โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

แบงก์กรุงศรี เผยงวดครึ่งปี 68 สินเชื่อลดเฉียด 3 หมื่นล้านหรือ 1.6%

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 18 ก.ค. 2568 เวลา 19.52 น. • เผยแพร่ 19 ก.ค. 2568 เวลา 02.52 น.

นายเคนอิจิ ยามาโตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)หรือ BAY เปิดเผยว่า ท่ามกลางความไม่แน่นอนของภาวะเศรษฐกิจที่อยู่ในระดับสูง ซึ่งส่งผลกระทบต่อการลงทุนภาคเอกชน การบริโภค และความต้องการสินเชื่อ

นายเคนอิจิ ยามาโตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)

ส่งผลให้งวดครึ่งปี 2568 เงินให้สินเชื่อรวม ลดลง 1.6% หรือ 29,831 ล้านบาท จากสิ้นเดือนธันวาคม 2567 โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากนโยบายที่มุ่งเน้นการเติบโตอย่างมีคุณภาพในอุตสาหกรรมเป้าหมาย ส่งผลให้เงินให้สินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่เติบโตในระดับปานกลางที่ 2.8%

ขณะที่สินเชื่อเพื่อธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมรวมทั้งสินเชื่อเพื่อรายย่อยปรับลดลงที่ 4.0% และ 3.9% ตามลำดับ สะท้อนนโยบายการพิจารณาสินเชื่อที่เข้มงวดขึ้น ท่ามกลางแนวโน้มภาวะเศรษฐกิจและความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น

ด้านเงินรับฝาก ลดลง 1.1% หรือจำนวน 19,782 ล้านบาท จากสิ้นเดือนธันวาคม 2567 โดยมีปัจจัยหลักมาจากการลดลงของเงินรับฝากประจำ สะท้อนประสิทธิภาพการบริหารต้นทุนทางการเงิน

อย่างไรก็ตาม กรุงศรี ยังคงสามารถรักษาระดับผลการดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 สะท้อนยุทธศาสตร์ที่มุ่งเน้นการบริหารต้นทุน พร้อมเสริมประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนคุมผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในระดับที่เหมาะสม

สำหรับผลประกอบการงวดครึ่งแรกของปี 2568 กรุงศรีมีกำไรสุทธิ 15,829 ล้านบาทเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 77 ล้านบาทหรือ 0.5% จากครึ่งแรกของปี 2567 โดยมีปัจจัยหลักมาจากการลดลงของผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่า จะเกิดขึ้น และการลดลงของค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานสุทธิบางส่วนกับการลดลงของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายและการลดลงของเงินให้สินเชื่อ

ทั้งนี้ รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 6.0% หรือ 1,334 ล้านบาท จากช่วงครึ่งแรกของปี 2567 ส่วนใหญ่เกิดจากกำไรสุทธิจากเครื่องมือทางการเงินที่วัดด้วยมูลค่ายุติธรรมผ่านกำไรหรือขาดทุน หนี้สูญรับคืน รายได้จากการดำเนินการอื่นที่มาจากกำไรจากทรัพย์สินรอการขาย และรายได้จากเงินปันผล สุทธิด้วยการลดลงของรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิ

ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) อยู่ที่ 4.14% เมื่อเทียบกับ 4.31% ในช่วงครึ่งแรกของปี 2567 โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายและการลดลงของเงินให้สินเชื่อ สุทธิบางส่วนกับต้นทุนทางการเงินที่ปรับตัวลดลง

อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ อยู่ที่ 44.7% ในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 โดยกรุงศรียังคงดำเนินนโยบายบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมเสริมความแข็งแกร่งของความสามารถในการสร้างรายได้

อัตราส่วนสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL Ratio) อยู่ที่ 3.39% ขณะที่อัตราส่วนผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นต่อสินเชื่อรวมในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 อยู่ที่ 217 เบสิสพอยท์ และอัตราส่วนเงินสำรองต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพอยู่ที่ 122.8%

อัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (ของธนาคาร) อยู่ที่ 19.57% เทียบกับ 19.38% ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2567

สำหรับเศรษฐกิจช่วงครึ่งหลังของปี 2568 มีแนวโน้มอ่อนแรงต่อเนื่อง ภายใต้บริบทความเสี่ยงจากมาตรการเก็บภาษีศุลกากรแบบตอบโต้ (Reciprocal Tariff) จากสหรัฐอเมริกา ซึ่งคาดว่า จะส่งผลกระทบที่รุนแรงต่อภาคการส่งออกและเศรษฐกิจไทย

นอกจากนี้ ความท้าทายจากการฟื้นตัวที่ช้ากว่าคาดการณ์ในภาคการท่องเที่ยว ปัญหาหนี้ครัวเรือนในระดับที่สูง และประเด็นปัญหาเชิงโครงสร้างในภาคการผลิต อาจส่งผลให้เศรษฐกิจโตต่ำกว่าศักยภาพในช่วงครึ่งหลังของปี 2568 ต่อเนื่องในปี 2569 ทั้งนี้ สำหรับปี 2568 กรุงศรีคาดว่า เศรษฐกิจไทยขยายตัวในระดับ 2.1%

ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2568 กรุงศรี ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจการเงินที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับห้าในระบบเศรษฐกิจไทยจากมูลค่าสินทรัพย์ สินเชื่อและเงินรับฝาก และเป็นหนึ่งในสถาบันการเงินที่มีความสำคัญเชิงระบบ (D-SIB) มีสินเชื่อรวม 1.87 ล้านล้านบาท เงินรับฝาก 1.80 ล้านล้านบาท และสินทรัพย์รวม 2.60 ล้านล้านบาท

ขณะที่เงินกองทุนของธนาคารอยู่ในระดับแข็งแกร่งที่ 325.76 พันล้านบาท หรือเทียบเท่า 19.57% ของสินทรัพย์เสี่ยง โดยเป็นเงินกองทุนชั้นที่ 1 ที่เป็นส่วนของเจ้าของคิดเป็น 15.36%

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...