โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘ศุภชัย เจียรวนนท์’ ชี้ Global Compact กุญแจสู่โลกที่ยั่งยืน พลิกวิกฤต ‘3D’ สร้างสันติภาพและการเติบโต

THE STANDARD

อัพเดต 29 ก.ค. 2568 เวลา 05.38 น. • เผยแพร่ 29 ก.ค. 2568 เวลา 05.37 น. • thestandard.co
‘ศุภชัย เจียรวนนท์’ ชี้ Global Compact กุญแจสู่โลกที่ยั่งยืน พลิกวิกฤต ‘3D’ สร้างสันติภาพและการเติบโต

ในช่วงเวลาที่โลกเผชิญกับ ‘Breaking Point’ และความคืบหน้าของเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ของ UN Global Compact ที่ยังคงเป็นความท้าทาย ศุภชัย เจียรวนนท์ นายกสมาคมเครือข่าย Global Compact แห่งประเทศไทย (GCNT) กลับมองว่า ‘นี่คือโอกาสครั้งสำคัญสำหรับการเรียนรู้และปรับตัว’ โดยศุภชัยได้นำเสนอแนวคิดเชิงรุกในการรับมือกับความท้าทายหลัก 3 ประการ หรือ ‘3D’ ที่จะเป็นหัวใจในการขับเคลื่อนโลกในอีก 30 ปีข้างหน้า พร้อมเน้นย้ำถึงบทบาทของ Global Compact ในการสร้างสันติภาพและความยั่งยืนสำหรับทุกภาคส่วน

‘3D’ แห่งความท้าทายที่โลกต้องเผชิญ

ศุภชัย เจียรวนนท์ ได้สรุปความท้าทายหลัก 3 ประการที่โลกกำลังเผชิญ ซึ่งเป็นปัญหาที่รวบรวมมาจาก 17 เป้าหมาย SDG อันเป็นรากฐานสำคัญที่นักธุรกิจและผู้กำหนดนโยบายควรจับตามอง:

  • Digitalization: การมาถึงของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ถือเป็นตัวแปรสำคัญที่มีศักยภาพมหาศาลในการขับเคลื่อนการพัฒนา แต่ก็แฝงด้วยความเสี่ยงหากถูกใช้ในทางที่ผิด
  • Deglobalization: การเมืองระดับโลกกำลังนำไปสู่การแบ่งขั้วอำนาจ สร้างความท้าทายในการสร้างความร่วมมือระดับสากลเพื่อแก้ไขปัญหาร่วมกัน ท่ามกลางภูมิทัศน์ที่แตกแยก
  • Decarbonization: ปัญหาสิ่งแวดล้อมและสภาวะเรือนกระจกที่ส่งผลให้โลกร้อนขึ้น ก่อให้เกิดผลกระทบโดยตรงต่อชีวิตมนุษย์และระบบนิเวศ

Global Compact สร้าง ‘ความไว้ใจ’ แก้วิกฤตความขัดแย้ง

เมื่อกล่าวถึงประเด็นความขัดแย้งและสงครามทั่วโลก ซึ่งเชื่อมโยงกับ SDG ข้อที่ 16 (สันติภาพ ความยุติธรรม และสถาบันที่เข้มแข็ง) ศุภชัยเน้นย้ำถึงหลักการสำคัญคือ ‘ความไว้ใจ’ (Trust) โดยเสนอแนวทางแก้ไขที่ต้องเริ่มจากการเจรจาอย่างจริงใจของทุกฝ่าย การสร้าง Governance ที่คำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนเป็นหลัก และการแบ่งปันทรัพยากรเพื่อให้ทุกฝ่ายได้รับประโยชน์ร่วมกันอย่างเป็นธรรม

“ความเกลียดชังหรือความกลัว ไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยความเกลียดชัง แต่ต้องแก้ไขด้วยการหันหน้าเข้าหากันและมีความเข้าใจกัน” ศุภชัยกล่าว พร้อมเสริมว่า การนำ ‘Pain Point’ ของทุกฝ่ายมาหารือและจัดการร่วมกัน จะนำไปสู่การสร้างเศรษฐกิจและความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชนอย่างยั่งยืน โดยยกตัวอย่างการหยุดยิงที่เกิดขึ้น ซึ่งช่วยให้ประชาชนจำนวนมากสามารถกลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติ

เขาเสนอว่า การสร้าง ‘Governance’ ที่ให้ความสำคัญกับประชาชนและการเจรจาอย่างจริงใจ เป็นจุดตั้งต้นของการออกแบบระบบโลกใหม่ พร้อมยกตัวอย่างกรณี ‘การหยุดยิง’ ที่แม้จะเป็นเพียงช่วงเวลาสั้นๆ แต่ก็สร้างผลกระทบเชิงบวกอย่างมีนัยสำคัญต่อชีวิตคนในพื้นที่ขัดแย้ง

Private Sector: ตัวเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจที่ยั่งยืน

ศุภชัยเชื่อว่า ภาคเอกชนไม่ใช่แค่ฟันเฟืองทางเศรษฐกิจ แต่คือ ‘Catalyst’ แห่งการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะในเรื่อง ESG Reporting ที่กำลังเป็นภาษากลางใหม่ของธุรกิจทั่วโลก

โดยปัจจุบันกว่า 70% ของบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ไทยจัดทำรายงาน ESG แล้ว แต่สิ่งที่ต้องเร่งคือการขยายสู่บริษัทนอกตลาด เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงแบบระบบ (systemic change) ทั่วทั้งห่วงโซ่อุปทาน “ESG ไม่ใช่แค่รายงาน แต่คือเครื่องมือของความเข้าใจร่วมกัน เพื่อขับเคลื่อนให้ ‘การเติบโต’ ไปพร้อมกับ ‘ความรับผิดชอบ’

ปลดล็อกการศึกษา และลดคอร์รัปชัน ด้วยเทคโนโลยี

ในด้านการศึกษา ศุภชัยมองว่าระบบการศึกษาควรเน้นการประยุกต์ใช้และการแก้ปัญหาจริง โดยเสนอแนวคิด ‘Learning Center’ ที่เชื่อมโยงกับการแก้ไขปัญหา 17 SDG เพื่อให้เยาวชนเรียนรู้เชิงเศรษฐกิจ คุณธรรม และจริยธรรมไปพร้อมกัน ภาคเอกชนพร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างศูนย์การเรียนรู้เหล่านี้ เพื่อบ่มเพาะเยาวชนที่มี Growth Mindset และวัฒนธรรมองค์กรที่ยั่งยืน

สำหรับการแก้ไขปัญหาคอร์รัปชัน ศุภชัยประเมินว่า ‘Indirect Economy’ หรือเศรษฐกิจใต้ดินของไทยอาจสูงถึง 50% ของ GDP เขาเสนอให้ใช้ Digitalization และ AI เป็นทางออก การสร้าง Digital ID และการเปลี่ยนผ่านสู่ Cashless Society จะนำมาซึ่ง Transparency หรือความโปร่งใส ทำให้ทุกธุรกรรมตรวจสอบย้อนกลับได้ ซึ่งจะช่วยลดการคอร์รัปชันและการใช้ชื่อเสียงในทางที่ผิดลงอย่างมาก

ศุภชัยทิ้งท้ายด้วยวิสัยทัศน์ ‘Forward Faster Together’ โดยเน้นย้ำว่า การตั้งเป้าหมายและการลงมือปฏิบัติเป็นสิ่งสำคัญ แม้ในอดีตภาคเอกชนอาจมองว่าการลงทุนด้านความยั่งยืนไม่คุ้มทุน แต่ปัจจุบันเกือบทุกเรื่องพิสูจน์แล้วว่าคุ้มค่า และหลายอย่างยังช่วยลดต้นทุนด้วย กลไกตลาดจะขับเคลื่อนให้สินค้าและนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ 17 SDG มีความเป็นไปได้ทางธุรกิจ และเมื่อภาคเอกชนร่วมมือกันขับเคลื่อนทั้งอุตสาหกรรม การบรรลุเป้าหมาย SDG ซึ่งเป็น ‘Win-Win’ โดยไม่มีผู้แพ้ จะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน การแข่งขันเป็นเพียงกระบวนการเรียนรู้ เป้าหมายที่แท้จริงคือการอยู่ร่วมกันได้อย่างยั่งยืน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...