต่อลมหายใจให้กับรีสอร์ตหรูของคิมแทน

CNN รายงานว่านักท่องเที่ยวต่างชาติกลุ่มเดียวที่จะได้รับอนุญาตให้เข้าพักที่รีสอร์ตแห่งใหม่นี้ คือ ชาวรัสเซียที่เดินทางมากับบริษัทท่องเที่ยว Vostok Intur จากเมืองวลาดิวอสต็อก ด้วย แพ็กเกจทัวร์ในเดือนกรกฎาคมและสิงหาคมที่มีราคาประมาณ 1,840 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือคิดเป็นเงินเกือบ 6 หมื่นบาท โดยทัวร์แรกจะเริ่มวันที่ 7 กรกฎาคม ใช้เวลา 8 วัน เดินทางจากกรุงเปียงยางไปยังวอนซานและพักที่รีสอร์ตแห่งนี้ 4 คืน รวมไปถึงจะได้เยี่ยมชม สกีรีสอร์ต Masikryongที่อยู่ใกล้เคียงด้วย

ในขณะที่ เอ็ดเวิร์ด ฮาวเวลล์ ผู้เชี่ยวชาญเกาหลีเหนือจากมหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ด กล่าวว่า ยังต้องจับตาดูว่าโครงการนี้จะสร้างรายได้ให้คิม จอง-อึน ได้มากเพียงใด เพราะเมืองวอนซาน-คัลมา ไม่ใช่เมืองหลวงและไม่ใช่จุดหมายท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง และแม้จะเป็นนักท่องเที่ยวจากรัสเซียพวกเขายังต้องเผชิญกับกฎและข้อจำกัดมากมายเมื่อเข้ามาท่องเที่ยวในเกาหลีเหนือ ทั้งการไม่อนุญาตให้ถ่ายภาพได้โดยอิสระ และบังคับชมการแสดงที่จัดโดยรัฐเท่านั้น ซึ่งก็ยังไม่ชัดเจนว่ากฎเหล่านี้จะถูกนำมาบังคับใช้กับรีสอร์ตหรูแห่งนี้ด้วยหรือไม่

CNN ยังเผยด้วยว่า ผลพวงต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นรวมไปถึงชื่อเสียงด้านการท่องเที่ยวในเกาหลีเหนือดูเหมือนว่าจะไม่ค่อยดีนักอาจทำให้รีสอร์ตหรูวอนซาน-คัลมา ไม่เป็นไปตามที่คิดหวัง เพราะหากย้อนไปในช่วงปลายปี 1990 เกาหลีเหนือเคยเปิดพื้นที่ท่องเที่ยวในเขตภูเขาคุมกังให้นักท่องเที่ยวเกาหลีใต้เดินทางเข้าเยี่ยมชม ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์หายากของความร่วมมือข้ามพรมแดน แต่โครงการต้องยุติลงในปี 2008 หลังจากทหารเกาหลีเหนือยิงนักท่องเที่ยวชาวเกาหลีใต้เสียชีวิต เนื่องจากเข้าไปในเขตหวงห้าม จึงทำให้นี่เป็นอีกหนึ่งปัญหาจากกฎระเบียบที่เข้มงวดและวิธีการรับมือกับนักท่องเที่ยวที่อาจรุนแรงเกินไป ซึ่งถ้าวิธีการรับมือเช่นนี้ยังถูกนำมาใช้กับรีสอร์ตหรู วอนซาน-คัลมา ก็จะถือว่าเป็นอุปสรรคต่อการท่องเที่ยวที่สร้างความหวาดกลัวมากกว่ามอบความสนุกสนานให้นัดท่องเที่ยวต่างชาติ

ดังนั้นแม้รีสอร์ตวอนซาน-คัลมาจะถูกโปรโมตในฐานะสัญลักษณ์แห่งความเจริญรุ่งเรืองของเกาหลีเหนือ แต่ท่ามกลางความยากจน การควบคุมเสรีภาพ และการคว่ำบาตรจากนานาชาติ ทำให้มีคำถามถึงความอยู่รอดของโครงการนี้ ยังคงเกิดขึ้นว่าสุดท้ายแล้วมันจะเป็นหนทางสร้างรายได้ที่นำไปสู่การเปิดประเทศ หรือ สร้างอำนาจทางการเมืองของผู้นำกันแน่

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...