โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หนุ่มผู้โดยสารเดือด! “เด็กทารก” ร้องลั่นบนเครื่องบิน จุดชนวนดราม่าบนโซเชียล

Khaosod

อัพเดต 11 มิ.ย. 2568 เวลา 07.18 น. • เผยแพร่ 11 มิ.ย. 2568 เวลา 06.06 น.
ภาพประกอบจาก reuters

ถกเสียงแตก! หนุ่มผู้โดยสารชาวอเมริกัน ร้องเรียน “เด็กทารก” บนเครื่องบิน ร้องไห้ไม่หยุด ลั่น ‘ทำอะไรสักอย่างกับเรื่องนี้’ กระตุ้นดราม่าสุดเดือดในสังคมออนไลน์

10 มิ.ย. 2568 สื่อต่างประเทศเผย ผู้โดยสารรายหนึ่งในสหรัฐฯ กลายเป็นประเด็นถกเถียงบนโลกออนไลน์อย่างหนัก หลังออกมาบ่นเรื่องเด็กทารกที่ร้องไห้บนเที่ยวบินที่ล่าช้า และร้อนอบอ้าว

โดย แพต แมคออลิฟฟ์ (Pat McAuliffe) คอลัมนิสต์จาก “Barstool Sports” ได้แชร์วิดีโอของตัวเองขณะที่อยู่บนเครื่องบินของสายการบินเดลตา แอร์ไลน์ ซึ่งมีเสียงเด็กร้องไห้ดังอยู่เบื้องหลัง ซึ่งสีหน้าของชายรายนี้ในคลิป เขาดูหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัดจากเสียงร้องของเด็ก

ภาพประกอบจาก reuters

แพต เขียนแคปชันในโพสต์ว่า“ถ้าลูกคุณกำลังกรีดร้องบนเที่ยวบิน (ที่ล่าช้า ไม่มีแอร์ และยังไม่บิน @เดลตา) ก็เปิดโทรศัพท์ให้ดูสักหน่อยเถอะ”

พร้อมเสริมว่า “ให้เด็กดู TikTok จนเงียบไปเลยก็ได้! มันขอมากไปเหรอ?”

โพสต์ดังกล่าว มียอดรับชมทะลุ 18.4 ล้านวิว และจุดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในโลกโซเชียล ทั้ง “ฝ่ายที่เห็นใจเขา” และ “ฝ่ายที่ตำหนิเขา” ว่าไม่มีความเห็นอกเห็นใจผู้ปกครอง และเด็กเล็กเอาเสียเลย

หลังจากนั้น ในวิดีโอที่โพสต์ตามมา ผู้โดยสารหนุ่มรายนี้ก็ยังคงถ่ายคลิปบนเครื่องบินลำเดิม โดยที่เด็กเล็กก็ยังคงร้องไห้อยู่เหมือนเดิม

โดยเขาเขียนระบุในแคปชันว่า “ผมก็รู้สึกแย่กับทางพ่อ-แม่ของเด็กนะ แต่พอถึงจุดหนึ่ง คุณต้องลองทำอะไรใหม่ ๆ บ้าง พาเด็กเดินขึ้นลงตามทางเดิน เบี่ยงเบนความสนใจเขา”

“ทำอะไรสักอย่างกับเรื่องนี้! เพราะเด็กยังร้องอยู่เลย แค่นั่งภาวนาให้เด็กหยุด แบบนั้นมันไม่โอเคหรอก”

สำหรับโพสต์ที่สาม ผู้โดยสารรายนี้ยังได้ตั้งคำถามว่า “เสียงกรีดร้องของเด็ก จะถือว่าเป็น ‘เหตุฉุกเฉินทางการแพทย์’ ได้เมื่อไหร่? เพราะเด็กคนนี้ ร้องมา 2 ชั่วโมงแล้ว!”

แพต ยังได้วิจารณ์พ่อ-แม่ของเด็กอีกว่า “แล้วทำไมสองคนนั้นถึงไม่พูดกับลูกเลย อย่างน้อยก็พยายามปลอบหน่อย? ลุกขึ้นมาเดิน พาเขาไปรอบ ๆ เครื่องบินสิ!”

เมื่อคลิปวิดีโอของหนุ่มคอลัมนิสต์รายนี้ถูกแชร์ออกไป ชาวเน็ตจำนวนมากต่างแห่เข้ามาแสดงความคิดเห็นต่อโพสต์ดังกล่าวอย่างรวดเร็ว โดยหลายคนรวมถึงบรรดาพ่อ-แม่ ต่างวิจารณ์ว่าเขาตอบโต้เหตุการณ์เด็กทารกร้องไห้อย่างรุนแรงเกินไป

โดยผู้ใช้รายหนึ่งเขียนเอาไว้ว่า “ดูเหมือนคุณจะร้องเสียงดังกว่าเด็กอีกนะ”

ขณะที่อีกคน ซึ่งระบุว่าเป็นพ่อ-แม่ ลูกสาม แสดงความคิดเห็นว่า “ในฐานะพ่อลูกสาม ขอโทษนะ แต่หุบปากไปซะ! ใส่หูฟังแล้วก็สนุกกับเที่ยวบินไปเหอะ พ่อ-แม่ของเด็กคนนั้น พวกเขาอยู่ในนรกอยู่แล้ว”

ผู้ใช้อีกรายกล่าวว่า “ผมรับประกันได้เลยว่าพ่อแม่ของเด็กเครียดกว่าคุณเยอะ ทั้งที่คุณบินคนเดียวพร้อมหูฟัง ใจกว้างหน่อยเถอะ” โดยที่อีกคนเสริมว่า“มันยากมากเหรอที่จะซื้อหูฟังตัดเสียงดี ๆ สักอัน?”

ภาพประกอบ

สำหรับชาวเน็ตรายหนึ่ง ผู้ที่แสดงความคิดเห็นอย่างมีน้ำใจว่า“พี่ชาย ถ้านี่คือเรื่องแย่ที่สุดในชีวิตของนาย นายโชคดีมากแล้วล่ะ ลุกขึ้นมาช่วยดูแม่เด็กหน่อยว่าเขาโอเคไหม? ต้องการความช่วยเหลืออะไรไหม? เธออาจจะพยายามอย่างเต็มที่อยู่ก็ได้”

อย่างไรก็ตาม ยังมีบางเสียงในโซเชียลที่เห็นด้วยกับ แพต แมคออลิฟฟ์ โดยพวกเขามองว่า “พ่อ-แม่ ควรมีวิธีจัดการกับลูกที่ร้องไห้บนเครื่องบิน!”

โดยหนึ่งในผู้ใช้งานคอมเมนต์ว่า “เห็นด้วยเลย มันเป็นความผิดของพ่อ-แม่ ผมมีลูกสองคน และเราก็หาทางให้ลูกเพลิดเพลินบนเครื่องบินได้อยู่เสมอ”

ภาพประกอบ

ขณะที่อีกคนให้ความเห็นว่า “ผู้ปกครองที่มีความรับผิดชอบ ควรปรึกษาทาง ‘หมอเด็ก’ ก่อนขึ้นเครื่อง เพื่อขอคำแนะนำในการทำให้ลูกสบายระหว่างบิน”

จากกรณีของ แพต แมคออลิฟฟ์ สะท้อนประเด็นอ่อนไหวในสังคมยุคใหม่ ระหว่างความคาดหวังของผู้โดยสารกับความเป็นจริงของการเดินทางร่วมกับเด็กเล็ก แม้บางคนจะเห็นด้วยกับคำวิจารณ์ของเขา แต่หลายเสียงก็เรียกร้องให้มีความเห็นใจ และเข้าใจต่อพ่อ-แม่ที่ต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่ยากลำบาก

ท้ายที่สุด“ดราม่า” นี้ ไม่ได้มีคำตอบตายตัวว่าใคร ‘ผิด’ หรือ ‘ถูก’ แต่กลับเปิดเวที ให้กับสังคมได้ถกเถียงกันว่า “บนเครื่องบิน เราควรอดทนให้กันมากแค่ไหน?”

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : หนุ่มผู้โดยสารเดือด! “เด็กทารก” ร้องลั่นบนเครื่องบิน จุดชนวนดราม่าบนโซเชียล

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...