วิธีป้องกันมะเร็งทุกชนิด ดูแลสุขภาพ ปรับพฤติกรรม วางแผนคัดกรองช่วยได้!
โรคมะเร็งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 1 ของประชาคมโลกปีละกว่าสิบล้านคนซึ่งในจำนวนนี้มีคนอายุระหว่าง 30-69 ปีกว่าครึ่งที่เสียชีวิตก่อนวัยอันควร สะท้อนถึงแนวโน้มการเกิดโรคมากขึ้นในกลุ่มคนวัยทำงาน อันสืบเนื่องมาจากวิถีการดำเนินชีวิตยุคใหม่ที่เปลี่ยนแปลงไปจากอดีต สำหรับในประเทศไทย โรคมะเร็งเป็นสาเหตุการตายอันดับ 1 ติดต่อกันหลายสิบปี โดยจากข้อมูลล่าสุดพบคนไทยเสียชีวิตจากโรคนี้ถึงปีละกว่า 67,000 คน หรือเฉลี่ยชั่วโมงละ 8 คน และพบผู้ป่วยรายใหม่เฉลี่ยราว 120,000 คนต่อปี
“มะเร็งไต” เปิดวิธีคัดกรอง แนวทางรักษา ชัดเจนและแม่นยำมากขึ้น
สาเหตุ “มะเร็งท่อไต” โรคหายากแต่ร้ายแรง เสี่ยงสูงในผู้สูงอายุ
- มะเร็งในเพศชาย คือ มะเร็งตับและท่อน้ำดี มะเร็งปอด มะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งต่อมลูกหมาก และมะเร็งต่อมน้ำเหลือง
- มะเร็งในผู้หญิงไทยพบมากที่สุดคือ ได้แก่ มะเร็งเต้านม มะเร็งปากมดลูก มะเร็งตับและท่อน้ำดี มะเร็งปอด และมะเร็งลำไส้ใหญ่ เป็นต้น
อย่างที่รู้กันดีอยู่แล้วว่าโรคมะเร็งจะเริ่มก่อตัวในร่างกาย มะเร็งบางชนิดอาจไม่มีความผิดปกติของร่างกายใดๆ ให้เห็น ดังนั้นวิธีที่ดีที่สุดก็คือการการตรวจคัดกรอง เป็นการตรวจโรคในระยะต้น สามารถรักษาโรคเหล่านี้ได้ ปัจจุบันการตรวจคัดกรองมีประสิทธิผลสูงทั้งโรคมะเร็งเต้านม มะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งปอด และมะเร็งปากมดลูก เป็นต้น
สาเหตุอะไรที่ทำให้เกิดมะเร็ง ?
ปัจจัยหลักๆ ที่ทำให้เกิดโรคมะเร็งกว่าร้อยละ 90 เป็นสาเหตุจากปัจจัยภายนอก ไม่ใช่เรื่องพันธุกรรมในครอบครัวอย่างที่คนส่วนใหญ่เข้าใจ ปัจจัยภายนอกที่ว่านั้นคือพฤติกรรมการปฎิบัติตัวให้สุ่มเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็ง มีดังนี้
- พฤติกรรมการกินเนื้อสัตว์ประเภทปิ้งย่าง อาหารทอด อาหารไขมันสูง หรือรับประทานอาหารแปรรูปต่างๆ
- การสูบบุหรี่ ดื่มสุรา
- ความเครียด
- การได้รับรังสี
- ติดเชื้อไวรัส แบคทีเรีย พยาธิ
- ความบกพร่องของระบบภูมิคุ้มกัน
- ความอ้วน ไม่ออกกำลังกาย
- ไม่ทานผัก-ผลไม้สด
6 วิธีลดความเสี่ยงโรคมะเร็ง
- ไม่สูบบุหรี่ และลดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
บุหรี่จัดเป็นสารก่อมะเร็ง ผู้ที่สูบบุหรี่และผู้ที่อยู่ใกล้ควันบุหรี่ (Secondhand Smoker) เสี่ยงการเกิดมะเร็งเช่นเดียวกัน คนที่เลิกสูบบุหรี่มีอายุขัยยาวขึ้นเมื่อเทียบกับผู้ที่ยังสูบบุหรี่อยู่ นอกจากนี้การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์สร้างความเสียหายกับระบบทางเดินอาหารเพิ่มความเสี่ยงมะเร็งถึง 7 ชนิด โดยเฉพาะในผู้ที่สูบบุหรี่ร่วมกับการดื่มแอลกอฮอล์มีแนวโน้มที่จะเกิดมะเร็งในปากหรือลำคอมากขึ้นกว่าการสูบบุหรี่หรือดื่มแอลกอฮอล์เพียงอย่างเดียว
- ไม่อ้วน และออกกำลังกายสม่ำเสมอ
การมีน้ำหนักตัวที่เหมาะสม และป้องกันไม่ให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น ช่วยลดความเสี่ยงของมะเร็งหลายชนิด เนื่องจากไขมันเป็นบ่อเกิดของการอักเสบในร่างกาย การรักษาน้ำหนักตัวนั้นทำได้ด้วยการเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และหมั่นเคลื่อนไหวร่างกายอยู่เสมอ
การออกกำลังกายนอกจากช่วยควบคุมน้ำหนักแล้ว ยังช่วยลดความเสี่ยงมะเร็งได้ถึง 8 ชนิด การออกกำลังกายอย่างน้อยวันละ 30 นาที 5 วันต่อสัปดาห์ แบบคาร์ดิโอ (Cardio Exercise) สลับกับการเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ และการยืดเหยียดร่างกาย จะส่งผลดีกับสุขภาพอย่างมาก
- รับประทานอาหารที่มีประโยชน์
ถั่ว ธัญพืช ผักและผลไม้ เป็นแหล่งของใยอาหาร วิตามินเกลือแร่ และสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดความเสี่ยงการเกิดมะเร็ง ควบคู่กับการหลีกเลี่ยงการรับประทานเนื้อสัตว์แปรรูป เช่น ไส้กรอก ซาลามี่ แฮม เบคอน เป็นต้น ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็งในมนุษย์ (กลุ่มที่ 1) และควรลดการบริโภคเนื้อแดง เช่น เนื้อวัว เนื้อแกะ เนื้อหมู ไม่ให้เกิน 6 ช้อนกินข้าวต่อวัน อีกทั้งหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มน้ำตาลสูง โดยดื่มน้ำเปล่าเป็นหลัก
- ระวังแสงแดด
แม้แสงยูวีจะจำเป็นสำหรับการสังเคราะห์วิตามินดี แต่หากมากเกินไปก็เป็นสาเหตุของการเกิดมะเร็งผิวหนัง พยายามหลีกเลี่ยงการโดนแสงแดดจัดช่วงกลางวัน ทาครีมกันแดดเป็นประจำ และทาซ้ำทุกสองถึงสามชั่วโมง พยายามอยู่ในที่ร่ม และใส่เสื้อคลุมร่างกายหรือแว่นตากันแดด อีกทั้งหลีกเลี่ยงการใช้เตียงอบผิวแทน
- ฉีควัคซีนป้องกันเชื้อไวรัส
การติดเชื้อไวรัสเป็นสาเหตุการเกิดมะเร็ง เช่น ไวรัสตับอักเสบบี (HBV) ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุของการเกิดมะเร็งตับ เชื้อไวรัส HPV (Human papillomavirus) สาเหตุสำคัญของการติดเชื้อที่เยื่อบุผิว และก่อโรคบริเวณอวัยวะเพศและทวารหนัก การฉีดวัคซีนจึงเป็นหนึ่งในวิธีที่ช่วยป้องกันมะเร็งได้ แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ผู้ชำนาญการเพื่อรับวัคซีนที่เหมาะสม
- จัดตารางตรวจสุขภาพเพื่อคัดกรองมะเร็ง
การตรวจสุขภาพไม่เพียงแต่ช่วยลดความเสี่ยงการเกิดโรคหลายชนิด แต่ยังช่วยให้ตรวจพบมะเร็งได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น เพื่อให้สามารถรักษาได้ก่อนถึงระยะลุกลาม เช่น การตรวจเลือดหาสารบ่งชี้มะเร็ง การทำแมมโมแกรมเพื่อคัดกรองมะเร็งเต้านม การส่องกล้องลำไส้ใหญ่ การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก หรือการทำ x-ray และ CT scan เป็นต้น ลองพูดคุยกับแพทย์ผู้ชำนาญการ เพื่อรับการคัดกรองมะเร็งที่เหมาะสมกับเรามากที่สุด
ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลพญาไท 3 และ BDMS Wellness Clinic