โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

ข่าวดี ไข้หวัดใหญ่ กทม. ผู้ป่วยลดลง ส่วนโควิด-19 ทรงตัว

The Bangkok Insight

อัพเดต 10 มิ.ย. 2568 เวลา 10.56 น. • เผยแพร่ 10 มิ.ย. 2568 เวลา 10.56 น. • The Bangkok Insight

ไข้หวัดใหญ่ กทม. สถานการณ์ดีขึ้นผู้ป่วยลดลง ด้านตัวเลขโควิด-19 ทรงตัว เร่งสื่อสารประชาชน ไม่ตระหนก แต่ต้องเฝ้าระวัง

รศ.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อกรุงเทพมหานคร ครั้งที่ 1/2568 ณ ห้องนพรัตน์ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เสาชิงช้า โดยมี พญ.วันทนีย์ วัฒนะ ปลัดกรุงเทพมหานคร และผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมผ่านระบบออนไลน์

ไข้หวัดใหญ่

ที่ประชุม สำนักอนามัยรายงานสถานการณ์โรคติดต่อที่สำคัญ ดังนี้

สถานการณ์โรคไข้หวัดใหญ่ ในกรุงเทพมหานคร ที่มีการระบาดในช่วงต้นปี โดยจำนวนผู้ป่วยในเดือน มกราคม- 9 มิถุนายน 2568 คือ 47,142 ราย สูงกว่าค่ามัธยฐานปี 5 ปีย้อนหลัง ถึง 2.1 เท่า กลุ่มอายุที่พบมากที่สุด คือ เด็กวัยเรียนอายุ 5 - 14 ปี รองลงมาคือกลุ่มอายุ 35 - 44 ปี พบการระบาดมากที่สุดในโรงเรียนและเรือนจำ

ปัจจุบันสถานการณ์ดีขึ้น ผู้ป่วยรายใหม่มีแนวโน้มลดลง ด้านการป้องกันโรค มีการเฝ้าระวังในพื้นที่รวมคนจำนวนมาก เช่น โรงเรียน เรือนจำ โดยคัดกรองผู้ที่มีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ หากพบผู้ป่วยให้หยุดงานหรือหยุดเรียนและแยกตัว

สถานการณ์โรคโควิด-19 ใน กทม. วันที่ 1 - 7 มิถุนายน 2568 มีผู้ป่วยรายใหม่ 7,819 ราย เสียชีวิต 2 ราย ผู้ป่วยสะสมตั้งแต่ 1 มกราคม - 7 มิถุนายน 2568 จำนวน 109,312 ราย เสียชีวิตสะสม 12 ราย

ทั้งนี้ แม้โควิด-19 ในปี 68 จะแพร่กระจายในวงกว้างอย่างรวดเร็ว แต่มีอาการความรุนแรงลดลงอย่างชัดเจน แนวโน้มผู้ป่วยสูงขึ้นทรงตัว และคาดการณ์ว่าแนวโน้มน่าจะลดลง แต่อาจมีปัจจัยอื่น เช่น ฝนตกในหลายพื้นที่ โรงเรียนเปิดเทอม กิจกรรมรวมกลุ่มขนาดใหญ่ อาจส่งผลให้การคาดการณ์ไม่แม่นยำ

สถานการณ์โรคไข้เลือดออก ใน กทม. ข้อมูลวันที่ 1 มกราคม - 24 พฤษภาคม 2568 พบผู้ป่วยจำนวน 787 ราย เสียชีวิต 1 ราย กลุ่มอายุที่พบมากที่สุดคือ อายุ 5 - 14 ปี รองลงมาคือ 15 - 34 ปี และ 0 - 4 ปี ตามลำดับ ทั้งนี้ ภาพรวม กทม. สามารถควบคุมโรคได้ดี ปีนี้อัตราป่วยจำนวนลดลงมาก เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปี 2567

นอกจากนี้ กทม. ได้ดำเนินการสุ่มสำรวจลูกน้ำยุงลายในหมู่บ้าน ชุมชน สถานศึกษา ศาสนสถาน สถานประกอบการ สถานพยาบาล สวนสาธารณะ และสถานที่ราชการ อย่างต่อเนื่อง

ที่ประชุมได้รายงานสถานการณ์โรคติดต่อที่สำคัญอื่น ๆ อาทิ โรคติดต่อเชื้อไวรัสซิกา โรคไข้ปวดข้อยุงลาย (ชิคุนกุนยา) โรคลิชมาเนีย โรคลีเจียนแนร์ และโรคไอกรน

สถานการณ์โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ อัตราป่วยโรคซิฟิลิสและหนองใน ใน กทม. ปี 2563 - 2567 โรคซิฟิลิสและหนองในพบมากในกลุ่ม 15 - 24 ปี และเพิ่มจำนวนมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ด้านสถานการณ์โรคฝีดาษวานร ใน กทม. ข้อมูลตั้งแต่ 28 กรกฎาคม 2565 - 8 มิถุนายน 2568 มีผู้ป่วยสะสมจำนวน 501 ราย โดยพบในกลุ่มเขตกรุงเทพกลางมากที่สุด สำหรับมาตรการการป้องกันและดูแลรักษา กทม. จะขยายการป้องกันเชิงรุกในสถานศึกษา ชุมชน ร้านยา และส่งเสริมการเข้าถึงการตรวจโรคให้มากขึ้น

รองผู้ว่าฯ ทวิดา ได้ให้ข้อสั่งการให้สำนักอนามัยและผู้เกี่ยวข้อง ต้องจัดสรรวัคซีนไข้หวัดใหญ่ให้เพียงพอโดยประสานขอโควตาจำนวนวัคซีนไปยัง สปสช. ด้านโรคโควิด-19 การที่โรคติดและแพร่กระจายง่ายขึ้น ส่งผลให้ประชาชนกระวนกระวายใจ

ดังนั้น สำนักอนามัยต้องประชาสัมพันธ์และสื่อสารกับประชาชนให้ทราบถึงสถานการณ์เพื่อให้ประชาชนไม่ตกใจ และเฝ้าระวังตนเองมากขึ้น รวมถึงปฏิบัติตามมาตรการพื้นฐานอย่างเคร่งครัด ในส่วนโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ สาเหตุเกิดจากผู้ป่วยไม่สวมถุงยางอนามัย ดังนั้น ต้องกระจายถุงยางอนามัยให้ได้มากที่สุดและประชาสัมพันธ์สิทธิการเข้าถึงถุงยางอนามัยให้ประชาชนรับทราบ

จากนั้น ที่ประชุมได้รายงานการดำเนินงานฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ โดยฉีดให้กับประชาชนทั่วไป แบ่งออกเป็น 3 กลุ่มคือ 1. ประชาชน 7 กลุ่มเสี่ยง ได้รับการจัดสรรวัคซีนไข้หวัดใหญ่จาก สปสช. รวม 395,470 โดส 2. ฉีดวัคซีนในงาน BKK EXPO 2025 ได้รับการสนับสนุนจาก สปสช. และบริษัท AIA โดยฉีดให้ประชาชน จำนวน 7,757 โดส 3. ลงพื้นที่เชิงรุกฉีดวัคซีนให้ประชาชน ระหว่างวันที่ 17 มีนาคม - 20 เมษายน 2568 เพื่อป้องกันและควบคุมการระบาดในพื้นที่ จำนวน 1 หมื่นโดส

ขณะที่ในปี 2568 ยังมีโครงการให้บริการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่แก่นักเรียนในโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร ชั้น ป.1 - ป.3 โดยจัดสรรวัคซีนจำนวน 66,689 โดส โครงการเอไอเอแชร์ริ่ง อะ ไลฟ์ ครั้งที่ 12 บริษัท AIA จำกัด สนับสนุนวัคซีนสำหรับพนักงานกวาดและเก็บขยะมูลฝอยและประชาชนทั่วไป รวม 1 หมื่นโดส และสำนักอนามัยได้รับการสนับสนุนวัคซีนจำนวน 6,500 โดส จากกระทรวงสาธารณสุขเพื่อฉีดให้กับบุคลาการทางการแพทย์และสาธารณสุข

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...