โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธรรมะ

คณะมนุษยศาสตร์ ม.หอการค้าไทย จัดหลักสูตรรุกหน้าการันตี เรียนภาษาให้ดี มีรายได้หลักแสน

เดลินิวส์

อัพเดต 18 มิ.ย. 2568 เวลา 13.34 น. • เผยแพร่ 18 มิ.ย. 2568 เวลา 06.34 น. • เดลินิวส์
คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย จัดหลักสูตรรุกหน้าการันตี เรียนภาษาให้ได้ดี มีรายได้หลักแสน

“ภาษา” มิใช่เพียงเครื่องมือสื่อสารแต่เป็นกุญแจสำคัญในการเรียนรู้และเข้าใจวัฒนธรรม การคิดวิเคราะห์และสร้างสรรค์นวัตกรรม ผู้ที่มีทักษะด้านภาษาที่แข็งแกร่งจะสามารถเป็นข้อได้เปรียบหรือประสบความสำเร็จได้ในโลกที่เปลี่ยนแปลงและผู้คนทั่วโลกเชื่อมโยงสื่อสารถึงกันได้ในพริบตาแม้จะต่างชาติ ต่างภาษา ต่างวัฒนธรรม การเรียนรู้ฝึกฝนมีทักษะภาษาจึงมิใช่แค่รู้หรือพูดภาษานานาชาติได้เท่านั้น แต่การเรียนภาษาให้มีรายได้ดี มีอาชีพมั่นคง เป็นมนุษย์เงินเดือนอิสระ ถึงขั้นการันตีได้ว่า “เรียนภาษาไทยให้ได้ดี มีรายได้หลักแสน !!! นั้นก็เป็นสิ่งเพิ่มมูลค่าและมีคุณค่าอย่างน่าภูมิใจ เฉกเช่นที่ล่าสุด Miss World 2025 โอปอ-สุชาตา ช่วงศรี สาวไทยวัย 22 ปีที่สามารถคว้ามงกุฎมิสเวิร์ลมาครองได้เป็นคนแรกของประวัติศาสตร์สาวไทยในเวทีนี้ ส่วนหนึ่งของความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่นี้มาจากการที่เธอสามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้ดีอย่างมากซึ่งเป็นภาษาสากลที่จำเป็นยิ่งกับบทบาทและหน้าที่ในฐานะทูตวัฒนธรรม เมื่อวันที่ 18 มิ.ย. ผศ.ดร.กิตติศักดิ์ เกิดอรุณสุขศรี คณบดีคณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย (UTCC) ผู้คร่ำหวอดเชี่ยวชาญทั้งทักษะองค์ความรู้ด้านภาษาและศาสตร์ศิลป์ศิลปะการแสดงอย่างถ่องแท้ ท้าพิสูจน์ ว่า หลักสูตรภาษาดีที่น่าสนใจ ทันสมัย สาขาวิชาภาษาเด็ดๆ โดนใจเจนซียุคนี้ ไม่ใช่เรื่องง่ายแต่ก็ไม่ยากที่คณะมนุษยศาสตร์ UTCC จะกล้าการันตีว่าคิดจะเรียนภาษาทั้งที ต้องเรียนให้ได้ดี มีรายได้หลักแสนนั้น ไม่จริงไม่กล้าการันตี “ คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เราเป็นที่แรกที่เปิดสาขาวิชาภาษาไทยเพื่อการสื่อสารอาชีพมากกว่า 40 ปี เพราะฉะนั้นการเรียนภาษาในยุคปัจจุบันไม่มีวันตายแต่กลับสามารถต่อยอดสร้างงานสร้างรายได้อย่างมั่นคง ที่ผ่านมาเรามีศิษย์เก่ามีอาชีพที่ได้ใช้ทักษะความรู้ด้านภาษานานาชาติหรือแม้แต่ภาษาแม่ภาษาไทยของเรา มีรายได้ต่อเดือนหลักหมื่น เหยียบแสนก็มี สร้างชื่อเสียงความเชื่อมั่นในพลังทักษะของการใช้ภาษาเพื่อการสื่อสารที่ดีจนนำไปสู่การมีรายได้ที่น่าพึงพอใจอย่างมาก เพราะเราเชื่อว่าการพัฒนาความก้าวหน้าในการเรียนด้านภาษาศาสตร์ให้ไปสู่สากลและมุ่งตอบโจทย์ตลาดงานและความต้องการของผู้เรียนคนรุ่นใหม่เป็นหัวใจสำคัญ ก็จริงที่ว่าคนส่วนใหญ่มักมีทัศนคติหรือค่านิยมเดิมๆ ว่าการเรียนภาษาอาจไม่ช่วยให้มีรายได้สูงได้มากนักหรือแม้กระทั่งสร้างชื่อเสียงได้ แต่ในสังคมยุคดิจิทัลปัจจุบัน กลับพบปรากฏการณ์ที่น่าทึ่งว่า ผู้ที่มีทักษะด้านภาษาโดยเฉพาะภาษาต่างชาติที่มีอิทธิพลและสร้างงานสร้างอาชีพได้ เช่น ภาษาอังกฤษ ภาษาเกาหลี ภาษาญี่ปุ่น ภาษาจีน รวมทั้งภาษาไทยของเราเอง ตลอดจนการเรียนศิลปะและธุรกิจการแสดงที่มีการใช้ทักษะความรู้ด้านภาษาเข้ามาสื่อสารถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึก เรียกว่าเป็นการเรียนภาษาในเชิงธุรกิจเพื่อการสื่อสารนานาชาตินั้นสามารถสร้างรายได้ก้อนโตหลักแสนได้อย่างน่าภูมิใจเลยทีเดียว จากที่คณะมนุษยศาสตร์ ม.หอการค้าไทย เริ่มต้นมีเพียงสาขาวิชาภาษาอังกฤษและญี่ปุ่น วันนี้เปิดสอนถึง 7 สาขาวิชาในระดับปริญญาตรี ได้แก่ 1.ภาษาอังกฤษเพื่ออาชีพและการสื่อสารนานาชาติ 2.ภาษาญี่ปุ่น 3.ภาษาไทยเพื่อการสื่อสารและงานอาชีพ 4.ภาษาจีน 5.ศิลปะและธุรกิจการแสดง 6.ภาษาเกาหลี 7.สหวิทยาการ เด็ก ม.หอการค้าหรือ ‘เด็กหัวการค้า’ จึงได้รับการส่งเสริมให้เรียนรู้อย่างเข้มข้นและเชื่อมโยงความรู้ในสาขาอื่นๆ ผ่านหลักสูตรที่มีความยืดหยุ่นและทันสมัย นอกจากนี้ คณะมนุษยศาสตร์

ยังเน้นการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงกับประสบการณ์จริง ผ่านการฝึกงานจริง เพื่อเป็นผู้นำแห่งภาษาเพื่อการสื่อสารธุรกิจ มุ่งเน้นคุณภาพด้านวิชาการ ให้นักศึกษาปฏิบัติงานมีความรู้ความชำนาญในการใช้ภาษาเพื่อการสื่อสารทางธุรกิจ รู้จักคิดและวิเคราะห์อย่างเป็นระบบ มีจริยธรรมในวิชาชีพและมีจิตสำนึกรับผิดชอบมีส่วนร่วมกับสังคม โดยมีศิษย์เก่าที่ได้ใช้ทักษะภาษาประกอบอาชีพจนประสบความสำเร็จในหลายวงการ อาทิ ล่าม นักแปล พิธีกร หรือแม้แต่การเป็นนักธุรกิจเช่นเดียวกับ

คุณศุภกฤษณ์ ประสพสุข (Managing Director) Excellent Vacation Group ศิษย์เก่าสาขาวิชาภาษาอังกฤษ คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ซึ่งเคยเจอคำถามว่า เลือกเรียนด้านภาษา จบแล้วจะไปทำงานอะไร คุณศุภกฤษณ์เล่าว่า “คุณพ่อกับคุณแม่ ก็มีความเป็นห่วงกับการเลือกเรียนของเรา และในช่วงนั้นการเลือกเรียนด้านภาษา งานที่เกี่ยวข้องกับการใช้ภาษาส่วนใหญ่จะเป็นผู้หญิงมากกว่า ทั้งงานภาคบริการ งานล่าม งานแปลภาษา และงานด้านอื่นๆ เมื่อเปรียบเทียบกับปัจจุบันเด็กรุ่นใหม่เห็นความสำคัญของการเรียนด้านภาษามากขึ้น ส่วนตัวผมคิดว่าภาษาก็เปรียบเสมือนเครื่องมือในการสร้างเครือข่ายทั้งในการทำงาน และเปิดโลกกว้างในการทำธุรกิจ

"ผมประกอบธุรกิจหลักเป็นบริษัทตัวแทนเรือสำราญให้กับแบรนด์ที่มีชื่อเสียงหลายแบรนด์ ช่วยดูแลการตลาดทั้งประเทศไทย และประเทศเพื่อนบ้าน โมเดลธุรกิจจะเป็นแบบ B2B (Business to Business) และมีการทำธุรกิจด้านอื่นๆด้วย ในส่วนของโครงการปัจจุบันผมมีแผนการขยายธุรกิจสายเรือที่ดูแลเพิ่มมากขึ้น และจะนำนวัตกรรมใหม่ๆ เช่นระบบ AI, GDS เข้ามาช่วยขยายสาขาต่างประเทศ และวางแผนในอนาคตว่า จะทำบริษัทที่ร่วมทุนกับบริษัทจากต่างประเทศเพื่อนำ Robot ที่มีศักยภาพในธุรกิจท่องเที่ยวและบริการมาพัฒนาภาคอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในไทย และลดภาระผู้ประกอบการขนาดกลาง โดยปัจจุบันเริ่มดำเนินการเกี่ยวกับธุรกิจ F&B ในต่างประเทศโดยเฉพาะประเทศที่มี Itinerary ของเรือสำราญหรือเรือสำราญล่องแม่น้ำ เพื่อเป็นส่วนต่อขยายธุรกิจหลักปัจจุบัน และท้ายสุดก็หวังว่าวันนึงจะสามารถนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (IPO) ผมมีโอกาสได้ท่องเที่ยวต่างประเทศบ่อยครั้งเนื่องจากธุรกิจจำเป็นต้องเดินทาง จนถึงวันนี้ผมเดินทางมากกว่า 50 ประเทศ ทั้งยุโรป, อเมริกา, เอเชีย, อเมริกาใต้, อลาสก้า ไปมาหมดแล้วครับ สร้างความภาคภูมิใจให้กับคุณพ่อและคุณแม่ ทำให้ท่านวางใจในสิ่งที่ผมเลือกเรียนด้านภาษาจนสามารถสร้างอาชีพการงานและธุรกิจได้สำเร็จตามเป้าหมายของผม"

คณะมนุษยศาสตร์ UTCC เป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างฝันเปิดโลกประสบการณ์ ให้ตนได้รู้จักกับ อาจารย์จิม (นิรันดร์ ขุมบางลี่ ) จากการเข้าร่วมเป็นสมาชิกชมรมภาษาอังกฤษ (English Club) อาจารย์จิมเป็นผู้แนะนำและผลักดันให้ผมได้มีโอกาสเข้าร่วมการแข่งขัน Environmental Debate ที่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จนได้รางวัล Rookie Award และผมมีโอกาสได้ศึกษาคอร์สระยะสั้น ที่ University of Waikato ประเทศนิวซีแลนด์ ทุกประสบการณ์ล้วนแต่มีคุณค่า การเรียนรู้เป็นความได้เปรียบสู่การเริ่มต้นในการทำงานในชีวิตจริง ดังนั้น คณะมนุษยศาสตร์ UTCC ให้อะไรกับผมเยอะมากจริงๆครับ สัญลักษณ์หนึ่งของมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย คือ เรือสำเภา ที่หล่อหลอมองค์ความรู้ให้กับผมในวั้นนั้น เพื่อต่อยอดให้ผมได้สร้างธุรกิจเรือสำราญที่ประสบความสำเร็จในวันนี้

“เรียนภาษาแล้วไม่ตกงาน” กรณีนี้คณบดีได้กล่าวยืนยันหนักแน่นด้วยว่า “เพราะเราได้เพิ่มมูลค่าให้กับทักษะความรู้ด้านภาษาที่มีการนำเทคโนโลยีดิจิทัลในสื่อสังคมสมัยนี้มาปรับใช้ให้เหมาะสม ถูกต้อง โดยการปรับหลักสูตรเพิ่มวิชาเลือกด้านเทคโนโลยี เช่น การแปลด้วย AI (เอไอ) , CAT Tool กระทั่งเรื่องของ AI Digital Content Creation ซึ่งกำลังฮอตฮิตติดกระแสหรือแม้แต่การแปลเฉพาะทาง เช่น กฎหมาย การแพทย์เทคโนโลยี ธุรกิจ E-Commerce ข้ามพรมแดน ที่ต้องการผู้เชี่ยวชาญภาษาและวัฒนธรรม การศึกษาออนไลน์ที่ขยายตัวไปทั่วโลก อุตสาหกรรมบันเทิงดิจิทัลที่ต้องการแปลและดัดแปลงเนื้อหา รวมไปถึงความเข้าใจทางธุรกิจเพื่อให้สามารถทำงานในสภาพแวดล้อมขององค์กรหรือแม้แต่การสื่อสารข้ามวัฒนธรรมในกิจกรรม Work and Travel ที่คณะฯ จัดขึ้นทุกปี นอกจากนี้เรายังเป็นแหล่งบริการวิชาการชั้นนำด้านภาษาเพื่อการสื่อสารทางธุรกิจ โดยมี ศูนย์ภาษา เพื่อสร้างรายได้และเพิ่มประสบการณ์จริงแก่ผู้เรียน ตลอดจนความร่วมมือทั้งในและต่างประเทศที่ที่จะช่วยเพิ่มพูนความรู้และการแลกเปลี่ยนเชื่อมโยงผู้เรียนภาษาเข้าไว้ด้วยกันอย่างไร้ขีดจำกัดทางความคิด”

การเรียนภาษาในปัจจุบัน ไม่เพียงเปิดโอกาสสร้างรายได้ที่ดีแต่ยังสร้างความมั่นคงในอาชีพ สร้างชื่อเสียง เนื่องจากภาษาเป็นทักษะที่ฝึกฝนเรียนรู้กันได้และไม่สามารถถูกแทนที่ได้โดยง่ายด้วยเทคโนโลยี ภาษาจึงเป็นเครื่องมือที่ติดตัวคนทุกคน ยิ่งรู้หลายภาษายิ่งเป็นข้อได้เปรียบโดยเฉพาะอย่างยิ่งหากทักษะภาษานั้นได้รับการฝึกฝนและนำไปใช้ได้จริงในแง่ของภาษาเพื่อการสื่อสารทางธุรกิจ ซึ่งปัจจุบัน คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ได้ชื่อว่าเป็นผู้นำด้าน ภาษาเพื่อการสื่อสารทางธุรกิจอย่างโดดเด่น เป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานภาคธุรกิจอย่างแท้จริงนั่นเอง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...