โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

ไร้มารยาท-ผิดพิธีการทูต กต.ส่งหนังสือประท้วงกัมพูชา ชี้ทำลายความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างประเทศ

The Momentum

อัพเดต 19 มิ.ย. 2568 เวลา 14.21 น. • เผยแพร่ 19 มิ.ย. 2568 เวลา 07.21 น. • THE MOMENTUM

วันนี้ (19 มิถุนายน 2568) นิกรเดช พลางกูร โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงสถานการณ์ความสัมพันธ์ระหว่างไทย-กัมพูชา ถึงกรณี ‘คลิปเสียง’ การเจรจาของ แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และสมเด็จ ฮุน เซน (Hun Sen) ประธานวุฒิสภา องคมนตรี และอดีตนายกฯ กัมพูชา ที่ถูกเผยแพร่สู่สาธารณะในช่วงบ่ายของเมื่อวานนี้ (18 มิถุนายน 2568) โดยฝ่ายไทยเห็นว่า การกระทำดังกล่าว ‘ขัดต่อ’ จรรยาบรรณและมารยาทขั้นพื้นฐานของการปฏิสัมพันธ์ระหว่างรัฐ ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่อาจยอมรับได้

นิกรเดชกล่าวว่า การกระทำดังกล่าวได้ทำลายความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างกัน ส่งผลกระทบร้ายแรงต่อความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ประเทศ ตลอดจนส่งผลกระทบถึงความพยายามการใช้กลไกทวิภาคีในการแก้ไขปัญหา และความสัมพันธ์การเป็นเพื่อนบ้านที่ดี

ทั้งนี้โฆษกกระทรวงการต่างประเทศระบุต่อว่า ตำแหน่งนายกฯ เป็นหัวหน้ารัฐบาลของประเทศ ซึ่งควรได้รับการเคารพและให้เกียรติ ตามแนวปฏิบัติสากลของการดำเนินความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

ทางกระทรวงการต่างประเทศจึงมีหนังสือประท้วงถึงกรณีที่เกิดขึ้นผ่านช่องทางทางการทูต โดยได้เชิญเอกอัครราชทูตกัมพูชาประจำประเทศไทย ให้มารับหนังสือดังกล่าว และจะเปิดเผยต่อสาธารณชนเพื่อแจ้งว่า การกระทำข้างต้นของกัมพูชาเป็นสิ่งที่ ‘ไม่สามารถยอมรับได้’ ถือว่าผิดมารยาทพื้นฐานของการมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างรัฐ และทำลายความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างประเทศเพื่อนบ้านอย่างร้ายแรง

“การดำเนินการของฝ่ายไทย ซึ่งรวมถึงการตอบโต้ดังกล่าวเป็นไปตามแนวทางการทูต กระทำโดยใช้วิจารณญาณ มีความรอบคอบ โปร่งใส มีวุฒิภาวะ ใช้สันติวิธี และดำเนินอย่างเป็นทางการ

“ทั้งนี้รัฐบาลไทยโดยกระทรวงการต่างประเทศ ได้ประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการดูแลคนไทยที่อยู่ในกัมพูชาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

โฆษกกระทรวงการต่างประเทศขอย้ำอีกครั้งว่า เรื่องนี้เป็นการดำเนินการทางการทูต เป็นเรื่องระหว่างรัฐบาลทั้ง 2 ฝ่าย ไม่ใช่ปัญหาระหว่างประชาชน 2 ประเทศ ซึ่งต่างจากกัมพูชาที่ใช้การสื่อสารผ่านสังคมออนไลน์ โดยมุ่งหวังเพื่อ ‘ปลุกระดม’ ความนิยมจากประชาชน และ ‘สร้างความแตกแยก’ ให้กับสังคมของทั้ง 2 ประเทศหรือของประเทศอื่น ซึ่งแสดงถึงการไม่เคารพหลักการเป็นเพื่อนบ้านที่ดี และการกระทำเช่นนี้ไม่ควรยอมรับและความไว้วางใจจากประชาคมระหว่างประเทศ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...