“ราคาข้าวญี่ปุ่น” พุ่ง 101% สูงสุดในรอบ 50 ปี ดันเงินเฟ้อทะลุเป้า BOJ ต่อเนื่อง 38 เดือน
"ราคาข้าวญี่ปุ่น" พุ่ง 101% สูงสุดในรอบ 50 ปี ดันเงินเฟ้อทะลุเป้า BOJ ต่อเนื่อง 38 เดือน แม้รัฐบาลจะเร่งใช้มาตรการปล่อยคลังสำรอง แต่ผลกระทบต่อค่าครองชีพยังชัดเจน
วันที่ 20 มิถุนายน 2568 เวลา 09.19 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่าราคาข้าวในญี่ปุ่น พุ่งขึ้นกว่าเท่าตัวในเดือนพฤษภาคม เพิ่มขึ้น 101.7% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า นับเป็นการเพิ่มขึ้นสูงสุดในรอบกว่าครึ่งศตวรรษ การพุ่งขึ้นครั้งใหญ่นี้ต่อเนื่องจากเดือนเมษายนที่ราคาข้าวเพิ่มขึ้น 98.4% และเดือนมีนาคมที่เพิ่มขึ้น 92.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
ในช่วงหลังมานี้ราคาข้าวในญี่ปุ่นได้รับความสนใจอย่างมาก โดยรัฐบาลได้มีการปล่อยคลังสำรองฉุกเฉินออกมาเพื่อช่วยควบคุมราคาของอาหารหลักของประเทศ
การพุ่งขึ้นของราคาข้าวเกิดขึ้นในขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน (core inflation) ของญี่ปุ่นในเดือนพฤษภาคมขยับขึ้นแตะ 3.7% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมกราคม 2566
ตัวเลขเงินเฟ้อพื้นฐานนี้ ซึ่งไม่รวมราคาสินค้าอาหารสด สูงกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์ซึ่งรอยเตอร์สำรวจไว้คาดการณ์ไว้ที่ 3.6% และยังสูงกว่าเดือนเมษายนที่อยู่ที่ 3.5% สำหรับอัตราเงินเฟ้อทั่วไป (headline inflation) อยู่ที่ 3.5% ต่ำกว่าเดือนเมษายนที่ 3.6% ซึ่งนับเป็นเดือนที่ 38 ติดต่อกันที่อัตราเงินเฟ้ออยู่สูงกว่าเป้าหมาย 2% ของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ)
ขณะที่อัตราเงินเฟ้อ "core-core" ซึ่งไม่รวมทั้งราคาอาหารสดและพลังงาน (และเป็นตัวเลขที่ BOJ ติดตามอย่างใกล้ชิด) ขยับขึ้นจาก 3% ในเดือนก่อนหน้า มาอยู่ที่ 3.3%
Marcella Chow นักกลยุทธ์ตลาดโลกจาก JP Morgan Asset Management ระบุว่า ข้าวมีสัดส่วนประมาณ 50% ของเงินเฟ้อพื้นฐานของญี่ปุ่น และแนวโน้มเงินเฟ้อในอนาคตจะขึ้นอยู่กับราคาอาหาร โดยเฉพาะราคาข้าว
Chow กล่าวกับ CNBC ว่ามาตรการล่าสุดของรัฐบาลในการลดราคาข้าวอาจช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายของครัวเรือนในเศรษฐกิจจริง “หากการลดราคานี้ขยายไปยังผลิตภัณฑ์แปรรูปที่มีข้าวเป็นส่วนประกอบ และส่งผลให้ราคาที่ร้านอาหารลดลงด้วย”
อีกด้านหนึ่ง Kei Okamura ผู้จัดการพอร์ตโฟลิโอจาก Neuberger Berman กล่าวว่า ตัวเลขเงินเฟ้อที่ออกมานั้นไม่ใช่เรื่องเหนือความคาดหมายจากการที่ราคาสินค้าอาหารเพิ่มสูงขึ้น
“อย่างไรก็ตาม เราเชื่อว่าในช่วงหลายเดือนข้างหน้า แรงกดดันด้านราคาจากสินค้าอาหารน่าจะเริ่มลดลง” เขากล่าวในรายการ “Squawk Box Asia” ของ CNBC
เขายังเสริมว่า ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มขึ้นในตะวันออกกลางอาจส่งผลต่อราคาพลังงานด้วย
ตัวเลขเงินเฟ้อนี้ออกมาหลังจากที่ธนาคารกลางญี่ปุ่นมีมติคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 0.5% จากการประชุมเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา แม้ว่าในแถลงการณ์ของธนาคารจะระบุว่าแนวโน้มการส่งต่อค่าจ้างที่เพิ่มขึ้นไปยังราคาขายยังคงดำเนินต่อไป ซึ่งสนับสนุนให้เงินเฟ้อพื้นฐานทรงตัว
Kazuo Ueda ผู้ว่าการ BOJ ได้กล่าวต่อรัฐสภาญี่ปุ่นเมื่อสัปดาห์ก่อนว่า ธนาคารกลางจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกต่อเมื่อ “มีความมั่นใจมากขึ้นว่าเงินเฟ้อพื้นฐานจะเข้าใกล้ระดับ 2% หรือเคลื่อนไหวใกล้เคียงระดับนั้น”
อย่างไรก็ตาม BOJ คาดการณ์ว่าเงินเฟ้อจะเริ่มชะลอลง โดยระบุว่า “อัตราเงินเฟ้อ CPI พื้นฐานมีแนวโน้มจะอ่อนตัวลง เนื่องจากเศรษฐกิจกำลังชะลอตัว”
นอกจากนี้ GDP ของญี่ปุ่นยังหดตัว 0.2% ในไตรมาสสิ้นสุดเดือนมีนาคม เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า นับเป็นครั้งแรกในรอบหนึ่งปีที่เศรษฐกิจหดตัวแบบไตรมาสต่อไตรมาส
อ้างอิง : cnbc.com