โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เร่งโครงข่ายถนนเลี่ยงเมืองจ.เลยรองรับการเติบโตเชื่อมแหล่งท่องเที่ยว

The Better

อัพเดต 25 พ.ค. 2568 เวลา 08.01 น. • เผยแพร่ 25 พ.ค. 2568 เวลา 08.10 น. • THE BETTER
“สุริยะ - มนพร” ลงพื้นที่ จ.เลย อัดงบพัฒนาถนนกว่า 903 ล้านบาท 107 โครงการ กำชับแก้ปัญหาน้ำในแม่น้ำเลยเอ่อล้นตลิ่ง พร้อมพัฒนาสนามบินรองรับนักท่องเที่ยว

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คมนาคม เปิดเผยหลังร่วมกับ นางมนพร เจริญศรี รมช.คมนาคม ประชุมติดตามความคืบหน้าการดำเนินโครงการของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคมในพื้นที่จังหวัดเลยว่า ได้รับทราบความก้าวหน้าแผนงานและโครงการด้านคมนาคมขนส่งที่สำคัญที่ดำเนินการอยู่ในปัจจุบันและแผนงานในอนาคต ซึ่งเห็นถึงความตั้งใจในการพัฒนาโครงข่ายทางถนนทั้งสายหลักและสายรองให้พี่น้องประชาชนได้สัญจรอย่างสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย รวมถึงรองรับการขยายตัวของเมือง เชื่อมต่อแหล่งท่องเที่ยวได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังเป็นการสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจ การลงทุน การค้าชายแดน และการท่องเที่ยว อันจะช่วยเสริมสร้างศักยภาพของพื้นที่ในจังหวัดเลยและจังหวัดใกล้เคียงได้เป็นอย่างดี

ทั้งนี้รัฐบาลให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่ง เพื่อทำให้ประชาชนมีโครงสร้างพื้นฐานที่พร้อมรับการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ ซึ่งกระทรวงคมนาคมมีแผนพัฒนาทางหลวงที่สำคัญในพื้นที่จังหวัดเลย โดยกรมทางหลวง (ทล.) ได้รับจัดสรรงบประมาณเพื่อบำรุงสายทาง ในปี 2568 วงเงินกว่า 903 ล้านบาท รวม 107

สำหรับแผนในอนาคต ทล. เสนอขอรับงบประมาณปี 2569 เพื่อแก้ไขปัญหาจุดที่เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง และบริเวณน้ำท่วมขังเวลาฝนตกหนัก เพื่อลดผลกระทบในการดำเนินชีวิตของพี่น้องประชาชน จำนวน 3 โครงการ ประกอบด้วย โครงการงานก่อสร้างเพิ่มประสิทธิภาพบริเวณทางแยก ทล.201 ตอนปากปวน - ปากภู โครงการงานฟื้นฟู ทล.2249 ตอนไร่ทาม - วังแคน และโครงการก่อสร้างเพิ่มช่องจราจรระดับภาค ทล.2013 ตอนบ่อโพธิ์ – โคกงาม

ทั้งนี้ได้กำชับเรื่องปัญหาไฟฟ้าส่องสว่างบนถนนทุกสายทางหลักและสำคัญต้องมีแสงสว่างที่เพียงพอ เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของประชาชน รวมถึงการพัฒนาสายทางเพื่อขับเคลื่อนการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยวในพื้นที่ จำนวน 3 โครงการ ประกอบด้วย 1. โครงการก่อสร้างถนนเลี่ยงเมืองเลยฝั่งตะวันตก 2.โครงการก่อสร้างถนนเลี่ยงเมืองฝั่งตะวันออก และ 3. โครงการก่อสร้างทางเลี่ยงเมืองเชียงคาน

ส่วนโครงข่ายคมนาคมทางอากาศ ปัจจุบันอาคารที่พักผู้โดยสารและลานจอดเครื่องบินท่าอากาศยานเลยมีความคับแคบ พื้นที่ใช้สอยและสิ่งอำนวยความสะดวกไม่เพียงพอต่อการให้บริการ อีกทั้งการใช้บริการของท่าอากาศยานมีอัตราขยายตัวเพิ่มมากขึ้น เพื่อให้สามารถรองรับการให้บริการผู้โดยสารจึงมีความจำเป็นต้องพัฒนาศักยภาพท่าอากาศยานเลย โดยในปีงบประมาณ 2570 กรมท่าอากาศยาน (ทย.) มีแผนขอรับการสนับสนุนงบประมาณเพื่อจ้างออกแบบต่อเติมความยาวทางวิ่งขยายลานจอดเครื่องบิน และองค์ประกอบอื่น ๆ และจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม งบประมาณ 42.69 ล้านบาท

นายสุริยะ กล่าวว่า ได้รับการประสานจากพื้นที่ว่าปัจจุบันบริเวณริมแม่น้ำเลย หมู่ 5 บ้านโป่ง ตำบลนาแขม อำเภอเมืองเลย เกิดการกัดเซาะคันดินเป็นบริเวณกว้าง เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวอยู่ติดริมตลิ่งและมีน้ำท่วมในฤดูฝนน้ำในแม่น้ำเลยเอ่อล้นตลิ่งทำให้ถนนสายบ้านโป่ง - สาระแพ ได้รับความเสียหาย ประชาชนสัญจรไป - มาไม่สะดวก โดยมอบหมายกรมเจ้าท่า (จท.) ดำเนินโครงการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่ง โดยมีแผนขอตั้งงบประมาณผูกพัน 3 ปี งบประมาณรวม 150 ล้านบาท ประกอบด้วย งบประมาณปี 2568 วงเงิน 30 ล้านบาท ปี 2569 วงเงิน 60 ล้านบาท และปี 2570 วงเงิน 60 ล้านบาท เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนเร่งด่วนให้ประชาชนในพื้นที่

อย่างไรก็ตามหลังจากนั้นนายสุริยะ ได้ลงพื้นทางแยก ทล.201 ตอนควบคุม 0404 ตอน ปากปวน - ปากภู บริเวณหน้าท่าอากาศยานเลย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการคมนาคมบริเวณรอบสนามบิน โดยปัจจุบัน ทล. ได้ดำเนินการโครงการก่อสร้างที่พักริมทาง วงเงิน 26.47 ล้านบาท เพื่อเป็นจุดพักรถผู้ที่มาใช้บริการสนามบิน ซึ่งสามารถพัฒนาเป็นจุดเช็กอิน จุดชมวิวทิวทัศน์เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวได้

ทั้งนี้ได้เร่งรัดให้ ทล. ดำเนินการก่อสร้างสะพานบกสำหรับจุดกลับรถ และสร้างทางขนานเพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนที่มาใช้บริการสนามบินเลย รวมถึงให้ดำเนินโครงการขยาย 4 ช่องจราจรตลอดสาย บน ทล.21 ซึ่งปัจจุบันเส้นทางดังกล่าวเป็นเส้นทางหลักในการเดินทางจากจังหวัดเลย ซึ่งเป็นประตูจากภาคอีสานสู่จังหวัดทางภาคเหนือ

“ขอให้หน่วยงานที่มาร่วมลงพื้นที่ในวันนี้ รับประเด็นปัญหาไปดำเนินการปรับปรุง แก้ไขให้เกิดผลในทางปฏิบัติโดยเร็ว อีกทั้งให้บูรณาการการทำงานร่วมกันเพื่อให้พี่น้องประชาชนได้ใช้ประโยชน์จากระบบคมนาคมขนส่งที่มีประสิทธิภาพ สะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย อันจะช่วยเสริมสร้างศักยภาพของพื้นที่ได้เป็นอย่างดี ช่วยสร้างงาน สร้างรายได้ สร้างโอกาส เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชน ซึ่งผมจะรับไปผลักดันและขับเคลื่อนให้เกิดผลเป็นรูปธรรมโดยเร็วต่อไป”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...