Top pick หุ้นทนแรงกดดันการเมือง สงครามการค้า BDMS, CPN, ERW, GULF, MTC, PR9
CGSI เคาะหุ้น Top pick ทนแรงกดดันการเมือง สงครามการค้า BDMS, CPN, ERW, GULF, MTC, PR9 คงเป้าหุ้นไทยสิ้นปี 68 ที่ 1,200 จุด
วันที่ 5 มิ.ย.2568บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) (CGSI) ระบุในบทวิเคราะห์ โดยเชื่อว่าจะมีการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในเร็วๆนี้ โดยพรรคเพื่อไทย (พท.) ซึ่งเป็นพรรคที่มีจำนวนส.ส. มากสุดในรัฐบาลผสมชุดนี้น่าจะต้องการทวงคืนกระทรวงมหาดไทยจากพรรคภูมิใจไทย (ภท.) การตอบโต้กันไปมาระหว่างสองพรรคทำให้รัฐบาลไม่สามารถทำหน้าที่ได้อย่างเหมาะสม โดยเฉพาะในภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ
อีกทั้งความตึงเครียดด้านการค้าโลก ยิ่งทำให้เศรษฐกิจไทยมีความไม่แน่นอน ดังนั้น จึงคาดว่าความเคลื่อนไหวของดัชนี SET ในเดือนมิ.ย. 2568 อาจไม่ดีนัก ถึงแม้ว่าน่าจะมีเม็ดเงินไหลเข้ากองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืนแบบพิเศษ (TESGX) ของไทยเพิ่มมากขึ้นก่อนจะถึงกำหนดเส้นตายสิ้นเดือนมิ.ย. 2568
ฝ่ายวิเคราะห์ CGSI ยังระบุว่า ผลการสำรวจของฝ่ายวิเคราะห์ฯชี้ว่าประชาชนให้การตอบรับต่อ TESGX ที่เปิดขายในเดือนพ.ค.2568 ไม่มากนัก แม้ว่ารัฐบาลจะพยายามจูงใจด้วยการให้สิทธิลดหย่อนภาษีสูงสุด 500,000 บาทแก่ผู้ที่ซื้อหน่วยลงทุน นอกจากนี้ นักลงทุนยังสามารถโอนเงินลงทุนจากกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) ซึ่งมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (AUM) รวม 1.38 แสนล้านบาท ณ วันที่ 30 พ.ค.2568 ไปยัง TESGX เพื่อให้ได้รับสิทธิลดหย่อนภาษี แต่นักลงทุนจะต้องโอนเงินจาก LTF ไปยัง TESGX ระหว่างเดือนพ.ค.-มิ.ย.2568
โดยก่อนหน้านี้ คาดว่าเงินลงทุนจากกองทุน LTF จะโอนไปยังกองทุน TESGX ประมาณครึ่งหนึ่ง แต่ปัจจุบันคาดว่าจะมีเงินลงทุนโอนไปแค่หนึ่งในสาม และเนื่องจากเงินทุนที่โอนไป TESGX จะต้องถูกล็อคไว้เป็นเวลาห้าปี จึงเชื่อว่าผู้ถือหน่วยลงทุน LTF อีกสองในสามน่าจะรอจังหวะที่เหมาะสมกว่านี้เพื่อขายคืน LTF
ฝ่ายวิเคราะห์ CGSI ระบุว่า ดัชนีหุ้นไทยปรับตัวขึ้นประมาณ 7% จากจุดต่ำสุดหลังสถานการณ์การค้าโลกเริ่มลดความตึงเครียด จึงเชื่อว่า ดัชนี SET กลับมาอยู่ในระดับที่เหมาะสมที่ราคาปิดต่อกำไร ( P/E) ล่วงหน้า 12 เดือนประมาณ 12 เท่า แต่ sentiment เชิงลบจากความขัดแย้งระหว่างพรรคเพื่อไทยกับพรรคภูมิใจไทยน่าจะยังกดดันตลาดหุ้นไทย จึงคงเป้าดัชนี SET สิ้นปี 2568 อยู่ที่ 1,200 จุด ซึ่งยังเท่ากับ P/E 13.4 เท่าในปี 2569 หรือ -1SD จากค่าเฉลี่ย 10 ปี และมองว่าหุ้น Domestic defensive และ High-yield play เป็นตัวเลือกที่ดี ดังนั้นหุ้น Top pick จึงประกอบด้วย BDMS, CPN, ERW, GULF, MTC และ PR9
ทั้งนี้ SET อาจมีความเสี่ยงขาลง (downside risk) หากมาตรการภาษีของสหรัฐฯส่งผลกระทบต่อไทยมากกว่าคาด รวมถึงความไม่แน่นอนทางการเมือง ส่วนการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทย และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลอาจช่วยหนุนตลาดหุ้นไทย