โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

เศรษฐกิจจีนส่อชะลอหนัก ดีมานด์ดิ่ง-ส่งออกฮวบ

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 11 มิ.ย. 2568 เวลา 01.35 น. • เผยแพร่ 11 มิ.ย. 2568 เวลา 01.15 น.
Photo by REUTERS/Go Nakamura

คอลัมน์ : ชีพจรเศรษฐกิจโลก ผู้เขียน : ไพรัตน์ พงศ์พานิชย์

ดัชนีชี้สภาวะทางเศรษฐกิจของจีนล่าสุดที่เผยแพร่ออกมาเมื่อเร็ว ๆ นี้ ยังคงสะท้อนภาพของเศรษฐกิจที่กำลังทรุดตัว ยังไม่มีวี่แววว่าจะฟื้นจากอาการวิกฤตแต่อย่างใด ที่น่าเป็นห่วงอย่างมากก็คือ ดัชนีราคาผู้บริโภค (ซีพีไอ) ประจำเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งเป็นตัวชี้วัดดีมานด์ หรือความต้องการสินค้าภายในประเทศ ที่ลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 ติดต่อกัน เป็นเครื่องแสดงให้เห็นเป็นอย่างดีว่า มาตรการกระตุ้นต่าง ๆ ที่ทางการจีนประกาศออกมาเพื่อแก้ปัญหานี้ ยังไม่เพียงพอต่อการกระตุ้นให้เกิดการบริโภคขึ้นตามที่ต้องการ

สำนักงานสถิติแห่งชาติจีน เผยแพร่ข้อมูลออกมาเมื่อวันที่ 9 มิถุนายนนี้ แสดงให้เห็นว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค ยังคงปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องอีก 0.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้านี้ ดัชนีซีพีไอในจีนเริ่มทรุดตัวลงสู่แดนลบเป็นครั้งแรกในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยติดลบ 0.7% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า หลังจากนั้น ซีพีไอของจีนก็ยังลดลงอย่างต่อเนื่อง 0.1% ทั้งในเดือนมีนาคม เมษายน และจนกระทั่งถึงเดือนพฤษภาคมที่เพิ่งเผยแพร่ออกมานั่นเอง

อย่างไรก็ตาม ภาวะเงินเฟ้อหลัก (Core Inflation) ที่ไม่รวมราคาอาหารและพลังงาน ปรับตัวสูงขึ้น 0.6% ในช่วงเดือนพฤษภาคม ซึ่งถือเป็นการปรับสูงขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนมกราคมเรื่อยมา แต่เมื่อมองไปที่ดัชนีราคาผู้ผลิต ตัวเลขกลับปรับลดลงอีก 3.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่ทำให้การปรับลดครั้งนี้ถือเป็นการดิ่งลงมากที่สุดในรอบเดือน นับตั้งแต่เดือนกรกฎาคมปี 2023 ทั้งยังเป็นการลดลงมากเกินความคาดหมายของนักวิเคราะห์ก่อนหน้านี้อีกด้วย ส่วนดัชนีราคาขายส่งของจีนนั้น ยังคงอยู่ในแดนลบที่สะท้อนภาวะเงินฝืดมาอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่เดือนตุลาคมปี 2022 เป็นต้นมา

“จาง จือเว่ย” ประธานและหัวหน้าคณะนักเศรษฐศาสตร์ของพินพอยต์ แอสเซต แมเนจเมนต์ ชี้ว่า นอกจากความต้องการของผู้บริโภคจีนที่ยังคงอ่อนแอแล้ว การทรุดตัวของดัชนีซีพีไอยังมีสาเหตุมาจากการเกิดสงครามราคาขึ้นในอุตสาหกรรมรถยนต์ของจีน ซึ่งนอกจากจะดันให้ราคาดิ่้งลงแล้ว ยังส่งผลกระทบด้านลบต่อกำไรและประสิทธิภาพของบริษัท จนทางการจีนจำเป็นต้องออกโรงเรียกร้องให้ยุติสงครามราคา ที่แสดงให้เห็นว่า เกิดการแข่งขันกันในกลุ่มผู้ผลิตอย่างดุเดือด

ตง หลีจ้วน หัวหน้าสำนักงานสถิติแห่งชาติจีนยอมรับว่า เศรษฐกิจในยามนี้ต้องการมาตรการกระตุ้นที่หนักหน่วงมากกว่านี้ และตรงเป้าหมายมากกว่าที่เป็นอยู่ จึงจะสามารถผลักดันการบริโภคให้กระเตื้องขึ้นได้ ก่อนหน้านี้จีนประกาศใช้มาตรการหลายประการออกมาเมื่อ 7 พฤษภาคม ในขณะที่ธนาคารกลางของจีนก็ปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงสู่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ รวมทั้งลดสัดส่วนการกันเงินทุนสำรองของธนาคารลงอีกด้วย แต่ยังไม่ปรากฏผล

นอกเหนือจากดัชนีราคาผู้บริโภคที่ยังคงติดลบต่อเนื่องแล้ว ตัวเลขการส่งสินค้าออกของจีนในรูปของเงินดอลลาร์ก็ยังออกมาน่าผิดหวังในเดือนพฤษภาคม เพราะโดยรวมขยายตัวเพียง 4.8% ต่ำกว่าที่คาดหมาย โดยนักวิเคราะห์ระบุว่า ตัวเลขรวมดังกล่าวถูกฉุดลงจากการดิ่งลงอย่างหนักของการส่งสินค้าออกไปยังสหรัฐอเมริกา ที่หายไปในเดือนพฤษภาคมมากถึง 34.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า และทำสถิติกลายเป็นการดิ่งลงมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2020 ซึ่งเป็นช่วงที่วิกฤตการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้การค้าระหว่างประเทศถึงกับชะงักงันเลยทีเดียว

ในส่วนของการนำเข้าในเดือนพฤษภาคม จีนนำเข้าลดลง 3.4% โดยการนำเข้าจากสหรัฐอเมริกาลดลงกว่า 18% ซึ่งส่งผลให้ภาวะเกินดุลการค้าเหนือสหรัฐอเมริกาของจีนลดลง 41.55% เมื่อเทียบกันปีต่อปี มาอยู่ที่ 18,000 ล้านดอลลาร์เท่านั้น นักวิเคราะห์ระบุว่า ความต้องการภายในประเทศที่ยังไม่กระเตื้อง เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้การนำเข้าลดลงมากถึง 3.4% ซึ่งสูงกว่าการคาดการณ์อยู่มหาศาล เพราะคาดกันว่า การนำเข้าของจีนโดยรวมขอลดลงเพียง 0.9% เท่านั้น

แม้ว่าโดยรวมแล้ว การส่งออกของจีนในเดือนพฤษภาคมยังคงขยายตัว แต่ก็ถือเป็นการขยายตัวในระดับชะลอลงมากเทียบกับการขยายตัวสูงถึง 8.1% ในเดือนเมษายนที่ผ่านมา โดยที่การส่งออกไปยังบรรดาประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พุ่งสูงขึ้นอย่างพรวดพราด ช่วยทดแทนการขาดหายไปของการส่งออกของจีนไปยังสหรัฐอเมริกาที่ทรุดลงกว่า 21% เพราะมาตรการภาษีได้เป็นอย่างดี

สถานการณ์ทางเศรษฐกิจของจีนในเวลานี้ ทำให้การเจรจาการค้าระหว่างตัวแทนของสหรัฐอเมริกาและจีน น่าจับตามองมากเป็นพิเศษว่าจะลงเอยอย่างไรหรือไม่ โดย “เหอ ลี่เฟิง” รองนายกรัฐมนตรีจีน ในฐานะหัวหน้าคณะเจรจา จะพบกับ “สกอตต์ เบสเซนต์” รัฐมนตรีคลัง ที่ทำหน้าที่เป็นหัวหน้าคณะฝ่ายสหรัฐอเมริกาที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เพื่อหารือการค้าเพิ่มเติม หลังจากเคยประสบผลสำเร็จ ได้ความตกลงเบื้องต้นเป็นการชั่วคราวมาในการเจรจากันก่อนหน้านี้ที่เจนีวามาแล้ว

แต่การเจรจารอบที่ 2 นี้มีขึ้นขณะที่บรรยากาศไม่สู้จะดีนัก เพราะต่างฝ่ายต่างกล่าวหาซึ่งกันและกันว่า ละเมิดความตกลงที่ทำกันไว้ โดยทางสหรัฐอเมริกากล่าวหาว่าจีนพยายามเตะถ่วงการรับรองให้มีการส่งออกสินแร่หายากไปยังสหรัฐเมริกา ทั้ง ๆ ที่รับปากเอาไว้แล้ว ในขณะที่จีนก็วิพากษ์วิจารณ์การตัดสินใจเข้มงวดและจำกัดวีซ่า สำหรับนักศึกษาจีนที่จะเดินทางไปเรียนต่อในสหรัฐอเมริกา

“หวง ซือชุน” หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ประจำแคปิตอล อีโคโนมิกส์ ชี้ว่า คงเป็นไปได้ยากที่จะมีการปรับลดกำแพงภาษีระหว่างกันและกันให้มากกว่าที่เป็นอยู่ ดีไม่ดี อาจมีการปรับให้สูงขึ้นกว่านี้ด้วยซ้ำไป ซึ่งหากเป็นเช่นนี้ ก็จะส่งผลให้การส่งออกของจีนชะลอตัวมากยิ่งขึ้นในช่วงปลายปีนี้ ซึ่งเท่ากับเป็นการสร้างปัญหาให้กับเศรษฐกิจโดยรวมของจีนมากยิ่งขึ้นนั่นเอง

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เศรษฐกิจจีนส่อชะลอหนัก ดีมานด์ดิ่ง-ส่งออกฮวบ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...