โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

โม ซาลาห์ ใจสลายจากนี้ไปจะไม่ได้เจอ โชต้า อีกแล้ว

SIAMSPORT

เผยแพร่ 04 ก.ค. 2568 เวลา 16.38 น.
โม ซาลาห์ ยอดดาวยิง ลิเวอร์พูล สุดเศร้าที่ต่อจากนี้ไปจะไม่ได้เจอ ดิโอโก้ โชต้า อีกต่อไปแล้ว รับไม่รุ้จะพูดอะไรเพราะไม่เคยคิดว่าเพื่อนร่วมสังกัดจะจากไปเร็วขนาดนี้

โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ซูเปอร์สตาร์กองหน้าลิเวอร์พูล เผยตนแทบพูดไม่ออกหลังได้รับทราบข่าวดิโอโก้ โชต้า หัวหอกเพื่อนร่วมสังกัด เสียชีวิตในวัย 28 ปีจากอุบัติเหตุทางรถยนต์เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา

สตาร์ทีมชาติโปรตุเกส เสียชีวิตพร้อมกับน้องชาย (อังเดร ซิลวา) หลังประสบอุบัติเหตุขณะขับรถลัมบอร์กินี่เพื่อมานั่งเรือเฟอร์รี่ที่ ซานตานเดร์ กลับสู่อังกฤษเนื่องจากเขาเข้ารับการผ่าตัดปอดจึงต้องการหลีกเลี่ยงการเดินทางโดยเครื่องบิน

ซาล่าห์ ซึ่งยกเลิกช่วงเวลาพักที่เหลืออยู่เพื่อที่จะกลับไปยังประเทศอังกฤษเร็วขึ้น หลัง โชต้า เสียชีวิต โพสต์ข้อความผ่าน "X" แพลตฟอร์มยอดนิยมว่าเป็นเรื่องยากจะทำใจยอมรับได้ว่าจะไม่ได้เห็น ดาวเตะชาวโปรตุกีส ร่วมฝึกซ้อมช่วงปรีซีซั่นอีกต่อไป

"ผมหมดคำพูดจริงๆ ผมไม่เคยคิดว่าจะมีอะไรที่ทำให้ผมกลัวการกลับมา ลิเวอร์พูล หลังช่วงพักผ่านจนกระทั่งเมื่อวานนี้ เพื่อนร่วมทีมเข้ามาและจากไป แต่มันไม่ใช่แบบนี้ มันยากที่จะยอมรับได้ว่า ดิโอโก้ จะไม่ได้อยู่ที่นั่นตอนที่เรากลับมา"

"ผมขอเป็นกำลังใจให้กับภรรยา ลูกๆ และแน่นอนพ่อแม่ของเขาที่ต้องสูญเสียลูกชายทั้ง 2 คนแบบปัจจุบันทันด่วน สำหรับคนที่ใกล้ชิด ดิโอโก้ และ อันเดร น้องชายของเขา พวกเขาทุกคนต้องการกำลังใจอย่างมาก พวกเขาจะไม่มีวันถูกลืมแน่นอน" ซาลาห์ ระบุ

ทั้งนี้ สตาร์กองหน้าทีมชาติอียิปต์ กับ โชต้า ได้เล่นร่วมกันที่ ลิเวอร์พูล เป็นจำนวน 150 นัด ซึ่งการประสานงานของคู่นี้ทำให้เกิดประตูทั้งหมด 19 ลูกด้วยกัน และ "คิงโม" ถือเป็นนักเตะที่เขาได้เล่นร่วมกันมากที่สุดเป็นอันดับ 2 รองจาก รูเบน เนเวส เลยทีเดียว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...